×

ประธานวิปรัฐบาลปฏิเสธข้อกล่าวหาเตะถ่วงการพิจารณางบฯ เพื่อปกป้องวาระรับทราบรายงานของ กกต.

โดย THE STANDARD TEAM
09.09.2026
  • LOADING...

กรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานวิปรัฐบาล ชี้แจงถึงความล่าช้าในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 วาระ 2 โดยระบุว่า ตั้งแต่วันแรกของการพิจารณา ได้มีการกำหนดกรอบพิจารณาไว้ว่า จะเริ่มตั้งแต่เวลา 09.00 น. จนถึงเวลา 01.00 น. และตั้งใจให้พิจารณาได้ 15-16 มาตรา จากทั้งหมด 41 มาตรา แต่ก็ไม่เป็นไปตามเป้า

 

กระทั่งวันที่ 2 ของการพิจารณา ก็มี สส. ลงชื่ออภิปรายค่อนข้างมาก จึงขอชี้แจงถึงข้อกล่าวหารัฐบาลจะยื้อเวลานั้น ไม่เป็นความจริง เพราะการพิจารณาครั้งนี้ ได้เปิดโอกาสให้ สส.ได้อภิปรายอย่างเต็มที่

 

นอกจากนี้ การพิจารณา 2 วันที่ผ่านมา ฝ่ายค้านใช้เวลาอภิปรายรวมทั้งหมดมากกว่า 20 ชั่วโมง ฝ่ายรัฐบาลใช้เวลาประมาณ 12 ชั่วโมง จึงจะเห็นได้ว่า ฝ่ายค้านใช้เวลามากกว่ารัฐบาลมาก ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ และเข้าใจ รวมถึงเห็นใจฝ่ายค้าน เพราะจะใช้เวทีนี้ในการตรวจสอบรัฐบาล

 

“แต่เวทีนี้ไม่ใช่เรื่องของฝ่ายค้านเพียงอย่างเดียว เพราะไม่ใช่การอภิปรายไม่ไว้วางใจ และ สส. ฝ่ายรัฐบาล มีประเด็นในการอภิปรายแสดงความคิดเห็นแทนชาวบ้านเช่นเดียวกัน ดังนั้น เรื่องการบริหารเวลาจึง ไม่ใช่เรื่องของฝ่ายค้าน หรือฝ่ายรัฐบาลเพียงอย่างเดียว แต่ต้องช่วยกันในการบริหารเวลาให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด” กรวีร์กล่าว

 

กรวีร์ยังเปิดเผยถึงวาระการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเดิม ซึ่งในวันพรุ่งนี้ (10 กันยายน) จะมีการพิจารณาญัตติด่วนด้วยวาจาในการแก้ไขปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และรับทราบรายงานการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต.ว่า ไม่สามารถหลบหนีได้อยู่แล้ว เนื่องจากค้างอยู่ในระเบียบวาระแล้ว และฝ่ายรัฐบาล ก็พร้อมเดินหน้าเข้าสู่การพิจารณาทั้ง 2 เรื่อง เพราะฝ่ายรัฐบาล ก็เตรียมที่จะอภิปรายรายงานของ กกต. เช่นเดียวกัน

 

“พรรคภูมิใจไทยเอง ก็มีประเด็นที่อยากซักถามและสะท้อนไปยัง กกต. ไม่น้อยไปกว่าฝ่ายค้าน ดังนั้น การไปมองเป็นประเด็นการเมือง และคิดว่า รัฐบาลตั้งใจที่จะยื้อเวลาด้วยข้อเท็จจริงถึงเวลาที่ใช้อภิปราย ก็ชัดแล้วว่าไม่ได้เป็นเช่นนั้น” กรวีร์ระบุ

 

ส่วนข้อเสนอของฝ่ายค้านที่เสนอให้การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ในวันพรุ่งนี้ (10 กันยายน) ยังคงพิจารณาญัตติด่วนด้วยวาจา และวาระรับทราบรายงานของ กกต. และค่อยมาพิจารณางบประมาณต่อในวันที่ 11 กันยายนนั้น กรวีร์ชี้แจงว่า การประชุมพิจารณางบประมาณ เป็นการประชุมนัดพิเศษ ซึ่งอาจจะยืดเยื้อไปได้ ส่วนตัวคิดว่าเป็นเรื่องที่จำเป็น ควรที่จะพิจารณาให้มันจบ เป็นเรื่องๆ ไป แล้วค่อยกลับมาพิจารณาตามวาระปกติ รวมถึงการบรรจุระเบียบวาระการประชุม ก็เป็นหน้าที่ของประธานสภาผู้แทนราษฎร จึงต้องดูประธานสภาผู้แทนราษฎร จะมีการเปลี่ยนแปลงวาระหรือบรรจุวาระใหม่อย่างไร

 

ส่วนที่ฝ่ายค้านออกมาอ้างว่า มีการส่งข้อความจากสำนักงาน กกต. แจ้งขอไม่ให้มีการกระทบกระทั่ง กกต. จนกระทั่งวันที่ 14 กันยายน และหากสามารถปกป้อง กกต. ได้ การพูดคุยกัน หรือความต้องการบางอย่างอาจจะราบรื่นนั้น กรวีร์ยืนยันว่า ไม่มีแน่นอน และไม่มีความจำเป็นที่จะต้องทำแบบนั้น เพราะ กกต.เป็นองค์กรอิสระ รัฐบาล และสภาผู้แทนราษฎร ไม่ได้มีหน้าที่กำกับดูแล และการรายงานผลการปฏิบัติงานปี 2567 และ 2568 ทั้งฝ่ายค้าน และฝ่ายรัฐบาล ก็มีสิทธิ์ที่จะอภิปราย ซึ่งรัฐบาลโดยพรรคภูมิใจไทย ก็มีประเด็นที่จะอภิปราย กกต.เช่นกัน

 

“การกล่าวหาแบบนี้ ผมอยากเห็นหลักฐานมาเลย เพื่อให้เกิดความชัดเจน ไม่ใช่การกล่าวหา พูดลอยๆ ทำให้เกิดความเสียหายกับคนอื่น” กรวีร์กล่าว

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising