วันนี้ (10 กันยายน) เวลา 08.45 น. บรรยากาศบริเวณด้านหน้าสถานทูตอิสราเอล กลุ่มมวลชนทยอยเข้ามาร่วมชุมนุม พร้อมโบกสะบัดธงชาติไทย ซึ่งมีรถกระบะกระจายเสียง 2 คัน ติดป้าย “เอาประเทศไทยของเราคืนมา” และแกนนำเริ่มขึ้นปราศรัย โดยมวลชนต้องเดินผ่านจุดคัดกรองประตูตรวจจับโลหะ ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก บก.น.5 ตำรวจอีโอดี และกองร้อยน้ำหวาน มาดูแลความปลอดภัย 1 กองร้อย
ต่อมาเวลา เวลา 09.00 น. สนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เดินทางมาพร้อมทีมงาน เดินทางมาถึงยื่นประท้วง “เอาประเทศไทยของเราคืนมา” และรณรงค์การกวาดล้างทุนนอมินี นอกจากนี้ ทราย สิรณัฐ สก๊อต ได้ถือธงชาติไทย นิติธร ล้ำเหลือ เดินทางมาร่วมชุมนุมด้วย
สนธิ กล่าวว่า ทางรองผู้บัญชาการตำรวจนครบาลได้แจ้งว่าจากการพูดคุยกับทางเอกอัครราชทูตอิสราเอล บอกว่าวันนี้เจ้าหน้าที่สถานทูตไม่มีใครมาทำงาน จะได้ฝากบอกมายังตนว่าอยากจะขอคุยเป็นการส่วนตัว ทั้งนี้ตนได้ปฏิเสธไปว่าไม่ต้องการจะพบเป็นการส่วนตัว และคนที่พร้อมจะพบท่านเอกอัครราชทูตอิสราเอลอยู่แล้วนั่นก็คืออนุทิน ชาญวีรกุล
จากนั้นสนธิ ได้อ่านจดหมายเปิดผนึกถึงทูตอิสราเอล ยื่น 4 ข้อเรียกร้องปราบพลเมืองละเมิดกฎหมายไทย-หยุดกว้านซื้อที่ดิน ส่งถึง ดร.อโลนา ฟิชเชอร์-คัม เอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งรัฐอิสราเอลประจำราชอาณาจักรไทย โดยมีการอ่านเป็นภาษาอังกฤษต่อด้วยภาษาไทย มีใจความว่า
“ที่ผ่านมา พฤติกรรมของนักท่องเที่ยวและพลเมืองอิสราเอลจำนวนมากสร้างความเดือดร้อน ก่อความวุ่นวาย ไม่เคารพวัฒนธรรมท้องถิ่น รวมถึงฉ้อโกงค่าบริการ และไม่เคารพกฎหมายไทย
ทั้งนี้ยังได้ แสดงความกังวลต่อการขยายตัวของศูนย์ชาบัด (Chabad) และการกว้านซื้อที่ดินจำนวนมากในจังหวัดฉะเชิงเทราและพื้นที่อื่นๆ เช่น อำเภอปาย ผ่านระบบนอมินีเพื่อจัดสร้างสุสานและศูนย์ปฏิบัติธรรม ซึ่งถูกมองเป็นการพยายามฝังตัวและกว้านซื้ออสังหาริมทรัพย์ในระยะยาว ซึ่งเหตุการณ์แบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นแค่ในประเทศไทย แต่เกิดเกิดขึ้นทั่วโลกทั้งใน โคลอมเบีย ศรีลังกา ฟิลิปปินส์ และอีกหลายประเทศ ซึ่ง เป็นการเข้าไปเพื่อต้องการยึดครอง
โดยกลุ่มทุนอิสราเอลใช้ช่องโหว่ทางกฎหมายและอำนาจทางการเมืองในการทำธุรกิจ โดยประโยชน์ทางเศรษฐกิจตกอยู่กับกลุ่มทุนของตนเองเป็นหลักมากกว่าชุมชนท้องถิ่น และยังได้วิจารณ์นโยบายสงครามของอิสราเอลและความเดือดร้อนที่เกิดขึ้นกับประชาชนในกาซาและปาเลสไตน์
ดังนั้นจึงขอเรียกร้องสถานทูตและรัฐบาลอิสราเอล โดยมีทั้งหมด 4 ข้อเรียกร้องคือ
- ควบคุมพลเมืองเข้มงวด โดยบังคับใช้มาตรการอบรมและกำชับให้นักท่องเที่ยวอิสราเอลเคารพกฎหมายและวัฒนธรรมไทยอย่างเคร่งครัด
- ไม่ปกป้องผู้กระทำผิด ให้ความร่วมมือกับตำรวจและหน่วยงานไทยในการดำเนินคดีกับพลเมืองอิสราเอลที่ก่ออาชญากรรม โดยไม่ใช้สิทธิทางการทูตแทรกแซง
- เปิดเผยการถือครองที่ดิน ให้ความร่วมมืออย่างโปร่งใสในการตรวจสอบการถือครองที่ดินและการดำเนินงานของศูนย์ Chabad รวมถึงองค์กรที่เกี่ยวข้องในไทย
- ส่งสารยุติความรุนแรง ส่งสารไปยังรัฐบาลอิสราเอลให้ยุติการกระทำอันโหดเหี้ยมต่อพลเรือนในพื้นที่ขัดแย้งและปฏิบัติตามกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ
ทั้งนี้ยังเน้นย้ำว่า คนไทยพร้อมต้อนรับผู้มาเยือนด้วยมิตรภาพ แต่จะไม่ยอมอดทนต่อการละเมิดกฎหมายและการคุกคามอธิปไตยหรือความสงบสุขของประเทศอีกต่อไป
โดยในช่วงท้ายของแถลงการณ์ระบุว่า คนไทยให้เกียรติผู้มาเยือนเสมอ แต่แขกต้องเคารพเจ้าบ้าน หากผู้ใดเข้ามาแล้วละเมิดกฎหมายหรือก่อความวุ่นวาย หรือต้องการครอบครองผืนแผ่นดินไทย ประชาชนคนไทยก็มีสิทธิ์ที่จะลุกขึ้นมาปกป้องบ้านเมืองของตนเอง




















