ภัทราภรณ์ เก่งรุ่งเรืองชัย ประธานสภากรุงเทพมหานคร (สภา กทม.) เปิดเผยความคืบหน้าการดำเนินการตรวจสอบกรณีสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) เขตยานนาวา พรรคประชาชน กดบัตรลงคะแนนแทนสมาชิกรายอื่นในที่ประชุมสภากรุงเทพมหานคร
▪️นัด 17 ส.ค. ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง
โดยประธานสภาได้ออกคำสั่งขยายสมัยประชุมสภา กทม. จากเดิมที่จะสิ้นสุดในวันที่ 12 สิงหาคม 2569 ออกไปเป็นวันที่ 27 สิงหาคม 2569 เพื่อให้สามารถบรรจุวาระการพิจารณาตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงในวันจันทร์ที่ 17 สิงหาคม 2569
การกำหนดวันดังกล่าวพิจารณาจากข้อจำกัดด้านกรอบเวลาตามกฎหมาย เนื่องจากช่วงระหว่างวันที่ 5 สิงหาคม ถึง 15 กันยายน เป็นช่วงที่ ส.ก. ต้องพิจารณารายจ่ายงบประมาณกรุงเทพมหานครให้แล้วเสร็จภายใน 45 วัน ซึ่งมีบางช่วงเวลาที่คณะอนุกรรมการต้องประชุมพร้อมกันมากกว่า 20 คณะ
ด้วยเหตุดังกล่าว วันที่ 17 สิงหาคมจึงเป็นวันเร่งด่วนที่สุดที่ประเมินว่าจะมีการประชุมของคณะวิสามัญงบประมาณเพียงคณะเดียว
▪️รวมหลักฐานกล้องวงจรปิดพร้อมส่งมอบ
สำหรับการรวบรวมพยานหลักฐาน ประธานสภา กทม. ระบุว่า ภายหลังเกิดเหตุการณ์ในวันที่ 31 กรกฎาคม ได้ออกหนังสือด่วนที่สุดถึงสำนักงานเลขานุการสภา กทม. ในวันเดียวกัน เพื่อสั่งการให้ตรวจสอบจำนวนและลักษณะการบันทึกภาพของกล้องภายในสภา กทม. ตลอดจนกล้องของผู้รับจ้างถ่ายทอดสดภายในห้องประชุม
ต่อมาในวันที่ 3 สิงหาคม ประธานสภาได้นำข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับกล้องชี้แจงในที่ประชุมสภา กทม. ตามที่ปรากฏในการถ่ายทอดสด
ในวันที่ 4 สิงหาคม ประธานสภา กทม. ได้ส่งหนังสือด่วนที่สุดอีกฉบับเพื่อสั่งการให้สำนักงานเลขานุการสภา กทม. จัดส่งข้อมูลบันทึกวิดีโอการประชุมสภาของวันที่ 31 กรกฎาคม เฉพาะช่วงเวลา 14.00 ถึง 16.00 น. เพื่อเตรียมความพร้อมในการส่งมอบหลักฐานให้แก่คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงและหน่วยงานภายนอกที่มีอำนาจตามกฎหมายเมื่อมีการร้องขอ
จากนั้นในวันที่ 6 สิงหาคม ประธานสภาได้รับหนังสือร้องเรียนจาก ศรีสุวรรณ จรรยา ซึ่งได้ยื่นเรื่องต่อสภา กทม. ไว้ตั้งแต่วันที่ 3 สิงหาคม โดยสำนักงานเลขานุการสภาได้ดำเนินการตรวจสอบรูปแบบและเนื้อหาคำร้องเรียบร้อยแล้ว
▪️สภา กทม. เสนอคณะกรรมการ 3 คน ทำงานโดยอิสระ
การดำเนินการตามลำดับขั้นนี้นำมาสู่การสั่งบรรจุวาระการประชุมในวันที่ 7 สิงหาคม เพื่อกำหนดให้มีวาระการตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงในวันที่ 17 สิงหาคม
กระบวนการในการประชุมวันที่ 17 สิงหาคม จะเป็นไปตามข้อบังคับว่าด้วยจรรยาบรรณของสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2559 โดยที่ประชุมสภาจะเป็นผู้เสนอชื่อเพื่อแต่งตั้งเป็นคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงจำนวน 3 ราย หากมีการเสนอชื่อรายบุคคลเกินกว่าจำนวนที่กำหนด จะต้องเข้าสู่กระบวนการลงมติเพื่อหาข้อยุติ
คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงชุดนี้จะมีหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นอิสระ ก่อนนำเสนอผลการตรวจสอบต่อประธานสภากทม. เพื่อดำเนินการตามข้อบังคับต่อไป
ประธานสภา กทม. ยืนยันในช่วงท้ายว่า กระบวนการทั้งหมดจะดำเนินไปบนพื้นฐานของข้อเท็จจริง พยานหลักฐาน และอยู่ภายใต้กติกาเดียวกัน เพื่อสร้างความโปร่งใสและเป็นธรรมให้แก่ ส.ก. และประชาชนอย่างเท่าเทียม


