ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโรงงานผลิตรถยนต์โตโยต้า สาขาสำโรง จ.สมุทรปราการ ติดตามผลกระทบจากอุทกภัยต่อภาคการส่งออกและยานยนต์ โดยระบุแม้โครงสร้างโรงงานหลัก 3 แห่ง (สำโรง, บ้านโพธิ์, เกตเวย์) จะปลอดภัย แต่ซัพพลายเออร์ชิ้นส่วนยานยนต์ในนิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร (เฟส 7, 8 และ 9) ถูกน้ำท่วมหนักจนส่งชิ้นส่วนไม่ได้ ส่งผลให้โตโยต้าต้องหยุดการผลิตชั่วคราวและสูญเสียโอกาสการผลิตรวมราว 30,000 คัน รัฐบาลจึงกางแผนช่วย 3 ระยะ ตั้งแต่ส่งทีมลุยนครอมตะปรับระบบเตือนภัยฉุกเฉิน (Early Warning) ไปจนถึงถอดบทเรียนทำนโยบาย พร้อมชื่นชมโตโยต้าที่ออกส่วนลดอะไหล่และจับมือ โตโยต้า ลีสซิ่ง เปิดรีไฟแนนซ์อุ้มลูกค้าน้ำท่วม
ประเด็นสำคัญ
โรงงานหลักปลอดภัย แต่ ‘ซัพพลายเออร์อมตะ’ ท่วมหนัก
วิกฤตอุทกภัยและน้ำท่วมขังกำลังส่งผลกระทบโดยตรงต่อเครื่องยนต์หลักด้านการส่งออกของไทย ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโรงงานผลิตรถยนต์โตโยต้า สาขาสำโรง จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อรับฟังข้อมูลผลกระทบและความเสียหายเชิงลึก


จากการหารือร่วมกับผู้บริหารระดับสูงของ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด พบว่า โครงสร้างของโรงงานหลักทั้ง 3 แห่ง ได้แก่ สำโรง, บ้านโพธิ์ และเกตเวย์ ไม่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมโดยตรง ทว่า ปัญหาที่เป็นคอขวดสำคัญเกิดขึ้นที่ ‘ห่วงโซ่อุปทาน’ (Supply Chain) เนื่องจากผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ (Suppliers) หลายรายในระบบ โดยเฉพาะในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร เฟส 7, 8 และ 9 ถูกน้ำท่วมขังอย่างหนัก จนไม่สามารถผลิตและส่งมอบชิ้นส่วนเข้าสู่สายการผลิตได้ตามปกติ
วิกฤตซัพพลายชะงักดังกล่าว ส่งผลให้โตโยต้าต้องตัดสินใจ ระงับการผลิตชั่วคราวในโรงงานทั้ง 3 แห่ง ตั้งแต่วันที่ 28 กันยายนที่ผ่านมา ประกอบด้วย
- โรงงานสำโรง และ โรงงานเกตเวย์ ซึ่งทางโตโยต้าคาดว่าจะต้องหยุดการผลิตไปจนถึงวันที่ 10 ตุลาคม
- โรงงานบ้านโพธิ์ คาดว่าจะต้องหยุดการผลิตยาวนานกว่าจนถึงวันที่ 18 ตุลาคม
“ประเมินว่าจะสูญเสียโอกาสในการผลิตรถยนต์รวมประมาณ 30,000 คัน โดยยังไม่สามารถประเมินมูลค่าความเสียหายเป็นตัวเงินได้ทั้งหมด เนื่องจากต้องรอการฟื้นตัวของซัพพลายเออร์” ผู้บริหาร โตโยต้า กล่าว
กางแผนด่วน 3 ระยะ ฟื้นนิคมอมตะ–ยกเครื่องระบบเตือนภัย
ศุภจี เปิดเผยว่า รัฐบาลโดยกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงอุตสาหกรรม ได้ผนึกกำลังวางแนวทางแก้ไขปัญหาและเยียวยาภาคอุตสาหกรรมออกเป็น 3 ระยะ
- ระยะสั้น กระทรวงจะส่งทีมผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรมและกระทรวงพาณิชย์ ลงพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมอมตะนครทันที เพื่อสำรวจจุดเกิดปัญหาของซัพพลายเออร์อย่างละเอียด พร้อมประสานงานนิคมอุตสาหกรรมทั่วประเทศเพื่อประเมินจุดเสี่ยง และเร่งช่วยเหลือให้ซัพพลายเออร์กลับมาดำเนินการผลิต (Resume) ให้ได้เร็วที่สุด
- ระยะกลาง จะดำเนินการยกเครื่องและปรับปรุง ระบบเตือนภัยพิบัติ (Early Warning System) ของภาครัฐให้มีความแม่นยำและรวดเร็วยิ่งขึ้น เพื่อให้ภาคอุตสาหกรรมและโรงงานในห่วงโซ่อุปทานมีเวลาเตรียมการย้ายเครื่องจักร ย้ายสต็อกสินค้า หรือปรับยกพื้นที่ได้อย่างทันท่วงที ป้องกันความเสียหายล่วงหน้า
- ระยะยาว คือการถอดบทเรียนจากโมเดลการบริหารจัดการความเสี่ยงของโตโยต้า ซึ่งมีการดูแลทั้งพนักงาน ซัพพลายเออร์ ชุมชน และลูกค้าอย่างเป็นระบบ เพื่อนำมาจัดทำเป็นนโยบายยกระดับมาตรฐานโรงงานอุตสาหกรรมทั่วประเทศ
โตโยต้าจัดส่วนลดซ่อม พร้อมลีสซิ่งเปิดรีไฟแนนซ์อุ้มลูกค้าน้ำท่วม
นอกจากมาตรการฟื้นฟูการผลิต ศุภจี ยังกล่าวชื่นชมมาตรการดูแลผู้บริโภคของโตโยต้า ซึ่งมีการมอบส่วนลดค่าอะไหล่และค่าบริการซ่อมแซมรถยนต์ที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม
ขณะเดียวกัน โตโยต้ายังได้ร่วมมือกับ โตโยต้า ลีสซิ่ง (Toyota Leasing) ในการเปิดช่องทางพิเศษให้ลูกค้านำรถยนต์ที่อยู่ระหว่างการผ่อนชำระมาทำการรีไฟแนนซ์ (Refinance) เพื่อนำเงินทุนก้อนใหม่ไปใช้ซ่อมแซมบ้านเรือน ปรับปรุงที่อยู่อาศัย หรือเพิ่มสภาพคล่องในการดำรงชีวิตช่วงน้ำลดอีกด้วย
ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ ยืนยันว่าจะประสานงานร่วมกับผู้ผลิต ผู้ค้าส่ง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามการกระจายสินค้า ป้องกันปัญหาการขาดแคลนสินค้า หรือการฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาโดยมิชอบอย่างเข้มงวด
ตรวจ ‘ไทย อกริ ฟู้ดส์’ หนุนอุตสาหกรรมวางแผนเป็น Tier
ขณะที่จุดลงพื้นที่ถัดมา ณ บริษัท ไทย อกริ ฟู้ดส์ จำกัด (มหาชน) อำเภอบางเสาธง ผู้ผลิตและส่งออกกะทิ พริกแกง และซอสรายใหญ่ พบว่า แม้พื้นที่รอบโรงงานจะมีน้ำท่วมขัง แต่โรงงานยังคงเดินหน้าผลิตและส่งออกได้ตามปกติ เนื่องจากมีการเตรียมแผนเผชิญเหตุฉุกเฉินและดูแลพนักงานอย่างเป็นระบบ


ศุภจี ได้ชู ไทย อกริ ฟู้ดส์ เป็นโมเดลตัวอย่าง พร้อมเสนอแนะให้ภาคอุตสาหกรรมไทยยกระดับการบริหารความเสี่ยงด้วยการจัดทำ ‘แผนเผชิญเหตุฉุกเฉินเป็นเทียร์ (Tiered Emergency Plan)’ เพื่อให้โรงงานมีมาตรการรับมือหลายระดับ ซักซ้อมล่วงหน้า เนื่องจากสภาวะโลกร้อนทำให้การพยากรณ์อากาศผันผวนกว่าปกติ
เพื่อการันตีความต่อเนื่องของการส่งออก กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ได้มอบหมายให้ทูตพาณิชย์ทั่วโลกเร่งชี้แจงกับผู้ซื้อในต่างประเทศเพื่อสร้างความเชื่อมั่น ขณะที่กรมการค้าภายในจะขยายการทำเกษตรพันธสัญญา (Contract Farming) เพื่อให้โรงงานแปรรูปอาหารมีวัตถุดิบเข้าสู่สายการผลิตอย่างสม่ำเสมอ

