เอเชียนเกมส์แต่ละครั้งอาจทิ้งเรื่องราวแตกต่างกันไปสำหรับนักกีฬาแต่ละคน บางคนจดจำจากเหรียญรางวัล บางคนจดจำจากชัยชนะ หรือบางคนจดจำจากบทเรียนที่ได้รับระหว่างการแข่งขัน
PLAYER Profile: ทัดดาว นึกแจ้ง
สำหรับ แนน-ทัดดาว นึกแจ้ง นักกีฬาวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย หากต้องเลือกเอเชียนเกมส์สักครั้งที่อยู่ในความทรงจำมากที่สุด คำตอบของเธอคือ เอเชียนเกมส์ 2018 ที่ประเทศอินโดนีเซีย
ครั้งนั้น ทีมวอลเลย์บอลหญิงไทยสร้างผลงานยอดเยี่ยม ด้วยการผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ ก่อนคว้าเหรียญเงินมาครอง ซึ่งถือเป็นผลงานดีที่สุดของทัดดาวในเวทีเอเชียนเกมส์ และเป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่ทีมไทยเข้าใกล้การคว้าเหรียญทองมากที่สุด
เอเชียนเกมส์ในความทรงจำ
“เอเชียนเกมส์แตกต่างจากชิงแชมป์โลก และเนชั่นส์ ลีก” บอลเร็วตัวเก่งของไทย เริ่มต้นเปิดใจกับ THE STANDARD SPORT ถึงเสน่ห์ของเอเชียนเกมส์ ซึ่งแตกต่างจากการแข่งขันระดับนานาชาติรายการอื่น
“เพราะเอเชียนเกมส์เป็นมหกรรมกีฬาที่เราไม่ได้เจอแค่นักกีฬาวอลเลย์บอล แต่จะได้เจอนักกีฬาอีกหลากหลายชนิดกีฬา ได้พักอยู่ที่เดียวกัน กินข้าวที่เดียวกัน มันเป็นเสน่ห์ที่มีเฉพาะในมหกรรมกีฬาเท่านั้น”
“นักกีฬาไทยด้วยกันหลายคนเราเคยเห็นเขาแต่ในทีวี พอได้เจอตัวจริงก็อยากเข้าไปทักทาย ทำความรู้จัก ส่วนนักกีฬาต่างประเทศหลายคน เวลาเห็นตัวจริงก็ทึ่งกับสรีระและการดูแลตัวเองของแต่ละคนมาก”
อีกหนึ่งสิ่งที่ทำให้เอเชียนเกมส์มีความพิเศษคือการจัดการแข่งขันขึ้นทุก 4 ปี และสำหรับทัดดาว นี่คือมหกรรมกีฬาที่เธอผ่านมาแล้วถึง 3 ครั้ง โดยเอเชียนเกมส์ 2018 คือครั้งที่เธอประทับใจมากที่สุด เพราะเป็นปีที่ทีมวอลเลย์บอลหญิงไทยทำผลงานได้ดีที่สุดในประวัติศาสตร์
“ปีนั้นเราใกล้เคียงกับการเป็นแชมป์มากๆ เหลืออีกเพียงแค่ก้าวเดียว แต่สุดท้ายเราแพ้จีนในรอบชิงชนะเลิศ ได้เหรียญเงิน ซึ่งปีนี้ก็อยากจะคว้าเหรียญให้สำเร็จให้ได้”
เหรียญเงินในปี 2018 จึงเป็นทั้งความทรงจำที่ดี และเครื่องเตือนใจว่าครั้งหนึ่งทีมวอลเลย์บอลหญิงไทยเคยอยู่ห่างจากเหรียญทองเอเชียนเกมส์เพียงก้าวเดียว
8 ปีผ่านไป ทัดดาวกลับมาสู่เอเชียนเกมส์อีกครั้งในวัย 32 ปี พร้อมกับความหวังที่จะไปให้ไกลกว่าเดิม และคว้าเหรียญทองที่ทีมสาวไทยยังไม่เคยสัมผัสให้ได้สักครั้ง
ยิ่งเมื่อเอเชียนเกมส์ 2026 อาจเป็นครั้งสุดท้ายของเธอ โอกาสครั้งนี้จึงมีความหมายมากขึ้น กับการเติมเต็มสิ่งที่ยังขาดหายไปจากความทรงจำในปี 2018
สิ่งที่ตกผลึกจาก 12 ปีบนเส้นทางเอเชียนเกมส์
นับตั้งแต่ลงแข่งขันเอเชียนเกมส์ครั้งแรกในปี 2014 ทัดดาวเติบโตขึ้นตามกาลเวลา และกำลังจะลงแข่งขันเป็นครั้งที่ 4 ในปีนี้
แต่ครั้งนี้ บทบาทของเธอแตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง
จากนักกีฬาดาวรุ่งที่เคยรู้สึกเกร็งเมื่ออยู่ร่วมทีมกับรุ่นพี่สมาชิก 7 เซียน วันนี้เธอกลายเป็นซีเนียร์ของทีมแบบเต็มตัว ทำหน้าที่คอยดูแลและส่งต่อประสบการณ์ที่ได้รับมาให้กับน้องๆ
บทบาทของรุ่นพี่ในทีมชาติสำหรับทัดดาว ไม่ได้หมายถึงการเป็นเพียงผู้นำในสนามเท่านั้น เพราะเธอเข้าใจความรู้สึกของนักกีฬารุ่นใหม่เป็นอย่างดี จากวันที่ตัวเองเคยเป็นเด็กใหม่ที่ต้องปรับตัว วันนี้เธอเลือกเป็นฝ่ายเดินเข้าไปชวนคุยอย่างเป็นกันเอง เพื่อให้น้อง ๆ รู้สึกผ่อนคลายและกล้าที่จะเข้าหามากขึ้น
“หนูจะใช้วิธีเดินเข้าพูดคุยแซวเล่นกับน้องก่อนๆ โดยเฉพาะน้องที่ดูเหมือนจะกลัวเรานิดนึง สะกิดแซว วันนี้ซ้อมเหนื่อยไหม ชวนคุย เดินเข้าไปเมาท์กับน้องก่อน เพราะถ้าให้เขามาหาเราก่อนก็คงยาก เขาน่าจะเกร็ง”
“ตอนเราอายุประมาณ 19-20 ปี ยังเป็นเด็กน้อยคนหนึ่ง ก็จะรู้สึกเกร็งกับพี่ ๆ โดยเฉพาะพี่หน่องและพี่นุศรา เราเรียนรู้ทั้งเรื่องการเล่น การใช้ชีวิต และแนวคิดจากพวกพี่ ๆ จนวันนี้ก็อยากส่งต่อสิ่งที่ได้รับให้น้อง ๆ รุ่นต่อไปเหมือนกัน”
ทัดดาวยอมรับว่า ความเปลี่ยนแปลงของตัวเองไม่ได้มีเพียงเรื่องฝีมือ แต่รวมถึงมุมมองและวิธีคิดในฐานะนักกีฬาอาชีพหลังผ่านประสบการณ์มาอย่างโชกโชนทั้งระดับสโมสรและทีมชาติ
“บางทีพอกลับไปดูคลิปเก่า ๆ ก็เห็นว่าตัวเองเติบโตขึ้นเยอะ ทั้งฝีมือ ประสบการณ์ มุมมองในการเล่น และการฝึกซ้อม พอโตขึ้นเราจะเน้นการฝึกซ้อมที่ได้คุณภาพมากกว่าปริมาณ ไม่เหมือนตอนวัยรุ่นที่เน้นซ้อมหนักอย่างเดียว”
เอเชียนเกมส์ 2026 จึงไม่ได้เป็นเพียงการแข่งขันอีกหนึ่งรายการสำหรับทัดดาว แต่มันคืออีกหนึ่งบทสำคัญของเส้นทางนักกีฬาทีมชาติไทย บทที่เธอหวังว่าจะสามารถเติมเต็มสิ่งที่ยังขาดหายจากความทรงจำในปี 2018
“เป้าหมายของพวกเราอยากคว้าเหรียญกลับมาฝากคนไทยให้ได้ ไม่ว่าจะเป็นเหรียญสีอะไรก็ตาม พวกเราจะพยายามทำเต็มที่ และอยากให้ทุกคนช่วยติดตามและเป็นกำลังใจให้ทีมวอลเลย์บอลหญิงไทย”
จากเหรียญเงินที่เคยเป็นความทรงจำอันงดงาม สู่ความหวังที่จะสร้างเรื่องราวบทใหม่ในปี 2026 อาจเป็นอีกหนึ่งครั้งที่เอเชียนเกมส์จะกลายเป็นเวทีซึ่งบันทึกช่วงเวลาสำคัญที่สุดในชีวิตของ “ทัดดาว นึกแจ้ง”
คู่แข่งสำคัญ
เอเชียนเกมส์ 3 ครั้งที่ผ่านมาของทัดดาว นึกแจ้ง คว้าเหรียญรางวัลมาทุกสมัย ทำได้ 1 เหรียญเงิน ในปี 2018 ที่ประเทศอินโดนีเซีย และ 2 เหรียญทองแดง จากปี 2014 ที่เกาหลีใต้ และปี 2023 ที่ประเทศจีน
ส่วนครั้งนี้ จีน แชมป์เก่า และเจ้าของสถิติคว้าเหรียญทองเอเชียนเกมส์มากที่สุด 9 สมัย ยังคงเป็นตัวเต็งร่วมกับ ญี่ปุ่น เจ้าภาพรองแชมป์เก่า ดีกรีแชมป์เอเชียนเกมส์ 5 สมัย เป็น 2 ทีมที่จะทำให้ทีมวอลเลย์บอลหญิงไทยได้พบบททดสอบที่หนักหนาเหมือนเคย
นอกจาก 2 มหาอำนาจลูกยางเอเชียแล้ว เวียดนาม และเกาหลีใต้ ก็เป็นอีก 2 ทีมที่ทีมสาวไทยจะประมาทไม่ได้เช่นกัน เพราะทั้งคู่ต่างก็มีพัฒนาการที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง และสร้างความยากลำบากให้กับเราได้ตลอดการพบกันในระยะหลัง
วอลเลย์บอลแข่งที่ไหน ชิงกี่เหรียญทอง
วอลเลย์บอลในเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 แข่งขันระหว่างวันที่ 16 กันยายน – 3 ตุลาคม ชิงชัย 4 เหรียญทอง ประกอบด้วย วอลเลย์บอลในร่ม ชิง 2 เหรียญทอง จากทีมชาย-ทีมหญิง แข่งขันที่ โอกาซากิ ชูโอะ โซโง พาร์ค ยิมเนเซียม จไอจิ และวอลเลย์บอลชายหาด ชิง 2 เหรียญทอง จากทีมชาย-ทีมหญิง แข่งที่ พาร์ค อารีน่า โคมากิ
สมาคมกีฬาวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทย ส่งทีมวอลเลย์บอลในร่มทีมหญิง เข้าร่วมการแข่งขัน 12 คน ประกอบด้วย ปิยะนุช แป้นน้อย, พรพรรณ เกิดปราชญ์, ทัดดาว นึกแจ้ง, วริศรา สีทาเลิศ, กัลยรัตน์ คำวงษ์, ศศิภาพร จันทวิสูตร, ณัฏฐณิชา ใจแสน, พิมพิชยา ก๊กรัมย์, อัจฉราพร คงยศ, ชัชชุอร โมกศรี, กัญญารัตน์ ขุนเมือง, แก้วกัลยา กมุลทะลา โดยมี โค้ชอ๊อต-เกียรติพงษ์ รัชตเกรียงไกร ทำหน้าที่หัวหน้าผู้ฝึกสอน
สำหรับผลการจับสลากแบ่งสายการแข่งขันรอบแรก ปรากฏว่า ทีมวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย อยู่กลุ่ม ซี ร่วมกับ ไชนีส ไทเป, คีร์กีซสถาน และ มองโกเลีย
ส่วนเป้าหมายของทีมวอลเลย์บอลไทยในครั้งนี้ ตั้งเป้าคว้าอย่างน้อย 2 เหรียญรางวัล ขณะที่ความหวังสูงสุดอยู่ที่ทีมวอลเลย์บอลหญิงในร่ม ซึ่งเคยคว้าอันดับ 3 ในเอเชียนเกมส์ครั้งที่ผ่านมา แถมยังเพิ่งโชว์ฟอร์มยอดเยี่ยมคว้าแชมป์เอเชียร์ 2026 และตั๋วโอลิมปิกเกมส์ 2028 ได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์


