ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน พร้อมด้วย สส. พรรคประชาชนในพื้นที่แพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ แถลงข่าวกรณีศาลปกครองกลางมีคำพิพากษาให้กรมประมง โดยอธิบดีกรมประมงต้องควบคุมป้องกันแก้ไข และระงับยับยั้งการขยายพันธุ์หรือแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำในพื้นที่การแพร่ระบาด ภายใน 180 วัน
ณัฐชากล่าวว่า เมื่อวานนี้ (8 กันยายน) มีคำพิพากษาศาลปกครองกลาง จำนวน 120 หน้า และได้มีคำสั่งอย่างชัดเจนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการแก้ไขสถานการณ์เพื่อระงับยับยั้งและป้องกันแก้ไขการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำตามประกาศของกรมประมง เรื่อง กำหนดพื้นที่การแพร่ระบาดของปลาหมอสีคางดำ ปี 67 ลงวันที่ 15 สิงหาคม 2567 ซึ่งเป็นการประกาศของกรมประมงที่ประกาศพื้นที่แพร่ระบาดเอาไว้ 19 จังหวัด
นอกจากนี้ ศาลปกครองกลางยังมีคำสั่งให้ประกาศเขตภัยพิบัติเร่งด่วนในจังหวัดสมุทรสงคราม ซึ่งเป็นจังหวัดที่กลุ่มประชาชนชาวบ้านจำนวน 1,400 กว่าคนได้รวมตัวกัน ยื่นฟ้อง 16 หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องไปยังศาลปกครอง
โดยในวันที่ 14 กันยายน ที่จะถึงนี้ ศาลแพ่งจะนัดฟังคำสั่งอุทธรณ์ กรณีที่ประชาชนร่วมกับสภาทนายความ ฟ้องบริษัทเอกชนที่เป็นผู้นำเข้าปลาหมอคางดำในราชอาณาจักร โดยณัฐชาระบุว่า ถือเป็ยชัยชนะเล็กๆ ของชาวบ้าน แต่ต้องเดินหน้าต่อ ไม่หยุดอยู่เพียงเท่านี้
ทั้งนี้ พรรคประชาชนได้มอบหมายให้ บุญเลิศ แสงพันธุ์ สส. สมุทรปราการ พรรคประชาชน เฝ้าระวังและติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด พร้อมรวบรวมข้อมูลเพื่อที่จะช่วยเหลือประชาชนใน 19 จังหวัด ติดตามยื่นเรื่องเข้าสู่การพิจารณาในสภาฯ ต่อไป
ขณะที่คณะกรรมาธิการป้องกันและบรรเทาผลกระทบจากภัยธรรมชาติและสาธารณภัย (ปภ.) ที่มี ภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สส. เชียงใหม่ พรรคประชาชน เป็นประธาน เตรียมที่จะนำคำสั่งศาลปกครองกลางเข้าพิจารณา พร้อมกับทำหนังสือเพื่อส่งไปยังจังหวัดต่าง ๆ ที่มีการประกาศเขตแพร่ระบาดโดยกรมประมง
“พรรคประชาชนจะติดตามอย่างใกล้ชิด เนื่องจากมีแนวปฏิบัติคำสั่งศาลปกครองกลางเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หากหน่วยงานไม่มีการอุทธรณ์ในคำสั่งนี้ก็จะมีการประกาศบังคับใช้ต่อไป”
ขณะที่ก่อนหน้านี้กรมประมงได้ออก 7 มาตรา ปราบปลาหมอคางดำ งบประมาณ 450 ล้านบาท แต่ก็ไม่สามารถดำเนินการตามมาตรการดังกล่าวได้ เนื่องจากไม่ได้ถูกบังคับใช้ต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ปล่อยปละละเลยทำให้สถานการณ์รุนแรงมากยิ่งขึ้น มีเพียงการอนุมัติวงเงิน 90 กว่าล้านจากงบประมาณกลาง ซึ่งสามารถรับซื้อปลาหมอคางดำได้เพียงครั้งคราวไม่สามารถแก้ไขปัญหาทั้งระบบได้
ณัฐชาระบุว่า ตนเองได้ปรึกษากับภัทรพงษ์ ในฐานะประธานกรรมาธิการ ปภ.สภาผู้แทนราษฎร ว่าจะเตรียมแนวทางฟ้องมาตรา 157 กับจังหวัดที่ปล่อยปละละเลย และกรมประมง รวมถึงในชั้นการพิจารณางบประมาณปี 2570 ตนเองได้สอบถามผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ถึงประเด็นปลาหมอคางดำ ซึ่งได้รับคำตอบว่าปลาชนิดนี้มีอย่างยาวนานไม่สามารถแก้ปัญหาได้ส่วน
“ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงครามก็ระบุว่ามีการส่งตรวจแล้วซึ่งตามเกณฑ์จะต้องเจอ 10 ตัว แต่ทุกครั้งที่ไปตรวจเติมเจอเพียง 8 ตัว จึงไม่สามารถประกาศได้ ส่วนผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการไม่ได้ตอบคำถาม ซึ่งหากผู้นำสูงสุดในสามจังหวัดมีวิธีการคิดเช่นนี้ก็ไม่สามารถประกาศเขตภัยพิบัติเพื่อช่วยประชาชนได้” ณัฐชากล่าว
ณัฐชาย้ำว่า เราจะเอาแนวบรรทัดฐานคำสั่งศาลปกครองกลางเป็นแนวปฏิบัติ สิ่งที่ทำได้ทันทีจังหวัดที่มีการระบาดควรประกาศเขตภัยพิบัติเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร ทั้งนี้หลังจากที่กรมประมงเห็นคำสั่งของศาลปกครองกลางควรปรับปรุงการใช้งบประมาณ 4,800 ล้านบาท ในปีงบ 2570 เพื่อระงับยับยั้งสถานการณ์
“หากไม่ทำอะไรเลยก็จะเท่ากับการละเว้นการปฎิบัติหน้าที่ตามคำสั่งศาลปกครองกลางที่ระบุว่า ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเหลือบรรเทาสถานการณ์ให้กับผู้เดือดร้อนก่อน”
บุญเลิศกล่าวว่า เมื่อวานถือเป็นข่าวดีของจังหวัดสมุทรสงคราม แต่จังหวัดอื่น ๆ อีก 19 จังหวัดยังเข้าข่ายประกาศเป็นเขตภัยพิบัติ โดยขอยืนยันว่าปลาหมอคางดำ ถือเป็นความเดือดร้อนหลายปี จังหวัดสมุทรปราการไม่เคยละเลยประเด็นนี้ ตนเองเคยยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีปลายปี 2568 กับมือท่านเอง ซึ่งนายกรัฐมนตรีระบุว่าจะมีการเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาหารือ
โดยภายหลังการเลือกตั้ง ตนเองได้มีการยื่นหนังสือถึงนายกฯ อีกครั้งหนึ่ง พร้อมกับมีการพูดคุยกับนายกฯ เมื่อวันที่ 2 กันยายนที่ผ่านมา โดยขอให้กรมประมงทบทวนการประกาศเขตภัยพิบัติ เนื่องจากหลักเกณฑ์สุ่มตรวจจำนวนปลาหมอคางดำไม่ได้เข้าเกณฑ์เท่าที่ควร ทั้งนี้ขอให้เพื่อน สส. ต่างพรรคออกมาเรียกร้องสิทธิให้ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนได้เงินเยียวยาและประกาศเป็นเขตภัยพิบัติ อย่านิ่งเฉย
นอกจากนี้ สส. พรรคประชาชนในพื้นที่ซึ่งประสบปัญหาปลาหมอคางดำ อาทิ อานุภาพ ลิขิตอำนวยชัย สส. สมุทรสงคราม และ นฤมาศ เปี่ยมบัณฑิต สส. ชลบุรี ได้เรียกร้องให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเร่งประกาศพื้นที่จังหวัดสมุทรสงครามให้เป็นเขตภัยพิบัติเพื่อให้เกษตรได้รับเงินชดเชยเยียวยา ไม่ต้องรอประชาชนมาฟ้องศาล เช่นเดียวกับจังหวัดชลบุรีซึ่งแม้ไม่ใช่พื้นที่เพาะเลี้ยง แต่เป็นทะเลเปิดยากต่อการประเมินความเสียหาย


