วันนี้ (29 สิงหาคม) อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์และตรวจสอบการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ที่ บริเวณจุดเกิดเหตุเพลิงไหม้อาคารคลองถมเซ็นเตอร์ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย โดยภาพรวมขณะนี้สามารถควบคุมเพลิงได้แล้ว แต่ยังคงมีความร้อนสะสมอยู่เป็นหย่อมๆ ภายใต้ซากอาคาร ซึ่งต้องประสานนำรถแบ็กโฮเข้าเปิดทาง เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถฉีดน้ำระงับความร้อนได้อย่างทั่วถึง
นายกรัฐมนตรียืนยันว่า ประชาชนไม่ต้องกังวลเรื่องเพลิงปะทุซ้ำ เนื่องจากมีการฉีดน้ำหล่อเลี้ยงอย่างต่อเนื่อง แต่สิ่งที่น่าห่วงคือปัญหาควันและคุณภาพอากาศ โดยได้กำชับให้เจ้าหน้าที่เร่งระดมฉีดน้ำเพื่อลดกลุ่มควัน พร้อมขอความร่วมมือประชาชนงดเว้นการเข้าพื้นที่ หากจำเป็นต้องเดินทางผ่าน ขอให้สวมหน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันการสูดดมสารเคมีที่เกิดจากการเผาไหม้ ซึ่งอาจกระทบต่อระบบทางเดินหายใจ สำหรับผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว ล่าสุดผู้ที่มีอาการสาหัสได้รับการรักษาจนพ้นขีดอันตรายแล้ว
ในประเด็นด้านทรัพย์สินและสินค้าของผู้ประกอบการที่ยังอยู่ในสภาพดี นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเพิ่มมาตรการเฝ้าระวังอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันมิจฉาชีพที่อาจเข้ามาลักทรัพย์ในช่วงชุลมุน หากพบผู้กระทำผิดให้ดำเนินคดีตามกฎหมายขั้นเด็ดขาดทันที เนื่องจากผู้ประกอบการต่างได้รับความเดือดร้อนอย่างหนักและไม่สามารถประกอบอาชีพได้ตามปกติอยู่แล้ว
นายกรัฐมนตรีเปิดเผยข้อมูลสำคัญจากการหารือกับเจ้าของตลาด โดยระบุว่า โครงสร้างอาคารคลองถมเซ็นเตอร์ได้รับความเสียหายอย่างหนักจนเกิดการยุบตัว ทำให้มีความเป็นไปได้สูงที่ตลาดอาจไม่สามารถกลับมาเปิดให้บริการในรูปแบบเดิมได้อีก
อย่างไรก็ตาม ทางอาคารได้มีการทำประกันภัยโครงสร้างไว้ ซึ่งผู้ประกอบการอาจได้รับการชดเชยตามเงื่อนไขกรมธรรม์ โดยแนวทางในอนาคตจะขึ้นอยู่กับการประเมินความเสียหายและการตัดสินใจร่วมกันระหว่างเจ้าของพื้นที่และผู้ประกอบการ ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้กล่าวให้กำลังใจผู้ค้า พร้อมชื่นชมการทำงานที่รวดเร็วของกรุงเทพมหานครและกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ที่สามารถสกัดกั้นไม่ให้เพลิงลุกลามไปยังบ้านเรือนใกล้เคียงได้สำเร็จ
ด้าน ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวถึงการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบว่า กทม. มีระเบียบและแนวทางการจ่ายเงินชดเชยบางส่วนรองรับไว้แล้ว โดยขอให้ผู้ค้าที่ได้รับความเสียหายจริง นำหลักฐานเข้าแจ้งรายละเอียดได้ที่ศูนย์อำนวยการบริเวณวัดพระพิเรนทร์ เพื่อรวบรวมข้อมูลตามขั้นตอน
สำหรับสาเหตุของเพลิงไหม้ ผู้ว่าฯ กทม. ระบุว่า ขณะนี้ต้องรอให้เจ้าหน้าที่เคลียร์พื้นที่จนอยู่ในระดับที่ปลอดภัย ก่อนจะประสานให้เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) เข้าตรวจสอบอย่างละเอียด เพื่อระบุจุดต้นเพลิงและสาเหตุที่แท้จริงต่อไป


