×

เลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ ทำไมถึงเป็นข่าวดีหุ้นโลกพร้อม เจาะดีลลดภาษี 3 หมื่นล้านสหรัฐฯ-จีน แค่ Sentiment ชั่วคราว?

30.09.2026
  • LOADING...
ภาพกราฟิกการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ พร้อมข้อความระบุผลกระทบต่อสินทรัพย์ลงทุนโลก

ท่ามกลางภูมิทัศน์การลงทุนโลกที่เต็มไปด้วยความผันผวน ทั้งจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ สงครามการค้า และการเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยี ยังมี 4 ประเด็นใหญ่ที่มีผลต่อทิศทางสินทรัพย์ทั่วโลก ได้แก่ ข้อตกลงลดภาษีสหรัฐฯ-จีน, ทิศทางการพัฒนา AI, สถานการณ์ความตึงเครียดในช่องแคบฮอร์มุซ และการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ พร้อมคำแนะนำการจัดพอร์ตการลงทุนอย่างยั่งยืน

 

 
 

ชาตรี โรจนอาภา CFA, FRM หัวหน้าทีมที่ปรึกษาการลงทุน SCB CIO ธนาคารไทยพาณิชย์ ให้สัมภาษณ์ในรายการ Morning Wealth ระบุว่า จากการบรรลุข้อตกลงระหว่างประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ของจีน และ โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ในการลดภาษีนำเข้าระหว่างกันมูลค่าราว 30,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทั้งสองฝั่งนั้น ประเมินว่า สินค้าที่นำมารวมในดีลนี้ส่วนใหญ่เป็นสินค้าที่ไม่ใช่ยุทธศาสตร์ (Non-strategic goods) เช่น ของเล่นเด็ก อุปกรณ์มือถือ อิเล็กทรอนิกส์ขนาดเล็ก และสินค้าเกษตร ขณะที่สินค้าเชิงยุทธศาสตร์สำคัญอย่าง Semiconductor หรือชิปขั้นสูง ยังไม่ได้ถูกยกขึ้นมาหารือในรอบนี้

 

เมื่อพิจารณาในแง่ตัวเลขทางเศรษฐกิจ มูลค่า 30,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นเพียงประมาณ 10% ของมูลค่าการนำเข้าสินค้าจากจีนของสหรัฐฯ (ราว 300,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) และเมื่อเทียบกับการส่งออกของสหรัฐฯ ไปจีนที่ราว 60,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จึงถือว่าไม่ได้มีผลกระทบเชิงปริมาณมหาศาล

 

อย่างไรก็ตาม ข้อตกลงนี้สร้าง Sentiment เชิงบวกต่อบรรยากาศการลงทุน ในระยะสั้น ช่วยชะลอการขยายตัวของสงครามการค้าออกไป และเลื่อนกำหนดการขึ้นภาษีที่เดิมจะมีขึ้นในวันที่ 10 พฤศจิกายน ออกไปอีก 2 เดือน

 

ปมพัฒนา AI ไร้สัญญาณชะลอตัว – จีนผ่อนคลายไฟเขียวซื้อชิป Nvidia

 

ในส่วนของกระแสความกังวลเรื่องความปลอดภัยและการเรียกร้องให้ชะลอการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ (AI) จากผู้บริหารห้องปฏิบัติการ AI บางแห่ง SCB CIO มองว่า ในความเป็นจริงทั้งผู้นำสหรัฐฯ และจีนต่างไม่มีแนวคิดที่จะชะลอการพัฒนา AI แต่อย่างใด เนื่องจากเป็นการแข่งขันที่ดุเดือด หากประเทศใดหรือบริษัทใดชะลอการพัฒนา ก็เสี่ยงที่จะพ่ายแพ้และตามไม่ทันในตลาดโลก ทิศทางหลังจากนี้จึงจะเป็นการพัฒนาควบคู่ไปกับการออกกฎระเบียบกำกับดูแลมากกว่า

 

แม้การหารือระดับชาติด้าน AI ระหว่างสหรัฐฯ และจีนจะถูกเลื่อนออกไปในเดือนพฤศจิกายน แต่ภายหลังการเจรจา มีรายงานข่าวว่าจีนอาจผ่อนคลายมาตรการ เพื่ออนุญาตให้บริษัทภายในประเทศสามารถเข้าซื้อชิปจาก Nvidia ได้ ซึ่งถือเป็นปัจจัยหนุนเชิงบวกชั่วคราวต่อกลุ่มเทคโนโลยี

 

สงครามตะวันออกกลางและช่องแคบฮอร์มุซ ทำไมทรัมป์ถึงยังไม่รีบจบดีล

 

ด้านสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้นไปแตะระดับ 107–108 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ก่อนจะย่อตัวลงมาอยู่ที่ระดับปลาย 90 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งกดดันให้อัตราเงินเฟ้อเร่งตัว และดันให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (Bond Yield) พุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบหลายปี โดย Yield อายุ 10 ปี อยู่ที่ 5.2% และ Yield อายุ 30 ปี อยู่ที่ 5.6% ส่งผลให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) มีแนวโน้มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 1–2 ครั้งในปีนี้ ขณะที่ตลาดคาดการณ์ว่าอาจปรับขึ้นได้ถึง 3–4 ครั้งในรอบ 1 ปีข้างหน้า

 

ประเด็นที่น่าสนใจคือ ข้อมูลจาก Bloomberg ระบุว่า ปริมาณการขนส่งน้ำมันผ่าน ช่องแคบฮอร์มุซ ล่าสุดขยับขึ้นมาอยู่ที่ 13.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน (จากระดับปกติก่อนสงครามที่ 20 ล้านบาร์เรลต่อวัน และช่วงพีคของความขัดแย้งที่ลดลงเหลือเพียง 1–2 ล้านบาร์เรลต่อวัน)

 

การที่น้ำมันยังคงถูกขนส่งและลักลอบส่งออกได้ถึง 2 ใน 3 ของภาวะปกติ ทำให้ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ยังไม่ยอมรับข้อเสนอของอิหร่าน (ที่เสนอเปิดช่องแคบฮอร์มุซและคุยเรื่องนิวเคลียร์ แลกกับการปลดล็อกการอายัดสินทรัพย์และการคว่ำบาตรน้ำมัน) ส่งผลให้การเจรจาถูกลากยาวออกไปเกินช่วงการเลือกตั้งกลางเทอม และกลายเป็นปัจจัยรบกวน (Noise) ที่สร้างความผันผวนในระยะสั้น

 

เลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ 3 พ.ย. สู่ภาวะ ‘Divided Government’ ข่าวดีตลาดหุ้น

 

สำหรับการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ในวันที่ 3 พฤศจิกายนนี้ ผลสำรวจความคิดเห็นส่วนใหญ่ชี้ไปในทางเดียวกันว่า พรรคเดโมแครต (Democrats) มีแนวโน้มสูงที่จะครองเสียงข้างมากทั้งในสภาผู้แทนราษฎร (สส.) และวุฒิสภา (สว.)

 

SCB CIO วิเคราะห์ว่า หากผลออกมาในรูปแบบนี้จริง จะเกิดภาวะที่เรียกว่า ‘Divided Government’ หรือรัฐบาลแบ่งแยกอำนาจ โดยประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ จากพรรครีพับลิกัน จะไม่สามารถใช้อำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดได้เหมือนช่วงก่อนหน้า

 

ทำไมถึงเป็นข่าวดีของตลาดหุ้น?

 

  • สภาที่มีเดโมแครตครองเสียงข้างมาก จะช่วยคานอำนาจและยับยั้งนโยบายสุดโต่ง (Extreme Policies) เช่น การก่อสงครามการค้ารุนแรง หรือการอนุมัติงบประมาณสงครามก้อนโตในปีถัดไป
  • ตลาดหุ้นมักชอบภาวะ Divided Government เนื่องจากมีความเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายต่ำ เสถียรภาพทางการเมืองสูงขึ้น และลดความเสี่ยงจากนโยบายที่ไม่คาดคิดของทรัมป์

 

กลยุทธ์จัดพอร์ตการลงทุนรับมือความผันผวน

 

จากปัจจัยทั้งหมดข้างต้น ชาตรี โรจนอาภา ได้ให้คำแนะนำในการจัดสรรสินทรัพย์ (Asset Allocation) รายประเภท ดังนี้

 

1. ตราสารหนี้ (Fixed Income) เน้นระยะสั้น (1–3 ปี)

 

  • ต้องเพิ่มความระมัดระวัง เนื่องจาก Bond Yield สหรัฐฯ พุ่งขึ้นรวดเร็ว (10 ปี อยู่ที่ 5.2%, 30 ปี อยู่ที่ 5.6%) ทำให้ผลตอบแทนต่อความเสี่ยง (Risk/Reward) ในระยะนี้ยังไม่คุ้มค่า
  • คำแนะนำ: เลือกลงทุนในพันธบัตรหรือกองทุนตราสารหนี้ระยะสั้น อายุเฉลี่ย 1–3 ปี เพื่อพักเงิน และควรรอให้ทิศทางดอกเบี้ยของ Fed ชัดเจนว่าใกล้แตะจุดสูงสุดแล้ว จึงค่อยพิจารณาเพิ่มอายุตราสาร (Duration)

 

1. ตลาดหุ้น (Equities) ระยะยาวยังไปต่อได้ เน้นกลยุทธ์ยืดหยุ่น

 

  • ในระยะยาว ตลาดหุ้นยังมีปัจจัยพื้นฐานสนับสนุนจากการเติบโตของกำไรสุทธิบริษัทจดทะเบียน โดยไตรมาส 3 คาดว่าจะเติบโต 25–27% และปีหน้าเติบโตต่อที่ 15–17% รวมทั้งการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน AI ยังคงเดินหน้าต่อเนื่อง
  • คำแนะนำ: เนื่องจากระยะสั้นมีความผันผวนสูงจาก Bond Yield และสงคราม แนะนำเลือกลงทุนใน กองทุนผสมแบบยืดหยุ่น (Flexible Multi-Asset) เพื่อให้ผู้จัดการกองทุนปรับสัดส่วนตามสถานการณ์ หรือเลือกกลยุทธ์ที่ไม่ผันผวนตามทิศทางตลาด เช่น Market Neutral หรือ Absolute Return
  • สำหรับนักลงทุนรายใหญ่ (High Net Worth): อาจพิจารณาสินทรัพย์ทางเลือก เช่น Structured Notes / Structured Products ที่มีโครงสร้างคุ้มครองเงินต้นหรือคุ้มครองความเสี่ยงในตลาดขาลง

 

1. ทองคำ (Gold) จุดทยอยสะสมระยะยาว

 

  • ราคาทองคำย่อตัวลงมาอยู่ที่ราว 4,100–4,200 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ (ใกล้จุดต่ำสุดเดิมที่ราว 4,000 ดอลลาร์สหรัฐ) ผลจากแรงกดดันเรื่องสงคราม ราคาน้ำมัน และดอกเบี้ย
  • คำแนะนำ: ระดับราคาปัจจุบันที่ 4,100 ดอลลาร์สหรัฐ มีความน่าสนใจในการ ทยอยสะสมระยะยาว เนื่องจากมองว่าสงครามในตะวันออกกลางจะคลี่คลายในที่สุด ราคาน้ำมันจะปรับลง และเมื่อ Fed ปรับขึ้นดอกเบี้ยจนสุดทาง ราคาทองคำจะมีโอกาสฟื้นตัว

 

ภาพ: Andrew Angelov / Shutterstock

  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories