จีนผลักดัน ‘การทูตอวกาศ’ (Space Diplomacy) ผ่านความร่วมมือด้านอวกาศครั้งสำคัญระหว่างจีนกับปากีสถาน โดยจีนจะส่งนักบินชาวปากีสถานขึ้นสู่สถานีอวกาศเทียนกงเป็นครั้งแรก ซึ่งขณะนี้มีนักบินที่ผ่านการคัดเลือกสองคนกำลังเข้ารับการฝึกฝนอย่างเข้มงวดในประเทศจีน
ประเด็นสำคัญ
นักบินชาวปากีสถาน 2 คนนั้นได้แก่ ซีชาน อาลี และคูร์รัม ดาอูด ซึ่งทั้งคู่จะต้องเรียนรู้ทั้งภาษาจีนกลาง การฝึกแรงเหวี่ยง และระบบยานอวกาศ ซึ่งภารกิจบนสถานีอวกาศเทียนกงนี้จะมีระยะเวลาประมาณ 1 สัปดาห์ โดยคาดว่า จะมีการคัดเลือกขั้นสุดท้ายในช่วงกลางถึงปลายเดือนตุลาคมนี้
นักบินอวกาศที่ได้รับเลือกจะปฏิบัติหน้าที่ในฐานะ ผู้เชี่ยวชาญประจำภารกิจ (Payload Specialist) เพื่อดูแลงานทดลองทางชีววิทยาระดับนานาชาติ 4 โครงการของปากีสถาน ซึ่งเน้นการแก้ปัญหาความมั่นคงทางอาหารและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือภายใต้ ข้อริเริ่มแถบและเส้นทาง (Belt and Road Initiative: BRI) ซึ่งที่ผ่านมามีความร่วมมือทั้งการส่งดาวเทียม ระบบนำทางด้วยดาวเทียมร่วมกัน รวมถึงการส่งหุ่นยนต์สำรวจดวงจันทร์ (Rover) ที่พัฒนาโดยปากีสถานไปพร้อมกับภารกิจ ฉางเอ๋อ-8 (Chang’e 8) ของจีนในปี 2028
การทูตอวกาศของจีนครั้งนี้ สะท้อนอะไร?
แม้จะมีเพียง 3 ประเทศในโลก ได้แก่ รัสเซีย สหรัฐฯ และจีน ที่สามารถส่งยานอวกาศที่มีมนุษย์ควบคุมได้เองเดินทางไปสู่ห้วงอวกาศ แต่การเตรียมส่งนักบินอวกาศปากีสถานครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกที่จีนจะพานักบินหรือผู้เชี่ยวชาญต่างชาติขึ้นสู่อวกาศ ไปยังสถานีอวกาศเทียนกงของตนเอง
การทูตอวกาศครั้งนี้ของจีน ยังสะท้อนให้เห็นว่า ประเทศพันธมิตรอย่างปากีสถานซึ่งยังไม่มีจรวดส่งหรือยานอวกาศของตนเอง ต้องพึ่งพาจีนในทุกมิติ ทั้งตัวยานอวกาศ ฐานปล่อย ครูฝึก ตลอดจนการใช้ภาษาจีนกลางในการสื่อสารบนวงโคจร
อีกทั้งยังเป็นแพลตฟอร์มยกระดับเทคโนโลยีอวกาศให้ประเทศกำลังพัฒนา และเป็นการเปิดโอกาสให้เทคโนโลยีและงานวิจัยของประเทศพันธมิตรได้รับการยอมรับและได้รับการทดสอบบนเวทีระดับสากล
ความร่วมมือด้านอวกาศระหว่างจีนและปากีสถานผ่านบทบาท ‘การทูตอวกาศ’ ไม่เพียงแต่สะท้อนถึงการยกระดับศักยภาพทางวิทยาศาสตร์และการวิจัย เพื่อตอบโจทย์วิกฤตความมั่นคงทางอาหารและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเท่านั้น แต่ยังตอกย้ำถึงความเชื่อมโยงเชิงยุทธศาสตร์และการพึ่งพาโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีในระดับภูมิภาคอย่างมีนัยสำคัญ
ในระยะยาว โครงการนี้จึงเป็นหมุดหมายสำคัญที่ทำให้ทั่วโลกต้องจับตามองต่อไปว่า รูปแบบการสร้างพันธมิตรผ่านเทคโนโลยีและสถานีอวกาศเช่นนี้ จะกลายเป็นอีกหนึ่งสนามแข่งขันเชิงยุทธศาสตร์ใหม่ของบรรดารัฐมหาอำนาจในการขยายเขตอิทธิพลและสร้างพันธมิตร นอกเหนือจากพื้นที่บนโลกหรือไม่
แฟ้มภาพ: Long Wei / Feature China / Future Publishing via Getty Images
อ้างอิง:
- https://www.reuters.com/science/chinas-space-diplomacy-lifts-pakistani-astronaut-toward-orbit-2026-09-28/
- https://chinaglobalsouth.com/analysis/pakistan-first-astronaut-china-tiangong/
- https://thediplomat.com/2025/08/reaching-for-the-stars-chinas-growing-space-diplomacy/


