×

The Twist คืออะไร? รู้จักแกลเลอรีบิด 90 องศา ที่เป็นทั้งพิพิธภัณฑ์และสะพานในนอร์เวย์

17.09.2026
  • LOADING...
ภาพมุมกว้างของอาคาร The Twist ที่บิดตัว 90 องศา พาดข้ามแม่น้ำในประเทศนอร์เวย์

HIGHLIGHTS

  • เมื่อแกลเลอรีไม่จำเป็นต้องเป็นเพียงอาคาร ‘The Twist’ ภายใน Kistefos ประเทศนอร์เวย์ คือผลงานของ BIG (Bjarke Ingels Group) ที่รวมพื้นที่จัดแสดงศิลปะ สะพาน และงานสถาปัตยกรรมเข้าไว้ในโครงสร้างเดียว ด้วยอาคารขนาด 1,000 ตารางเมตรที่พาดข้ามแม่น้ำ Randselva และบิดตัว 90 องศา เพื่อเชื่อมภูมิประเทศสองฝั่งที่มีระดับความสูงต่างกัน

ถ้ามองจากระยะไกล The Twist อาจดูเหมือนประติมากรรมขนาดใหญ่ที่พาดอยู่เหนือแม่น้ำ Randselva แต่เมื่อเดินเข้าไปใกล้ เราจะพบว่าโครงสร้างนี้ทำหน้าที่มากกว่านั้น เพราะเป็นทั้งแกลเลอรีจัดแสดงศิลปะ สะพานสำหรับเดินข้ามแม่น้ำ และเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางชม Sculpture Park ไปพร้อมกัน

 

 
 

The Twist คืออาคารแกลเลอรีภายใน Kistefos Museum เมือง Jevnaker ประเทศนอร์เวย์ ออกแบบโดย BIG (Bjarke Ingels Group) สตูดิโอสถาปัตยกรรมที่ก่อตั้งโดย Bjarke Ingels ตัวอาคารสร้างเสร็จและเปิดในปี 2019 มีพื้นที่ประมาณ 1,000 ตารางเมตร และพาดข้ามแม่น้ำเป็นระยะทาง 60 เมตร

 

ความน่าสนใจจึงไม่ได้อยู่แค่รูปร่างที่ดูแปลกตา แต่คือการที่ BIG นำโจทย์สองอย่างของ Kistefos มารวมกันเป็นอาคารเดียว นั่นคือ พื้นที่จัดแสดงศิลปะแห่งใหม่ และสะพานแห่งที่สองสำหรับเชื่อมสองฝั่งของ Sculpture Park

 

ภาพมุมกว้างของอาคาร The Twist ที่บิดตัว 90 องศา พาดข้ามแม่น้ำในประเทศนอร์เวย์ 1

 

จากโรงงานเยื่อไม้เก่าสู่พื้นที่ศิลปะร่วมสมัย

 

ก่อนจะกลายเป็นหนึ่งในจุดหมายด้านศิลปะและสถาปัตยกรรมของนอร์เวย์ พื้นที่ Kistefos มีประวัติย้อนกลับไปถึงปี 1889 เมื่อ A/S Kistefos Træsliberi ก่อตั้งขึ้นเพื่อผลิตเยื่อไม้ โดยโรงงานดำเนินการผลิตอยู่จนถึงปี 1955

 

ต่อมาในปี 1996 Christen Sveaas นักธุรกิจและนักสะสมศิลปะชาวนอร์เวย์ ซึ่งเป็นหลานของผู้ก่อตั้งโรงงาน ได้ก่อตั้ง Kistefos ขึ้นในพื้นที่เดิม โดยเก็บประวัติศาสตร์อุตสาหกรรมของสถานที่เอาไว้ควบคู่กับการพัฒนาพื้นที่สำหรับศิลปะร่วมสมัย

 

ปัจจุบันพื้นที่ประกอบด้วย Industrial Museum, แกลเลอรี และ Sculpture Park ที่กระจายอยู่ทั้งสองฝั่งของแม่น้ำ Randselva พร้อมผลงานของศิลปินหลากหลาย

 

แต่การที่ Sculpture Park ขยายตัวไปตามสองฝั่งแม่น้ำก็ทำให้เกิดโจทย์สำคัญขึ้นมา เพราะผู้ชมต้องเดินเป็นเส้นทางคล้ายตัว U เพื่อกลับจากอีกฝั่ง Kistefos จึงต้องการทั้งพื้นที่แสดงงานใหม่และสะพานแห่งที่สอง แทนที่จะแยกสองอย่างออกจากกัน BIG เลือกนำมันมารวมเป็นอาคารเดียว

 

ภาพมุมกว้างของอาคาร The Twist ที่บิดตัว 90 องศา พาดข้ามแม่น้ำในประเทศนอร์เวย์ 2

ภาพมุมกว้างของอาคาร The Twist ที่บิดตัว 90 องศา พาดข้ามแม่น้ำในประเทศนอร์เวย์ 3

 

สะพานที่ต้องบิดตัว 90 องศา

 

สิ่งที่กลายมาเป็นเอกลักษณ์ของ The Twist เริ่มต้นจากข้อจำกัดของภูมิประเทศ

 

ฝั่งใต้ของแม่น้ำเป็นพื้นที่ป่าที่อยู่ในระดับต่ำกว่า ขณะที่ฝั่งเหนือเป็นเนินที่สูงกว่า หากต้องการให้อาคารเชื่อมพื้นที่ทั้งสองฝั่งเข้าหากัน BIG จึงออกแบบโครงสร้างคล้ายคานยาวพาดข้ามแม่น้ำ ก่อนค่อยๆ บิดตัว 90 องศาบริเวณกึ่งกลางอาคาร

 

ผลที่เกิดขึ้นคือพื้นของพื้นที่หนึ่งค่อยๆ เปลี่ยนสถานะกลายเป็นผนัง ขณะที่ผนังเปลี่ยนเป็นเพดาน จนเกิดพื้นที่ตรงกลางที่แทบแยกไม่ได้ชัดเจนว่าองค์ประกอบใดคือพื้น ผนัง หรือเพดาน

 

Bjarke Ingels อธิบายแนวคิดของโครงการไว้ว่า The Twist เป็นงานลูกผสมระหว่างหลายประเภท เป็นทั้งพิพิธภัณฑ์ สะพาน และประติมากรรมที่สามารถเข้าไปใช้งานได้ ขณะเดียวกันตัวสะพานก็ทำให้เส้นทางภายใน Sculpture Park กลายเป็นวงรอบต่อเนื่อง พูดง่ายๆ คือ รูปทรงที่ดูหวือหวาของ The Twist ไม่ได้เริ่มต้นจากความต้องการสร้างแลนด์มาร์กเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการแก้ปัญหาของพื้นที่จริง

 

ภาพมุมกว้างของอาคาร The Twist ที่บิดตัว 90 องศา พาดข้ามแม่น้ำในประเทศนอร์เวย์ 4

 

ภาพมุมกว้างของอาคาร The Twist ที่บิดตัว 90 องศา พาดข้ามแม่น้ำในประเทศนอร์เวย์ 5

ภาพมุมกว้างของอาคาร The Twist ที่บิดตัว 90 องศา พาดข้ามแม่น้ำในประเทศนอร์เวย์ 6

 

3 Gallery ที่ให้ประสบการณ์ไม่เหมือนกัน

 

การบิดอาคาร 90 องศาไม่ได้เปลี่ยนเพียงรูปลักษณ์ภายนอก แต่ยังทำให้ The Twist เกิดพื้นที่จัดแสดงที่มีคาแรกเตอร์แตกต่างกัน 3 แบบ ได้แก่ Closed Gallery, Twist Gallery และ Panorama Gallery

 

เมื่อเข้าจากฝั่งใต้ ผู้ชมจะเข้าสู่ Closed Gallery ซึ่งเป็นพื้นที่แบบ Double-height ก่อนเดินเข้าสู่ Twist Gallery ตรงกึ่งกลางอาคาร จุดที่เพดานค่อยๆ กลายเป็นผนังและผนังค่อยๆ เปลี่ยนตำแหน่งตามการหมุนของโครงสร้าง

 

เมื่อเดินต่อไปถึงฝั่งเหนือ พื้นที่จะเปิดออกเป็น Panorama Gallery พร้อมกระจกขนาดใหญ่ที่มองเห็นแม่น้ำและภูมิทัศน์รอบ Kistefos

 

BIG ตั้งใจให้ความแตกต่างของรูปทรง หน้าต่าง และแสงธรรมชาติสร้างลักษณะของพื้นที่จัดแสดงที่แตกต่างกันภายในอาคารเดียว ดังนั้นการเดินจากปลายหนึ่งไปสู่อีกปลายหนึ่งจึงไม่ใช่แค่การเปลี่ยนห้อง แต่เป็นการค่อยๆ รับรู้การเปลี่ยนแปลงของสเกล แสง และมุมมองต่อภูมิทัศน์ภายนอก

 

ภาพมุมกว้างของอาคาร The Twist ที่บิดตัว 90 องศา พาดข้ามแม่น้ำในประเทศนอร์เวย์ 7

ภาพมุมกว้างของอาคาร The Twist ที่บิดตัว 90 องศา พาดข้ามแม่น้ำในประเทศนอร์เวย์ 8

ภาพมุมกว้างของอาคาร The Twist ที่บิดตัว 90 องศา พาดข้ามแม่น้ำในประเทศนอร์เวย์ 9

 

อาคารที่ทำให้การเดินกลายเป็นส่วนหนึ่งของการชมศิลปะ

 

สิ่งที่เราชอบเกี่ยวกับ The Twist อาจไม่ใช่แค่ภาพของอาคารบิด 90 องศาที่กลายเป็นภาพจำของ Kistefos แต่คือวิธีที่ BIG ทำให้สถาปัตยกรรมเข้าไปเปลี่ยนวิธีใช้พื้นที่ทั้งหมด

 

เพราะก่อนมี The Twist ผู้ชมต้องเดินย้อนกลับเพื่อชมพื้นที่สองฝั่งแม่น้ำ แต่เมื่ออาคารนี้ทำหน้าที่เป็นสะพานแห่งที่สอง เส้นทางจึงกลายเป็น Continuous Loop ที่สามารถเดินชม Sculpture Park ได้ต่อเนื่องเป็นวงรอบ

 

นั่นหมายความว่า The Twist ไม่ใช่วัตถุที่ตั้งอยู่กลางสวนเพื่อให้เราเดินไปดูเพียงอย่างเดียว แต่กลายเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทาง และไม่ว่าจะเริ่มจากฝั่งเหนือหรือใต้ ผู้ชมสามารถเดินผ่านงานศิลปะภายในอาคารก่อนออกไปเจองานประติมากรรมและธรรมชาติอีกด้านหนึ่ง

 

นี่อาจเป็นเหตุผลที่ทำให้ The Twist น่าสนใจกว่าสถาปัตยกรรมที่มีรูปร่างโดดเด่นทั่วไป เพราะสิ่งที่ดูเหมือน Gesture ทางสถาปัตยกรรมขนาดใหญ่ แท้จริงแล้วมีที่มาจากโจทย์พื้นฐานมากๆ ว่า จะเชื่อมคน ศิลปะ และพื้นที่สองฝั่งแม่น้ำเข้าหากันอย่างไร และ BIG เลือกตอบโจทย์นั้นด้วยอาคารเพียงหลังเดียว

 

สำหรับฤดูกาล 2026 Kistefos เปิดตั้งแต่วันที่ 9 พฤษภาคม – 11 ตุลาคม 2026 โดยนิทรรศการภายใน The Twist ปีนี้คือ When I’m in My Painting นิทรรศการกลุ่มที่สำรวจจิตรกรรมนามธรรมร่วมสมัย ผ่านผลงานของ Ragna Bley, Ida Ekblad, Oscar Murillo และ Albert Oehlen สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.kistefosmuseum.com/art/the-twist-gallery

 

ภาพ: Courtesy of Kistefos Museum

 
  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories