จับตา คลังจ่อเสนอ ‘ไทยช่วยไทย พลัส’ ต่ออายุในสัปดาห์นี้ หลังเงินกู้ เพื่อช่วยเหลือและเยียวยาประชาชนจากผลกระทบด้านพลังงานเหลือ 4 หมื่นล้าน รองรับได้ราว 1 เดือน
วันนี้ (14 กันยายน) ลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ตาม พ.ร.ก. ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากวิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านพลังงานของประเทศ วงเงิน 4 แสนล้านบาท เผยว่า ภายในสัปดาห์นี้คณะกรรมการกลั่นกรองฯ จะมีการประชุม โดยคาดว่ากระทรวงการคลังจะเสนอรายละเอียดการต่ออายุโครงการ ‘ไทยช่วยไทย พลัส’ เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชนเข้าสู่การพิจารณา
ทั้งนี้ แม้จะเป็นโครงการเดิม แต่การต่ออายุจำเป็นต้องเสนอรายละเอียดการใช้จ่ายเงินเข้ามาพิจารณาใหม่ โดยหลักการจะต้องใช้เงินจาก พ.ร.ก.กู้เงินในส่วนแรก วงเงิน 2 แสนล้านบาท ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือและเยียวยาประชาชนจากผลกระทบด้านพลังงาน ปัจจุบันเหลือวงเงินประมาณ 4 หมื่นกว่าล้านบาท
ลวรณระบุว่า หากต่ออายุโครงการภายใต้เงื่อนไขเดิม วงเงินที่เหลืออยู่จะรองรับการดำเนินโครงการได้ประมาณ 1 เดือน เนื่องจากปัจจุบัน ‘ไทยช่วยไทย พลัส’ ใช้วงเงินเฉลี่ยเดือนละ 4 หมื่นกว่าล้านบาท ขณะที่หากวงเงินส่วนแรกไม่เพียงพอ ยังสามารถพิจารณาโยกวงเงินจากส่วนที่ 2 อีก 2 แสนล้านบาท ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อการเปลี่ยนผ่านพลังงานของประเทศมาใช้ดำเนินโครงการได้ เนื่องจากกฎหมายเปิดช่องให้สามารถดำเนินการได้
อย่างไรก็ตาม จำนวนเดือนที่วงเงินคงเหลือจะรองรับได้ ขึ้นอยู่กับข้อเสนอของกระทรวงการคลัง โดยหากยังใช้เงื่อนไขเดิม คือให้ความช่วยเหลือรายละ 1,000 บาทต่อเดือน วงเงินในส่วนแรกจะรองรับได้ประมาณ 1 เดือน แต่หากต้องการขยายความช่วยเหลือออกไปมากกว่านั้น จะต้องพิจารณาเงื่อนไขของโครงการอีกครั้ง
“ในหลักการเดิมมองว่าเหตุการณ์ในตะวันออกกลางควรจะสงบภายใน 4 เดือน แต่ตอนนี้สถานการณ์ยืดเยื้อยาวนาน กลับมาสู้รบกันอีกครั้ง ราคาน้ำมันมีการปรับเพิ่มขึ้นเกินกว่า 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลอีกครั้ง ก็อาจจะเป็นเหตุผลให้มีการต่ออายุโครงการไทยช่วยไทย พลัสได้ ส่วนรายละเอียดของโครงการที่จะต่ออายุนั้นต้องรอดูข้อเสนอ ส่วนผมในฐานะประธานคณะกรรมการกลั่นกรองฯ มีหน้าที่พิจารณา และกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินว่าควรเป็นอย่างไร” ลวรณกล่าว
สำหรับกรณีที่โครงการอาจขยายไปจนถึงสิ้นปี 2569 ลวรณระบุว่า ต้องรอรายละเอียดและข้อเสนอจากกระทรวงการคลังก่อน โดยทุกอย่างขึ้นอยู่กับรูปแบบและเงื่อนไขของโครงการที่จะเสนอเข้ามา
ทั้งนี้ หลังผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการกลั่นกรองฯ แล้ว จะต้องเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาเห็นชอบโดยเร็ว ก่อนที่โครงการ ‘ไทยช่วยไทย พลัส’ จะสิ้นสุดในวันที่ 30 กันยายนนี้ เพื่อให้การดำเนินโครงการสามารถเดินหน้าต่อเนื่องได้ หากรัฐบาลมีนโยบายให้ต่ออายุโครงการ
ลวรณระบุว่า ขณะนี้กระทรวงการคลังและคณะกรรมการกลั่นกรองฯ อยู่ระหว่างเร่งดำเนินการตามกระบวนการดังกล่าว เพื่อให้การพิจารณาแล้วเสร็จและไม่ให้การดำเนินโครงการเกิดรอยต่อ

