วันนี้ (8 กันยายน) สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ปั่นจักรยานจากบ้านพักระยะทางกว่า 2 กิโลเมตร เดินทางมายังโรงพยาบาลตำรวจ เพื่อเข้าพบแพทย์นิติเวชและขอใบรับรองการตรวจร่างกาย นำไปประกอบการดำเนินคดีกรณีถูก ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม ผลักจนล้มบริเวณหน้าสถานีตำรวจนครบาลทองหล่อ
โดยสมชัยได้เปิดรอยถลอกบริเวณเข่าขวาให้สื่อมวลชนดู พร้อมระบุว่า แผลเริ่มแห้งตกสะเก็ดและการมาพบแพทย์ในวันนี้เพื่อเร่งรัดกระบวนการส่งฟ้องของ สน.ทองหล่อ ไม่ให้เกิดความล่าช้า
สมชัยยังได้ชี้แจงถึงกรณีที่คู่กรณีอ้างว่า คลิปวิดีโอเหตุการณ์ที่ปรากฏตามสื่อเป็นการตัดต่อด้วยเทคโนโลยี AI โดยระบุว่า ภาพดังกล่าวมาจากกล้องของสื่อมวลชนหลายสำนักที่อยู่ในเหตุการณ์ พร้อมตั้งคำถามกลับว่าการใช้ AI ตัดต่อภาพขณะถ่ายทอดสดนั้นสามารถทำได้จริงหรือไม่
ส่วนกรณีที่คู่กรณีขู่จะแจ้งความกลับฐานแจ้งความเท็จ โดยอ้างว่ามีทีมงานบันทึกภาพไว้ทุกมุมนั้น สมชัยได้นำภาพถ่ายจากสื่อมวลชนมาแสดงเพื่อเป็นหลักฐานแย้งว่า บุคคลที่ถูกระบุว่าเป็นทีมงานของคู่กรณี กำลังคุยโทรศัพท์ในขณะเกิดเหตุและไม่ได้ยกโทรศัพท์มือถือขึ้นมาบันทึกภาพแต่อย่างใด
สมชัยยังปฏิเสธที่จะให้ความเห็นกรณีที่คู่กรณีอ้างว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะ ถูกจั๊กจี้แล้วไปโดนแฮนด์จักรยาน โดยปล่อยให้สังคมและประชาชนที่ได้ชมคลิปเป็นผู้ตัดสินว่าเหตุผลดังกล่าวฟังขึ้นหรือไม่
นอกจากนี้ สมชัยได้เปิดเผยข้อมูลพฤติกรรมในอดีตของคู่กรณี โดยอ้างอิงจากรายงานข่าวเมื่อเดือนมิถุนายน 2566 ซึ่งปรากฏเหตุการณ์ที่บุคคลดังกล่าวเคยก่อเหตุทะเลาะวิวาทกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของหมู่บ้านแห่งหนึ่ง พร้อมใช้วาจาข่มขู่ อ้างตัวเป็นอัยการ และกลับมาพร้อมอาวุธปืนจนทำให้เจ้าหน้าที่ รปภ. ต้องลาออกเพราะเกรงกลัวต่อความปลอดภัย
ซึ่งต่อมาทางรองอัยการสูงสุดได้ชี้แจงว่า บุคคลดังกล่าวไม่ใช่อัยการ แต่เป็นอดีตข้าราชการที่ถูกไล่ออกตั้งแต่ปี 2561-2562 เนื่องจากมีพฤติการณ์รับสินบนและปลอมแปลงเอกสาร
“พฤติกรรมก้าวร้าว รุนแรง ชอบใช้อำนาจข่มขู่คุกคามผู้อื่น และมีการใช้อาวุธปืนในที่สาธารณะ ทำให้ผมเกิดความกังวลและวิตกต่อสวัสดิภาพความปลอดภัยในชีวิตเป็นอย่างมาก จึงมอบหมายให้ทนายความเตรียมยื่นเรื่องต่อพนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ ภายในสัปดาห์นี้ เพื่อขอให้พิจารณาถอนประกันตัวคู่กรณี ซึ่งหากปล่อยไว้แล้วเกิดเหตุมายิงผมบาดเจ็บ สน.ทองหล่อ ก็ต้องรับผิดชอบ” สมชัยกล่าวทิ้งท้าย
ทั้งนี้ สมชัยยืนยันว่าไม่ให้ราคาต่อการที่คู่กรณีเดินสายร้องเรียนตามหน่วยงานต่างๆ และจะขอเดินหน้าดำเนินคดีตามขั้นตอนทางกฎหมายให้ถึงที่สุด








