×

Starbucks ลดสาขา-ลดต้นทุน ปิดร้านกว่า 250 แห่งในอเมริกาเหนือ หวังฟื้นผลประกอบการ

28.09.2026
  • LOADING...
ภาพร้าน Starbucks พร้อมข้อความระบุการปิด 250 สาขาในอเมริกาเหนือ

Starbucks ประกาศปิดร้านกาแฟในทวีปอเมริกาเหนือ กว่า 250 แห่ง จากจำนวนร้านทั้งหมด 18,371 แห่ง โดยบริษัทวางแผนดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในสิ้นสัปดาห์นี้ และร้านส่วนใหญ่จะปิดก่อนสิ้นปีการเงิน 2026 ซึ่งสิ้นสุดในช่วงปลายเดือนกันยายนนี้

 

 
 

การปิดสาขาครั้งนี้ถือเป็นการปิดร้านครั้งใหญ่รอบที่ 2 ในทวีปอเมริกาเหนือ นับตั้งแต่ไบรอัน นิคคอล เข้ารับตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Starbucks เมื่อปี 2024 โดยเป็นส่วนหนึ่งของแผนฟื้นฟูและปรับปรุงธุรกิจ บริษัทจะมุ่งยกระดับประสบการณ์ของลูกค้า ทั้งด้านบรรยากาศภายในร้าน ควบคู่กับการให้บริการ และการปฏิสัมพันธ์ระหว่างลูกค้ากับพนักงาน

 

Starbucks ยังไม่ได้เปิดเผยอย่างเป็นทางการว่าร้านใดบ้างจะถูกปิด หรือมีร้านในสหรัฐฯ จำนวนเท่าใดที่อยู่ในรายชื่อดังกล่าว อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่าสาขา Fig Garden Village ซึ่งตั้งอยู่ใกล้มหาวิทยาลัย Fresno State และสาขาในเมือง Merced รัฐแคลิฟอร์เนีย อยู่ในกลุ่มร้านที่เตรียมปิด

 

ไมค์ แกรมส์ ประธานฝ่ายปฏิบัติการของ Starbucks กล่าวในจดหมายถึงพนักงานว่า บริษัทได้ตรวจสอบพอร์ตโฟลิโอร้านกาแฟในอเมริกาเหนืออย่างละเอียด และพบว่าร้านบางแห่งไม่สามารถมอบประสบการณ์ที่บริษัทต้องการแก่ลูกค้าและพนักงานได้อย่างสม่ำเสมอ หรือไม่มีแนวทางที่จะทำให้ผลประกอบการอยู่ในระดับที่ยอมรับได้ โดยร้านส่วนใหญ่ที่ถูกเลือกปิดมีสาเหตุมาจากผลประกอบการที่ไม่เป็นที่ยอมรับ หรือไม่สามารถมอบประสบการณ์ตามมาตรฐานของบริษัทได้

 

สำหรับปีการเงิน 2026 Starbucks ปรับลดเป้าหมายการเปิดร้านใหม่เหลือ 440 แห่ง จากเดิมที่คาดว่าจะเปิดประมาณ 600–650 แห่ง โดยจะเน้นการขยายสาขาในตลาดต่างประเทศเป็นหลัก อย่างไรก็ตาม บริษัทระบุว่ายังเห็นโอกาสการเติบโตระยะยาวในอเมริกาเหนือ และยังคงพัฒนาแผนเปิดสาขาใหม่ รวมถึงตั้งเป้าเพิ่มจำนวนร้านในภูมิภาคนี้ต่อไป

 

ค่าใช้จ่ายปรับโครงสร้าง 300 ล้านดอลลาร์

 

Starbucks คาดว่าจะมีค่าใช้จ่ายในการปรับโครงสร้างจากการปิดร้านครั้งนี้ประมาณ 300 ล้านดอลลาร์ (ราว 1 หมื่นล้านบาท) แบ่งเป็น ค่าใช้จ่ายเงินสดประมาณ 200 ล้านดอลลาร์ สำหรับการยกเลิกสัญญาเช่าก่อนกำหนดและการจ่ายค่าชดเชยให้พนักงาน

 

ตามด้วยค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่เงินสดประมาณ 100 ล้านดอลลาร์ (ราว 3.3 พันล้านบาท)จากการจำหน่ายและการบันทึกค่าเสื่อมมูลค่าทรัพย์สินของร้านกาแฟที่บริษัทเป็นเจ้าของ

 

ทั้งนี้ บริษัทจะพยายามย้ายพนักงานจากร้านที่ปิดไปยังสาขาอื่น หากมีตำแหน่งว่างและสามารถดำเนินการได้ แต่หากไม่สามารถจัดหาตำแหน่งงานใหม่ให้ได้ จะให้การสนับสนุนด้านค่าชดเชยตามความเหมาะสม

 

นอกจากการปิดสาขาแล้ว Starbucks ยังเดินหน้าลดจำนวนพนักงานในฝ่ายบริหารและฝ่าย nonretail ซึ่งไม่ได้ทำงานประจำอยู่ในร้านกาแฟโดยตรง โดยบริษัทปลดพนักงานกลุ่มดังกล่าว 900 คนในช่วงการปิดร้านรอบก่อนเมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว และปลดพนักงานฝ่ายบริหารเพิ่มเติมอีก 300 คนในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา พร้อมปิดสำนักงานบางแห่งในสหรัฐฯ ที่มีการใช้งานน้อย เพื่อควบคุมต้นทุนและปรับโครงสร้างการดำเนินงาน

 

สหภาพแรงงานเผยมีร้านสหภาพฯ 20 แห่งอยู่ในกลุ่มที่จะปิด

 

Starbucks Workers United ซึ่งเป็นองค์กรตัวแทนพนักงาน Starbucks ที่รวมตัวเป็นสหภาพแรงงานประมาณ 700 แห่งในสหรัฐฯ เปิดเผยว่า มีร้านที่เป็นสาขาสหภาพแรงงาน 20 แห่งอยู่ในกลุ่ม 250 ร้านที่จะปิด หรือคิดเป็นประมาณ 8% ของร้านทั้งหมดที่จะถูกปิด

 

ในส่วนของพนักงาน Starbucks เริ่มลงมติจัดตั้งสหภาพแรงงานตั้งแต่ปลายปี 2021 แต่จนถึงขณะนี้ สหภาพแรงงานและบริษัทยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงด้านแรงงานร่วมกันได้ โดย Starbucks Workers United รายงานว่าจะส่งคำขอข้อมูลอย่างเป็นทางการเพื่อขอรายละเอียดเกี่ยวกับแผนการปิดสาขา และจะดำเนินการเจรจาต่อรองในทุกสาขาที่มีการรวมตัวเป็นสหภาพแรงงาน

 

เดินหน้ารีโนเวตร้าน 1,500 สาขา

 

นอกเหนือจากการปิดร้านที่ดำเนินงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ Starbucks ยังเดินหน้าปรับปรุงร้านกาแฟในอเมริกาเหนือให้มีบรรยากาศอบอุ่นและน่าใช้บริการมากขึ้น โดยตั้งเป้าปรับปรุงร้านจำนวน 1,500 แห่งให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 30 กันยายนนี้ ซึ่งเป็นวันสิ้นสุดปีการเงินของบริษัท

 

บริษัทย้ำว่า ความคืบหน้าดังกล่าวช่วยให้เห็นภาพการดำเนินงานของแต่ละสาขาชัดเจนขึ้น แม้ร้านส่วนใหญ่จะได้รับประโยชน์จากการปรับปรุงและแรงผลักดันโดยรวมของบริษัท แต่ยังมีบางร้านที่ไม่สามารถทำผลงานให้ดีขึ้นได้ แม้พนักงานและผู้บริหารจะพยายามอย่างเต็มที่แล้วก็ตาม

 

ความเคลื่อนไหวทั้งหมดสะท้อนว่า Starbucks กำลังเร่งปรับโครงสร้างธุรกิจในอเมริกาเหนือ ทั้งการลดจำนวนร้านที่ไม่ทำกำไร รวมถึงลดต้นทุนด้านบุคลากรและสำนักงาน ตลอดจนการลงทุนปรับปรุงสาขาที่มีศักยภาพ เพื่อยกระดับประสบการณ์ของลูกค้าและฟื้นฟูผลประกอบการในระยะยาว

 

ภาพ: bluestork / Shutterstock

 

อ้างอิง:

 

  • LOADING...

READ MORE




EDITOR'S PICKS


Latest Stories