×

อภิสิทธิ์แปรญัตติตัดงบ 1.5 แสนล้านบาท ชี้งบฯ 70 เสี่ยงผิดวินัยการเงินการคลัง-รัฐธรรมนูญ เหตุจัดงบลงทุนผ่านเกณฑ์ฉิวเฉียด

โดย THE STANDARD TEAM
07.09.2026
  • LOADING...
ภาพ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.พรรคประชาธิปัตย์ กำลังอภิปรายในสภา

วันนี้ (7 กันยายน) อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายในมาตรา 4 ว่าด้วยงบประมาณรายจ่ายโดยรวม เสนอแปรญัตติตัดลดงบประมาณ 1.5 แสนล้านบาท ด้วยเหตุผลทางเศรษฐศาสตร์และกฎหมาย โดยชี้ว่า ปัจจุบันมีข้อจำกัดทางการคลังจากการเก็บภาษีได้ต่ำเพียง 14% ขณะที่มีเงินนอกงบประมาณมหาศาล และรัฐบาลยังออก พ.ร.ก. มาใช้เงินเพิ่มอีกกว่า 2 แสนล้านบาท การปล่อยให้หนี้สาธารณะเกือบชนเพดาน ไม่รวมหนี้ค้างของรัฐวิสาหกิจและธนาคารรัฐ จึงเป็นเรื่องอันตราย

 

“ผมผิดหวังที่ทางคณะกรรมาธิการฯ ไม่ได้พยายามรีดไขมันแบบที่เพื่อนกรรมาธิการเสียงข้างน้อยอภิปราย เพื่อที่จะให้เรามีพื้นที่ทางการคลัง เราจะมีช่องว่างในการหายใจ เพื่อรับมือกับสถานการณ์ ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังย้ำว่า วิกฤตมีหลายระลอกที่ยังไม่สิ้นสุด”

 

อภิสิทธิ์กล่าวต่อว่า หากอยากสะสางโครงสร้างงบประมาณ และหากกังวลต่อกับดักงบประมาณที่จะเกิดขึ้นในปีหน้า ต้องเริ่มจากการทำงานและพูดความจริง ทั้งนี้ เมื่อมีรายละเอียดงบประมาณปรากฏ พบว่างบประมาณปีนี้ ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขของรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการรักษาวินัยการเงินการคลังอย่างเคร่งครัดเพื่อให้มีเสถียรภาพ มั่นคงยั่งยืนตามกฎหมายว่าด้วยวินัยการเงินการคลังของรัฐ ซึ่งกำหนดให้มีงบรายจ่าย งบลงทุนไม่น้อยกว่า 20% และไม่น้อยกว่าวงเงินที่ขาดดุลของบประมาณ แต่งบประมาณที่ถูกเสนอรายจ่ายลงทุนผ่านเกณฑ์แบบฉิวเฉียด เกิน 3 หมื่นล้านบาท แต่เมื่อเทียบกับการขาดดุล เกินมาเพียง 1.7 พันล้านบาท

 

“ผมเห็นใน 2 รายการ ที่ไม่น่าจะใช่ คือ งบกลาง เงินสำรองจ่ายกรณีฉุกเฉิน ตั้งไว้ 1 แสนล้านบาท บอกว่ามี 6 หมื่นล้านบาท คือ รายจ่ายลงทุน ทั้งที่งบฉุกเฉินไม่มีโครงการ ไม่มีแบบ ไม่มีสถานที่ บอกว่า 60% ของยอดที่นายกฯ หรือ ครม. อนุมัติเป็นงบลงทุน ผมไม่เชื่อ เพราะหากดูตัวเลขใช้จ่ายงบฉุกเฉินปีผ่านมาเติมโครงการไม่ใช่รายจ่ายลงทุนในสัดส่วนที่สูงมาก และนับค่าบริการคลาวด์ภาครัฐ 4.5 พันล้านบาท เป็นค่าใช้จ่ายลงทุน ผมมองว่าไม่ใช่ เพราะไม่ใช่ลงทุนเรื่องคลาวด์ ส่วนการจัดเก็บข้อมูลเพื่อภารกิจประจำ หรือรายจ่ายประจำ” อภิสิทธิ์กล่าว

 

อภิสิทธิ์กล่าวต่อว่า เมื่อมีกฎหมายใช้ ก็ต้องบังคับใช้จริงจัง หากรัฐบาลจัดไม่ได้ต้องแถลงต่อสภา แต่ทำไมถึงไม่ทำอย่างตรงไปตรงมา หรือบังคับใช้กฎหมายเที่ยงธรรม ตนยืนยันว่าควรตัดลดวงเงินงบประมาณ รายจ่ายที่ไม่จำเป็น สุ่มเสี่ยงทุจริตและจัดเพิ่มงบลงทุนและให้มีพื้นที่การคลังเพื่อแก้ปัญหา เรื่องดังกล่าวตนจะติดตาม เพราะงบแสนล้านบาทที่นายกฯ หรือ ครม. อนุมัติ จะดูว่ามีเจตนาเพื่อรักษาวินัยการเงินการคลัง และใช้งบกลาง 60% เพื่อรายจ่ายลงทุน หากไม่ใช่ แปลว่าผิดกฎหมาย ตนมีหน้าที่ตรวจสอบต่อไป

 

ขณะที่ อนุรักษ์ จุรีมาศ สส.ร้อยเอ็ด พรรคภูมิใจไทย ในฐานะรองประธาน กมธ. ชี้แจงยืนยันว่า ทำถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising