วันนี้ (9 กันยายน) ที่อาคารรัฐสภา วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ออกมาระบุว่า การทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่นอาจถูกตัดตอน ไม่สาวไปถึงผู้มีอำนาจว่า ต้องถามว่าความกังวลดังกล่าวมาจากตรงไหน เพราะสิ่งที่ย้ำมาตั้งแต่วันแรกคือ ไม่ว่าผู้ที่เกี่ยวข้องจะเป็นใคร ก็จะต้องดำเนินการอย่างถึงที่สุด
วรศิษฎ์กล่าวว่า จากข้อมูลที่ปรากฏในข่าว พบว่าในจังหวัดนครศรีธรรมราชมีผู้สอบ 2 รายที่มีความเกี่ยวข้องกับข้าราชการระดับสูง และตรวจพบว่ามีการแก้ไขคะแนน เรื่องนี้ต้องพิสูจน์อีกหลายอย่าง แต่ได้ระบุอย่างชัดเจนว่าจะดำเนินการกับทุกคน โดยผู้ที่เปิดชื่อออกมาแล้วก็มีการพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ทำงานอย่างตรงไปตรงมา ไม่ว่าเป็นใคร นามสกุลอะไร หรือมีความเกี่ยวข้องกับใคร ไม่ใช่สิ่งที่ต้องนำมาคำนึงถึง ดังนั้น ไม่ว่าเป็นใครก็จะดำเนินการ
เมื่อถามถึงกรณีที่ภคมนออกมาเปิดเผยว่า มีรายชื่อกว่า 10 คนที่ได้รับการบรรจุและไม่ได้อยู่ในกลุ่มที่ถูกเพิกถอน เนื่องจากไม่ได้เข้าสอบ วรศิษฎ์กล่าวว่า ยังไม่เห็นข้อมูลดังกล่าว แต่อย่างที่ทุกคนทราบ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาจากการแก้ไขคะแนน จึงต้องไปดูข้อเท็จจริงว่าเป็นอย่างไร
“ที่ผ่านมาได้มีการตรวจสอบและเปิดรายชื่อออกมาทั้งหมดแล้ว ประมาณเกือบ 6,000 คน และขณะนี้ได้ถอดถอนคนที่ถูกดำเนินคดีไปแล้ว หลังจากนี้จะเป็นขั้นตอนของการเรียกคนที่รอการบรรจุ เพื่อคืนความเป็นธรรมให้กับผู้ที่สอบได้อย่างสุจริตและถูกคนแก้คะแนนลัดคิว”
เมื่อถามถึงกรณีใช้โควตา ‘เด็กนาย’ โดยไม่ต้องจ่ายเงินหลักแสน แต่ได้บรรจุทันที วรศิษฎ์กล่าวว่า เด็กนายหรือจ่ายให้ใคร จ่ายหรือไม่จ่าย ก็ต้องดำเนินการทั้งหมด
“สิ่งที่พิสูจน์ได้อย่างหนึ่งในเวลานี้ก็คือ บุคคลเหล่านั้นมีการแก้ไขคะแนน ดังนั้น จะจ่ายหลักหมื่น หลักแสน หลักล้าน หรือไม่จ่ายเลย ก็ไม่ใช่ประเด็น เพราะต้องดำเนินการกับทุกคนอยู่แล้ว”
เมื่อถามถึงการเยียวยาผู้ที่ถูกลัดคิว วรศิษฎ์กล่าวว่า แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม
กลุ่มแรกคือ ผู้ที่สอบได้ด้วยความสามารถของตัวเองและได้รับการบรรจุไปแล้ว คนกลุ่มนี้ได้ติดต่อมายังคณะกรรมาธิการการกระจายอำนาจ การปกครองส่วนท้องถิ่น และการบริหารราชการรูปแบบพิเศษ สภาผู้แทนราษฎร ว่า ได้เสียสิทธิบางอย่าง หากไม่มีคนที่แก้ไขคะแนนเข้ามาแทรกหรือลัดคิว ก็น่าจะได้อยู่ในพื้นที่ที่ต้องการ หรือได้อยู่ใกล้พ่อแม่และครอบครัว จึงจะเปิดโอกาสให้คนกลุ่มนี้เลือกพื้นที่ใหม่หรือโอนย้ายก่อน
ส่วนกลุ่มที่ 2 คือ กลุ่มที่กำลังรอเรียกบัญชีรอบที่ 4 ขณะนี้รัฐบาลกำลังพิจารณาแนวทางว่าจะดำเนินการอย่างไร เพื่อให้การเยียวยาผู้บริสุทธิ์ทั้ง 2 กลุ่มเกิดผลลัพธ์ที่พึงพอใจมากที่สุด โดยไม่ให้เกิดผลกระทบต่อกัน โดยจะนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการกลางข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น หรือ ก.กลาง ในวันที่ 17 กันยายนนี้
“ขอยืนยันอีกครั้งว่า ไม่ว่าคนที่เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตจะเป็นใครก็ตาม ไม่มีการละเว้น ข้อมูลที่เรามีทุกอย่างก็ส่งให้หน่วยงานที่ดำเนินการต่อแล้ว เช่น ป.ป.ช. และตำรวจ”
เมื่อถามว่า ยังมีความไม่เชื่อว่านักการเมืองจะไม่ถูกดำเนินการเลยหรือไม่ วรศิษฎ์กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องดูที่ข้อเท็จจริง ไม่ควรนำเรื่องของความรู้สึกมาตัดสิน และมั่นใจว่า ป.ป.ช. จะดำเนินการเรื่องนี้อย่างตรงไปตรงมา ขณะที่ทีมตรวจสอบของกระทรวงมหาดไทย รวมถึงคณะกรรมการที่มีปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ก็ดำเนินการอย่างตรงไปตรงมาและพูดตามข้อเท็จจริง
“หากจะมีการปกป้อง หรือกันบางคนออกไป คงไม่มีผู้ที่แก้คะแนนที่นามสกุลเหมือนผู้ใหญ่ หรือข้าราชการระดับสูง โผล่ออกมาอยู่แล้ว ดังนั้น เราทำทั้งหมด ต้องดูว่าใครที่เกี่ยวข้อง และเกี่ยวข้องอย่างไร คนที่เกี่ยวข้องกับการแก้คะแนนเกี่ยวข้องอย่างไร ต้องดูเป็นกรณีไป เป็นเรื่องที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับทุกคน”
วรศิษฎ์กล่าวต่อว่า “ยกตัวอย่างคนที่รู้จักผมเขาทำไม่ดี ผมก็ต้องทำไม่ดีกับเขาหรือไม่ อันนี้เป็นคำถามที่เราต้องคิดด้วยเช่นเดียวกัน ตอนนี้มีพรรคการเมืองบางพรรคถูกเรียกให้ไปชี้แจง เช่น เรื่องนอมินี บางคนก็ฉ้อโกงในคดี Forex มันเป็นเรื่องส่วนบุคคล ก็ต้องดูว่าเขาทำผิดจริงหรือไม่ ก็ไม่จำเป็นว่าคนทั้งพรรคต้องเป็นแบบนั้น เพราะฉะนั้นเป็นเรื่องส่วนบุคคล ใครทำก็ต้องรับผิดชอบ”


