วันนี้ (19 สิงหาคม) พล.ต.ท. ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) เปิดเผยว่า พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้ออกข้อกำชับแนวทางปฏิบัติกรณีคนหายพลัดหลงและศพนิรนาม เพื่อให้กระบวนการตั้งแต่การรับแจ้งเหตุ การประสานงาน ไปจนถึงการสืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน เป็นไปด้วยความรวดเร็ว เรียบร้อย และมีประสิทธิภาพสูงสุด
ไฮไลต์สำคัญของข้อสั่งการครั้งนี้ คือการเน้นย้ำให้พนักงานสอบสวนหรือผู้รับแจ้งเหตุทั่วประเทศ ต้องให้ความสำคัญและตอบสนองต่อเหตุคนหายพลัดหลงในทันที
“ห้ามมิให้ยกเหตุอ้างว่าต้องรอให้ครบ 24 ชั่วโมงก่อน มาเป็นเหตุที่จะไม่ดำเนินการใดๆ”
ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กำชับว่า เมื่อรับแจ้งเหตุแล้ว เจ้าหน้าที่จะต้องสอบถามรายละเอียดและตำหนิรูปพรรณสัณฐานเบื้องต้นจากผู้แจ้งหรือพยานทันที พร้อมกระจายข้อมูลผ่านศูนย์วิทยุเครือข่าย เพื่อให้สายตรวจและหน่วยร่วมปฏิบัติในพื้นที่ช่วยตรวจสอบว่าพบบุคคลลักษณะดังกล่าวในระหว่างการตรวจตราหรือไม่
ในส่วนของการทำงานเชิงรุก ผบ.ตร. ได้สั่งการให้ฝ่ายสืบสวนเร่งรวบรวมข้อมูลและพยานหลักฐาน เพื่อพิสูจน์ทราบมูลเหตุของการหายตัวไปหรือกรณีการพบศพนิรนาม โดยต้องจัดทำรายงานการสืบสวนเบื้องต้นเสนอผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น
ที่สำคัญคือ ผู้บังคับบัญชาฝ่ายสืบสวนต้องคอยแจ้งความคืบหน้าให้ผู้แจ้งหรือเครือญาติรับทราบเป็นระยะ รวมถึงหมั่นลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมเพื่อรับทราบข้อมูลที่เป็นปัจจุบันอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดความวิตกกังวลของครอบครัวผู้สูญหาย
บูรณาการข้อมูล-จ่อรื้อระเบียบการชันสูตรพลิกศพ
นอกจากนี้ ผบ.ตร. ได้มอบหมายให้ ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปก.ตร.) และ สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ ขับเคลื่อนการทำงานร่วมกับคณะกรรมการบริหารจัดการคนหายและศพนิรนาม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (คบคน.ตร.) โดยให้นำบทเรียนที่ผ่านมามากำหนดมาตรการให้หน่วยปฏิบัติทำงานได้รวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น พร้อมให้ประสานตรวจสอบและแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงานอย่างเป็นระบบ
ขณะเดียวกัน ได้สั่งการให้ สำนักงานกฎหมายและคดี เป็นหน่วยงานหลักในการรับผิดชอบพิจารณาปรับปรุงประมวลระเบียบการตำรวจที่เกี่ยวข้อง ทั้งในเรื่องของการชันสูตรพลิกศพ การออกประกาศตำหนิรูปพรรณบุคคลและทรัพย์สิน ตลอดจนการดำเนินการค้นหาและส่งคืนบุคคลพลัดหลง ให้มีความทันสมัยและสอดคล้องกับข้อกฎหมายในปัจจุบัน พร้อมกำชับให้ผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้นลงมาอำนวยการและควบคุมการปฏิบัติงานอย่างใกล้ชิด


