วันนี้ (11 กันยายน ) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ร่วมกับองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MoU) เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยสู่ ‘การท่องเที่ยวเชิงฟื้นสร้าง’ (Regenerative Tourism)
โดย ดร.สุรชัย สถิตคุณารัตน์ ผู้อำนวยการ สอวช. และ ศิริปกรณ์ เชี่ยวสมุทร ผู้อำนวยการ อพท. เป็นผู้ลงนาม มี ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี รองปลัดกระทรวง อว. และ วนิดา พันธ์สะอาด รองปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมเป็นสักขีพยาน
ความร่วมมือครั้งนี้มุ่งนำองค์ความรู้ งานวิจัย และนวัตกรรมด้านอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อววน.) ไปใช้พัฒนาและขยายผลในพื้นที่พิเศษของ อพท. เชื่อมโยงชุมชน ผู้ประกอบการ และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย พร้อมพัฒนามาตรฐานและแนวทางวัดผลที่สอดคล้องกับระดับสากล เพื่อผลักดันการท่องเที่ยวเชิงฟื้นสร้างให้เกิดผลเป็นรูปธรรม
การขับเคลื่อนดังกล่าวมุ่งยกระดับประเทศไทยสู่การเป็น ‘Meaningful & High Value Destination’ ที่การท่องเที่ยวไม่เพียงสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ แต่ยังช่วยฟื้นฟูระบบนิเวศและยกระดับคุณภาพชีวิตชุมชน โดยเชื่อมโยงองค์ความรู้ด้าน อววน. เข้ากับแนวคิด ‘Future Link หรือ อนาคตเป็นไปได้’ ของกระทรวง อว. ตลอดจนการขับเคลื่อนของ กรอ. ท่องเที่ยว และ ‘นโยบายชุมชนพลัส’ ของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อเสริมศักยภาพชุมชนและผู้ประกอบการ เชื่อมโยงภาคเอกชน และสร้างเศรษฐกิจมูลค่าสูงจากฐานรากอย่างยั่งยืน
ดร.สุรชัย กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญในการพลิกโฉมการท่องเที่ยวไทย โดย สอวช. จะร่วมออกแบบและพัฒนานโยบาย พร้อมใช้กลไกของกระทรวง อว. เชื่อมโยงองค์ความรู้ งานวิจัย และนวัตกรรมสู่พื้นที่ของ อพท.
รวมทั้งประสานเครือข่ายวิชาการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพัฒนาหลักสูตรและเครื่องมือวัดผลตามหลักวิทยาศาสตร์ (Science-based) นำไปสู่การพัฒนาพื้นที่ต้นแบบที่เชื่อมโยงการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากร การมีส่วนร่วมของชุมชน และกิจกรรมท่องเที่ยวที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตลอดจนนำผลจากพื้นที่ไปใช้กำหนดนโยบายและแนวปฏิบัติที่เหมาะสมกับบริบทไทย เพื่อสร้างคุณค่าทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมในระยะยาว
ด้านศิริปกรณ์กล่าวว่า ความร่วมมือระหว่าง อพท. และ สอวช. จะสร้างกลไกความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์และบูรณาการองค์ความรู้ด้าน อววน. เพื่อขับเคลื่อนการท่องเที่ยวเชิงฟื้นสร้างที่ไม่เพียงสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ แต่ยังมุ่งฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม วัฒนธรรม วิถีชีวิต ความหลากหลายทางชีวภาพ และคุณภาพชีวิตของชุมชน โดยเสนอ 4 พื้นที่นำร่อง Living Lab ได้แก่ หมู่เกาะช้างและพื้นที่เชื่อมโยง ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา เชียงราย และคุ้งบางกะเจ้า
ทั้งสองหน่วยงานกำหนดกรอบความร่วมมือ 4 ด้านหลัก ได้แก่
- การพัฒนาและขับเคลื่อนนโยบาย เปลี่ยนจากการรักษาทรัพยากรสู่การฟื้นฟูและคืนกำไรให้ระบบนิเวศ สังคม และวัฒนธรรม ใช้กลไก อววน. พัฒนาการท่องเที่ยวมูลค่าสูงและผลักดันผลลัพธ์สู่ยุทธศาสตร์ระดับชาติ
- การขับเคลื่อนเชิงโครงสร้างและเครือข่าย เชื่อมโยงสถาบันอุดมศึกษา หน่วยงานวิจัย ภาครัฐ และภาคเอกชน พร้อมพัฒนา ‘Regenerative Tourism Lab’ เพื่อทดลองโมเดลที่เหมาะกับแต่ละพื้นที่ และประยุกต์แนวคิดการแก้ปัญหาโดยอาศัยธรรมชาติเป็นฐาน (Nature-based Solutions: NbS)
- การพัฒนาเครื่องมือและระบบวัดผล จัดทำเกณฑ์ตามหลักวิทยาศาสตร์ (Science-based) ที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากล เช่น เกณฑ์การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโลก (GSTC) และเหมาะสมกับบริบทไทย
- การพัฒนาศักยภาพคน ทั้งบุคลากร ผู้ประกอบการ คณาจารย์ และชุมชน ผ่านหลักสูตรและการถ่ายทอดองค์ความรู้ เพื่อเตรียมพร้อมเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่
ภายในงานยังมีการบรรยายหัวข้อ ‘ECOLIFE in C กับการท่องเที่ยวเชิงฟื้นสร้างอย่างยั่งยืน’ โดย ศิรพันธ์ วัฒนจินดา และ พิพัฒน์ อภิรักษ์ธนากร ผู้ก่อตั้ง ECOLIFE นำเสนอการใช้ ECOLIFE Platform เชื่อมโยงนักท่องเที่ยว ผู้ประกอบการ และชุมชน เพื่อส่งเสริมพฤติกรรมด้านความยั่งยืนและสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อพื้นที่


