×

สมาพันธ์พนักงานไทยพีบีเอส คัดค้านแก้ พ.ร.บ. เปลี่ยนแหล่งรายได้ ชี้กระทบความเป็นอิสระของสื่อสาธารณะ

โดย THE STANDARD TEAM
12.10.2026
  • LOADING...
ภาพแถลงการณ์สมาพันธ์พนักงานไทยพีบีเอส คัดค้านการเปลี่ยนแหล่งรายได้ หวั่นกระทบอิสระสื่อสาธารณะ

สมาพันธ์พนักงานไทยพีบีเอสและพนักงาน ออกแถลงการณ์คัดค้านการเสนอแก้ไขร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. ของ ศุภชัย ใจสมุทร สส. แบบบัฐชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ที่เสนอให้เปลี่ยนแหล่งที่มาของรายได้จากการจัดเก็บภาษีเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะ (Earmarked Tax) มาเป็นการจัดสรรผ่าน พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปีตามกลไกของรัฐสภา โดยระบุว่าการดำเนินการดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อความเป็นอิสระของสื่อสาธารณะ และเสี่ยงต่อการถูกครอบงำทางการเมือง

 

แถลงการณ์ฉบับดังกล่าว ที่ สมพ. 017/2569 ลงวันที่ 12 ตุลาคม 2569 ระบุถึงกรณีที่ ศุภชัย ใจสมุทร เสนอแก้ไขร่าง พ.ร.บ. องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. โดยให้ยกเลิกการจัดเก็บเงินบำรุงองค์การที่ได้รับตามกฎหมายว่าด้วยสุราและกฎหมายว่าด้วยยาสูบ และให้เปลี่ยนแปลงแหล่งที่มาของรายได้ขององค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) หรือ ไทยพีบีเอส เป็นการจัดสรรผ่านงบประมาณรายจ่ายประจำปีแทน

 

สมาพันธ์พนักงานไทยพีบีเอส ในฐานะตัวแทนของพนักงาน เห็นว่าการแก้ไขร่างกฎหมายฉบับนี้จะส่งผลกระทบต่อการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของประชาชน และนำไปสู่การสูญเสียความเป็นอิสระในการทำหน้าที่ของสื่อสาธารณะ ซึ่งเป็นพื้นที่การสื่อสารและการเรียนรู้ของประชาชน

 

สมาพันธ์ฯ เน้นย้ำว่า สื่อสาธารณะจะต้องมีหลักประกันว่าจะไม่ถูกครอบงำทางการเมือง หรือมีผลประโยชน์เชิงพาณิชย์แอบแฝง ท่ามกลางความท้าทายของสังคมไทยที่เหลื่อมล้ำและไม่เป็นธรรมในหลายมิติ

 

สมาพันธ์พนักงานไทยพีบีเอสและพนักงาน ได้แสดงจุดยืนต่อการพิจารณาการแก้ไขร่าง พ.ร.บ.ฯ ดังกล่าวไว้ 3 ประการ ได้แก่

 

  1. ขอคัดค้านการแก้ไขร่างพระราชบัญญัติองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. เนื่องจากขัดต่อหลักการสำคัญของสื่อสาธารณะ รวมทั้งมองว่ากระบวนการรับฟังความคิดเห็นต่อร่าง พ.ร.บ. อาจมิชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากการรับฟังความคิดเห็นผ่านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศควรมีระยะเวลาไม่น้อยกว่า 30 วัน ตามมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติหลักเกณฑ์การจัดทำร่างกฎหมายและการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย พ.ศ. 2562
  2. สนับสนุนการปฏิรูปองค์การ เพื่อให้สามารถทำหน้าที่ตอบสนองต่อความคาดหวังของสังคม และครอบคลุมความหลากหลายในประเด็นปัญหาของประชาชนในมิติต่างๆ โดยสอดรับกับภูมิทัศน์สื่อที่เปลี่ยนไป พร้อมยึดหลักการของสื่อสาธารณะที่เที่ยงตรง โปร่งใส สร้างสังคมเป็นธรรม ตลอดจนสนับสนุนการมีส่วนร่วมของประชาชนในการกำหนดทิศทางการให้บริการขององค์การฯ
  3. สนับสนุนการตรวจสอบจากหน่วยงานภายในและภายนอก ตามหลักธรรมาภิบาลและความโปร่งใส โดยขอเรียกร้องให้ผู้บริหาร ส.ส.ท. ตระหนักถึงความสำคัญในการแก้ปัญหาและดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องอย่างทันท่วงที โดยเฉพาะการดำเนินการทางกฎหมาย ตลอดจนชี้แจงทุกข้อสงสัยต่อสาธารณะให้ชัดเจน

 

ในช่วงท้ายของแถลงการณ์ สมาพันธ์ฯ ระบุว่า ภายใต้ช่วงเวลาที่สังคมให้ความสนใจเกี่ยวกับการปรับแก้กฎหมายและการทำหน้าที่ของไทยพีบีเอส ทางสมาพันธ์ฯ และพนักงานตระหนักดีว่าทุกความเห็นและทุกข้อวิพากษ์เป็นสิ่งที่ไทยพีบีเอสต้องเปิดรับฟังและปรับปรุงการทำหน้าที่อยู่เสมอ

 

พร้อมยืนยันว่า สมาพันธ์ฯ และพนักงานมิได้ปฏิเสธการเปลี่ยนแปลง หากการปรับเปลี่ยนนั้นดำเนินไปบนพื้นฐานของหลักธรรมาภิบาล ความโปร่งใส และสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชน รวมถึงผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกภาคส่วนอย่างแท้จริง

 

บริบทเพิ่มเติมเกี่ยวกับแหล่งรายได้ของไทยพีบีเอส

 

สำหรับองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) หรือ ไทยพีบีเอส ก่อตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2551

 

โดยมาตรา 12 ของกฎหมายฉบับดังกล่าวกำหนดให้องค์การมีรายได้จากเงินบำรุงที่จัดเก็บจากผู้มีหน้าที่เสียภาษีตามกฎหมายว่าด้วยสุราและยาสูบ (Earmarked Tax) ในอัตราร้อยละ 1.5 ของภาษีที่เก็บจากสุราและยาสูบ โดยกำหนดเพดานสูงสุดไม่เกิน 2,000 ล้านบาทต่อปี

 

ทั้งนี้ เพื่อเป็นกลไกรับประกันความเป็นอิสระของสื่อสาธารณะ ให้สามารถผลิตเนื้อหาเพื่อประโยชน์สาธารณะโดยปราศจากการแทรกแซงทางการเมืองและกลุ่มทุนพาณิชย์

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

Close Advertising