×

เวทีราชดำเนินเสวนา หัวข้อ ‘จากยอดวิวสู่ความรับผิดชอบ’ วงการสื่อ-วิชาการ ถกแนวทางเสรีภาพบนมาตรฐานจริยธรรม

โดย THE STANDARD TEAM
14.09.2026
  • LOADING...
ภาพผู้ร่วมเสวนาบนเวทีราชดำเนินเสวนา หัวข้อ ‘จากยอดวิวสู่ความรับผิดชอบ’

วงการสื่อสารมวลชน ภาควิชาการ และหน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภค นำเสนอแนวทางการจัดระเบียบแพลตฟอร์มออนไลน์และกลุ่มผู้สร้างเนื้อหา (คอนเทนต์ครีเอเตอร์) เพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบต่อสังคมที่เกิดจากเนื้อหาสร้างความเกลียดชังและสินค้าหลอกลวง พร้อมเสนอแนวคิดการจัดตั้ง ‘แพลตฟอร์มแห่งชาติ’ เพื่อสร้างรายได้และจัดเก็บภาษีจากเม็ดเงินหมุนเวียนกว่า 4 หมื่นล้านบาทให้อยู่ในประเทศ แทนการสูญเสียรายได้ให้แก่แพลตฟอร์มต่างชาติ

 

เมื่อวันที่ 13 กันยายน ในเวที ‘ราชดำเนินเสวนา’ หัวข้อ ‘จากยอดวิวสู่ความรับผิดชอบ: เสรีภาพสร้างสรรค์บนมาตรฐานจริยธรรม’ จัดโดยสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 13 กันยายน ณ โรงแรมเบสท์ เวสเทิร์น จตุจักร โดยมีตัวแทนจากหน่วยงานกำกับดูแล ภาควิชาชีพ สถาบันการศึกษา และผู้สร้างเนื้อหาเข้าร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูล

 

ดร.ธนกร ศรีสุขใส ผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ระบุว่า แพลตฟอร์มออนไลน์ต้องร่วมรับผิดชอบต่อสังคม เนื่องจากกฎหมายที่มีอยู่ เช่น พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ หรือกฎหมายหมิ่นประมาท ไม่สามารถตามทันความเปลี่ยนแปลงได้ ปัญหาสำคัญในบริบทสังคมไทยปัจจุบันคือวาทกรรมสร้างความเกลียดชัง (Hate Speech) ซึ่งส่งผลกระทบวงกว้างมากกว่าเรื่องยอดเข้าชม

 

ดร.ธนกร เสนอให้รัฐบาลผลักดันกฎหมายควบคุมแพลตฟอร์ม และสร้างแพลตฟอร์มแห่งชาติ (National Platform) เพื่อสร้างรายได้และจัดเก็บภาษีเข้าประเทศอย่างถูกต้อง รวมถึงแสดงความกังวลต่อการใช้งานปัญญาประดิษฐ์ (AI) ของคนไทย ที่มักใช้เพื่อการดูดวงหรือตามกระแส มากกว่าการสืบค้นข้อมูลเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต

 

โดยเสนอให้คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ปรับปรุงกฎหมายเชิงนโยบายเพื่อรับมือกับภัยออนไลน์ที่อาจรุนแรงขึ้น

 

ทางด้านการรวมกลุ่มวิชาชีพ กล้า ตั้งสุวรรณ อุปนายกด้านการยกระดับครีเอเตอร์สู่สื่อสาธารณะ สมาคมคอนเทนต์ครีเอเตอร์ไทย เปิดเผยข้อมูลว่า ประเทศไทยมีคอนเทนต์ครีเอเตอร์ประมาณ 9 ล้านคน สร้างเม็ดเงินหมุนเวียนประมาณ 4 หมื่นล้านบาท แต่ยังขาดโครงสร้างรองรับทางอาชีพ เช่น การทำธุรกรรมทางการเงิน

 

ทางสมาคมฯ จึงเตรียมออกแนวทางปฏิบัติ (Guideline) เพื่อกำกับดูแลกันเอง กำหนดนิยามของอาชีพ และวางกรอบการทำงานให้ชัดเจน เช่น การระบุข้อจำกัดของอินฟลูเอนเซอร์สายข่าว เพื่อสร้างมาตรฐานวิชาชีพ ผลักดันให้เกิดการเสียภาษีอย่างถูกต้อง และรักษาเม็ดเงินโฆษณาไม่ให้รั่วไหลออกนอกประเทศ พร้อมระบุว่าร้อยละ 95 ของผู้สร้างเนื้อหาไม่ได้จบการศึกษาด้านนิเทศศาสตร์ จึงมีความจำเป็นต้องสร้างความเข้าใจด้านกฎหมายและจริยธรรม

 

จิรายุ จันทรวงศ์ อินฟลูเอนเซอร์เจ้าของช่อง TikTok ‘ตุ๊ดย่อยข่าว’ นำเสนอข้อมูลเบื้องลึกว่า ในวงการมีเอเจนซี่ที่ว่าจ้างให้ผลิตเนื้อหาสายเทาหรือสายดาร์ก โดยเสนอค่าตอบแทนสูงพร้อมจัดเตรียมทีมทนายความไว้รองรับหากถูกฟ้องร้อง ทำให้อินฟลูเอนเซอร์หลายรายเลือกที่จะรับงานดังกล่าว การใช้กฎหมายควบคุมจึงอาจไม่ส่งผลกระทบต่อกลุ่มนี้เท่ากับการถูกสังคมลงโทษหรือการถูกระงับช่องทางหารายได้

 

จิรายุเสนอให้ผู้สร้างเนื้อหาใช้ความน่าเชื่อถือ (Trust) เป็นเครื่องมือนำเสนอเนื้อหา แทนการสร้างกระแสไวรัลผ่านเรื่องอื้อฉาว และต้องคัดกรองผู้ว่าจ้างอย่างรัดกุม

 

ในมุมมองทางวิชาการ รศ.ประไพพิศ มุทิตาเจริญ คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ระบุว่า ในยุคที่ทุกคนสามารถเป็นสื่อได้ แพลตฟอร์มมีกลไกอัลกอริทึมที่กระตุ้นอารมณ์ผู้รับสารอย่างต่อเนื่อง การยกระดับอาชีพนี้จึงต้องอาศัยจริยธรรมเป็นแนวทางปฏิบัติ ควบคู่ไปกับการสร้างความรู้เท่าทันสื่อให้แก่สังคม

 

หากจะมีการออกกฎหมายฉบับใหม่ ควรพิจารณาให้ครอบคลุมเฉพาะอุตสาหกรรมที่มีความละเอียดอ่อนและส่งผลกระทบต่อชีวิตผู้คน เช่น เนื้อหาด้านการแพทย์หรือการลงทุน

 

ด้าน สถาพร อารักษ์วทนะ หัวหน้าฝ่ายสื่อสารสาธารณะและประชาสัมพันธ์ สำนักงานสภาองค์กรของผู้บริโภค นำเสนอข้อมูลผลกระทบว่า ปัจจุบันมีผู้บริโภคร้องเรียนเรื่องการถูกหลอกลวงจากแพลตฟอร์มออนไลน์และอินฟลูเอนเซอร์เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะสินค้าที่ปลอมแปลงเครื่องหมาย อย. หรือ มอก. เช่น ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและอุปกรณ์ไฟฟ้า

 

สถาพรไม่เห็นด้วยกับการออกกฎหมายใหม่ แต่มองว่าหน่วยงานรัฐควรบังคับใช้กฎหมายที่มีอยู่ให้เข้มงวดและปฏิบัติงานเชิงรุก นอกจากนี้ยังระบุถึงพฤติกรรมของสื่อมวลชนบางรายการที่มีการนำเสนอข่าวควบคู่กับการขายผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ซึ่งถือเป็นการกระทำที่ขัดแย้งกับหลักการนำเสนอข้อเท็จจริง

 

ทางสภาองค์กรของผู้บริโภคยืนยันการทำหน้าที่แจ้งเตือนภัย โดยระบุชื่อสินค้าและผู้ประกอบการตามข้อเท็จจริง ซึ่งสื่อและอินฟลูเอนเซอร์สามารถนำข้อมูลไปอ้างอิงเพื่อเผยแพร่ต่อได้โดยมีกฎหมายรองรับ

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising