รังสิมันต์ โรม สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร เตรียมออกหนังสือเชิญ สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ สส.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย และ ซาง ไท่หยาง สามีชาวจีนสัญชาติออสเตรเลีย เข้าชี้แจงในวันที่ 7 ตุลาคมนี้
กรณีถูกพาดพิงในสภาผู้แทนราษฎรว่าอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับเครือข่ายหลอกลวง (สแกมเมอร์) พร้อมเชิญหน่วยงานตรวจสอบ ได้แก่ สำนักงาน ปปง., ก.ล.ต. และ ป.ป.ช. เข้าร่วมตรวจสอบเส้นทางการเงินและแหล่งที่มารายได้ เพื่อพิจารณาดำเนินการทางกฎหมายและการเมืองต่อไป
รังสิมันต์ระบุว่า ข้อมูลที่ปรากฏในขณะนี้มีความเกี่ยวข้องกับคริปโตเคอร์เรนซีและการลงทุน ซึ่งสร้างความกังวลว่าอาจนำไปสู่การฉ้อโกงครั้งใหญ่ อย่างไรก็ตาม ตนยังไม่ขอสรุปว่าบุคคลดังกล่าวมีความผิด โดยยังคงยึดหลักสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ แต่มีความจำเป็นต้องตรวจสอบและติดตามเส้นทางการเงิน รวมถึงแหล่งที่มาของรายได้ทั้งหมด หากพบการกระทำผิดจะนำไปสู่การดำเนินการเอาผิดทั้งทางกฎหมายและทางการเมืองต่อไป
สำหรับกรณีที่มีการเรียกร้องให้เปิดเผยหลักฐานนั้น รังสิมันต์ปฏิเสธที่จะเปิดเผยรายละเอียดทั้งหมดในขณะนี้ เนื่องจากต้องสงวนข้อมูลบางส่วนไว้ใช้ในการพิจารณาวาระอื่น แต่มั่นใจว่าในอีกไม่ช้าสาธารณชนจะได้รับทราบข้อมูลทั้งหมด
พร้อมกันนี้ รังสิมันต์ได้ตั้งข้อสังเกตถึงทรัพย์สินของ ซาง ไท่หยาง ที่มีมูลค่าราว 1,900 ล้านบาท
โดยพบข้อมูลว่ามีการปล่อยกู้ให้กับบริษัทหรือกองทุนแห่งหนึ่งในสัดส่วนถึงร้อยละ 80 ซึ่งต่อมาบริษัทหรือกองทุนดังกล่าวได้ล้มละลาย จนส่งผลกระทบอย่างรุนแรงในวงการคริปโตเคอร์เรนซี นำไปสู่การจับกุมและดำเนินคดีบุคคลที่เกี่ยวข้องหลายรายทั้งในประเทศสิงคโปร์และสหรัฐอเมริกา ซึ่งหลายคนได้ให้การเชื่อมโยงมาถึง ซาง ไท่หยาง
นอกจากนี้ ยังมีการตั้งข้อสังเกตเพิ่มเติมว่า เหตุใด ซาง ไท่หยาง ซึ่งพำนักอยู่ในประเทศไทยและมีทรัพย์สินจำนวนมาก รวมถึงมีการปล่อยสินเชื่อให้กับกองทุนที่ล้มละลายไปแล้ว
แต่เมื่อพิจารณาจากบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของ สุชาดา กลับพบว่ามีการระบุผลต่างของตัวเลขเงินที่ไม่สอดคล้องกัน ข้อมูลเหล่านี้จึงก่อให้เกิดสมมติฐานที่ต้องนำไปสู่การตรวจสอบเส้นทางการเงินต่อไปว่า จะสามารถเชื่อมโยงและนำไปสู่กระบวนการเอาผิดทางกฎหมายได้มากน้อยเพียงใด
ในวันเดียวกันนี้ (2 ตุลาคม) มีรายงานด้วยว่า สุชาดาพร้อมทนายความ จะเดินทางเข้าแจ้งความต่อกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) เพื่อแจ้งความต่อรังสิมันต์สืบเนื่องจากข้อกล่าวหาดังกล่าว โดยก่อนหน้านี้ สุชาดาได้ใช้สิทธิพาดพิงในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอให้รังสิมันต์ถอนคำพูดที่เป็นข้อกล่าวหาเลื่อนลอยทำให้ครอบครัวเสียหาย ซี่งรังสิมันต์ไม่ปฏิบัติตาม จึงถูกประธานในที่ประชุมขณะนั้นเชิญออกจากห้องประชุม


