วันนี้ (23 สิงหาคม) ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สมรรถชัย วิศาลาภรณ์ ประธานคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมข้าราชการตำรวจ (ก.พ.ค.ตร.) ได้ลงนามในหนังสือด่วนที่สุด ส่งถึงผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เสนอแนะให้ปรับปรุงระบบการประเมินผลการปฏิบัติราชการ เพื่อใช้ประกอบการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจให้เลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น โดยมุ่งหวังให้สอดคล้องกับระบบคุณธรรม ตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565
ก.พ.ค.ตร. ระบุว่า ตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติฉบับใหม่ กำหนดให้การเลื่อนตำแหน่งต้องพิจารณาจากอาวุโส ความรู้ ความสามารถ ผลงาน ศักยภาพ และความประพฤติประกอบกันอย่างเป็นธรรม แต่ที่ผ่านมา ก.ตร. ได้ออกกฎว่าด้วยเกณฑ์การประเมินผลฯ พ.ศ. 2566 โดยนำผลการประเมินไปใช้รวมกันทั้งการพิจารณาแต่งตั้ง และ การเลื่อนขั้นเงินเดือน ซึ่งในทางปฏิบัติ กฎดังกล่าวยังไม่มีการกำหนดตัวชี้วัดที่ชัดเจนสำหรับการคัดเลือกเพื่อเลื่อนตำแหน่งโดยเฉพาะ
จากเรื่องร้องทุกข์ของข้าราชการตำรวจ ก.พ.ค.ตร. ได้สรุปข้อสังเกตและปัญหาหลัก 4 ประการ พร้อมเสนอแนะแนวทางแก้ไข
- แยกเกณฑ์ให้ชัดเจน: กฎ ก.ตร. เดิมออกแบบมาเพื่อการเลื่อนเงินเดือน (เช่น ประเมินปีละ 2 ครั้ง, แบ่งเกรด 3 ระดับ) ซึ่งบางข้อไม่สามารถนำมาประเมินร่วมกับการแต่งตั้งเลื่อนยศได้ จึงควรแยกกำหนดเกณฑ์ทั้งสองเรื่องออกจากกัน
- จัดระเบียบผู้ประเมิน: ผู้มีอำนาจประเมินผลต้องสอดคล้องกับลำดับสายการบังคับบัญชา และสอดรับกับกฎ ก.ตร. ว่าด้วยการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ พ.ศ. 2567
- ผลงานต้องตรงกับตำแหน่งปัจจุบัน: ผู้รับการประเมินต้องบันทึกข้อมูลตามความเป็นจริง และผลงานที่นำมาใช้พิจารณาเลื่อนตำแหน่ง ต้องเป็นผลงานในระดับตำแหน่งที่ดำรงอยู่ปัจจุบันเท่านั้น
- เพิ่มน้ำหนัก ‘ความประพฤติ’: คุณสมบัติด้านความประพฤติถือเป็นเรื่องสำคัญ คะแนนประเมินในส่วนนี้ควรมีสัดส่วนใกล้เคียงกับคุณสมบัติด้านความรู้และความสามารถด้านอื่นๆ
ก.พ.ค.ตร. เสนอแนะทิ้งท้ายว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติควรเร่งเสนอ ก.ตร. เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์การประเมินสำหรับการเลื่อนตำแหน่งโดยเฉพาะ พร้อมทั้งออกรายละเอียดตัวชี้วัดให้ชัดเจนเป็น กฎ ก.ตร.
ที่สำคัญ เมื่อมีการบังคับใช้แล้ว ควรเร่งจัดทำคู่มือการประเมิน ที่มีคำอธิบายการให้คะแนน พฤติกรรม และผลงาน เพื่อให้ผู้บังคับบัญชาใช้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ ซึ่งจะช่วยลดปัญหาการใช้ดุลพินิจที่ไม่เป็นธรรม และสร้างขวัญกำลังใจให้แก่ข้าราชการตำรวจที่ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่อย่างแท้จริง


