วันนี้ (31 สิงหาคม) ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ปิดเผยความคืบหน้ากรณีเหตุเพลิงไหม้ขนาดใหญ่ภายในศูนย์การค้า คลองถมเซ็นเตอร์ ว่า จากการติดตามสถานการณ์ตลอดคืนที่ผ่านมา จุดความร้อนลดลงเหลือเพียง 3 จุด และอุณหภูมิไม่สูงมากนัก ภาพรวมสถานการณ์ดีขึ้นตามลำดับ สำหรับขั้นตอนสำคัญคือการนำเจ้าหน้าที่ พฐ. เข้าพื้นที่ตรวจสอบโครงสร้างและจุดเกิดเหตุอย่างละเอียด
อย่างไรก็ตาม การสืบค้นจุดต้นเพลิงอาจทำได้ยากเนื่องจากโครงสร้างชั้น 2 พังทลายลงมาทับชั้น 1 เบื้องต้นสันนิษฐานว่าจุดต้นเพลิงอยู่บริเวณ ‘บล็อก 5’ (โซน C) ลึกเข้าไปประมาณ 20 เมตร เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องใช้วัตถุพยาน ร่วมกับพยานบุคคลและหลักฐานแวดล้อม เช่น ภาพบันทึกเหตุการณ์ในโซเชียลมีเดีย และคำให้การของเจ้าหน้าที่ดับเพลิงชุดแรกที่เข้าไปปฏิบัติการ
มาตรการช่วยเหลือและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ
- จุดบริการ One Stop Service: เปิดจุดลงทะเบียนรับแจ้งความเสียหาย ณ วัดพระพิเรนทร์ เพื่อรวบรวมข้อมูลผู้เสียหาย รถยนต์ที่ติดค้าง (เบื้องต้นพบประมาณ 8 คัน) และประสานงานเรื่องค่าชดเชยกับบริษัทประกันภัยและเจ้าของอาคาร
- การจัดหาที่ค้าขายชั่วคราว: สั่งการให้สำนักงานเขตเร่งสำรวจพื้นที่ว่างบริเวณโดยรอบ เพื่อรองรับผู้ประกอบการที่ต้องการกลับมาค้าขายชั่วคราว พร้อมเปิดรับข้อเสนอจากผู้ที่มีพื้นที่และประสงค์ช่วยเหลือ
- การเฝ้าระวังสิ่งแวดล้อม: คุณภาพอากาศรอบพื้นที่และทิศทางลมปัญหากลิ่นควันกลับเข้าสู่ระดับปลอดภัยแล้ว ทั้งนี้ กทม. ยังคงส่งรถตรวจวัดคุณภาพอากาศติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวสรุปถึงขอบเขตหน้าที่ของ กทม. ว่า หลังจากเจ้าหน้าที่ดับเพลิงควบคุมสถานการณ์ได้เด็ดขาด และ พฐ. ดำเนินการเก็บหลักฐานเรียบร้อยแล้ว กทม. จะทำการกั้นพื้นที่อันตรายและถอนกำลังออก โดยกระบวนการรื้อถอนโครงสร้างอาคารที่เสียหายจะเป็นหน้าที่ของเจ้าของอาคารในการดำเนินการต่อไป
ขณะที่ พล.ต.ต.วาที อัศวุตมางกุร ผู้บังคับการกองพิสูจน์หลักฐานกลาง สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า แม้จะผ่านมาแล้วหลายวัน แต่ในพื้นที่ยังคงมีกลุ่มควันและกลิ่นสารเคมีค่อนข้างรุนแรงสะสมอยู่ เบื้องต้นทีม พฐ. ได้นำเทคโนโลยีโดรนขึ้นบินสำรวจสภาพความเสียหายโดยรอบอาคารอย่างละเอียด พร้อมประชุมร่วมกับทางสำนักงานเขต กทม. และสถานีตำรวจท้องที่
พล.ต.ต.วาที กล่าวด้วยว่า แม้จะพอทราบจุดต้นเพลิงเบื้องต้นจากคลิปวิดีโอเหตุการณ์แล้วว่าอยู่ในบริเวณโซน C ซึ่งเป็นพื้นที่จำหน่ายสินค้าประเภทอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ แต่สาเหตุที่แท้จริงของการจุดติดไฟยังจำเป็นต้องรอให้เจ้าหน้าที่เข้าไปจัดเก็บพยานหลักฐานในจุดเกิดเหตุจริงให้ได้เสียก่อน
นอกจากนี้ในระหว่างการลงพื้นที่ได้มีพยานบุคคลซึ่งเป็นผู้ประกอบการหญิงเข้ามาชี้จุดเกิดเหตุ ซึ่งเป็นผู้รู้พื้นที่ดี และมีอาการเครียด ประกอบกับในพื้นที่กลิ่นสารเคมียังคงหนาแน่น จึงทำให้เกิดอาการเป็นลม เจ้าหน้าที่ต้องเร่งปฐมพยาบาล
ทั้งนี้ได้ประสานงานร่วมกับฝ่ายโยธา กทม. เพื่อวางมาตรการความปลอดภัยก่อนส่งทีม พฐ. เข้าปฏิบัติงาน เนื่องจากปัจจุบันซากโครงสร้างคอนกรีตและคานเหล็กชั้นบนทรุดตัวลงมาค้ำกันไว้แบบไม่มั่นคง หากไม่มีการรื้อถอนอย่างถูกวิธีอาจเกิดการถล่มซ้ำลงมาทับเจ้าหน้าที่ได้
















