อีกหนึ่งความเคลื่อนไหวในวงการศึกษาในจีนคือการเติบโตของอุปกรณ์สอนที่ใช้ AI ที่กำลังกลายเป็นตัวเลือกยอดนิยมของเด็กๆ ในช่วงปิดเทอมฤดูร้อน หลังการปราบปรามโรงเรียนกวดวิชาที่เข้มงวดในปี 2021 ผู้ปกครองจึงหาทางใหม่เพื่อรักษาระดับการเรียนของบุตรหลาน
อุปกรณ์การสอนเหล่านี้ออกแบบมาเพื่อตรวจคำตอบ อธิบายโจทย์ และให้ฟีดแบ็กทันที ช่วยให้การเรียนที่บ้านต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยสำนักข่าว Nikkei Asia ได้ทดลองใช้แท็บเล็ตจากแบรนด์ Xueersi ของกลุ่ม TAL Education พบว่าระบบ AI ทำงานแม่นยำเมื่อต้องตรวจโจทย์คณิตศาสตร์พื้นฐาน เช่น การบวกและการคูณ เครื่องอ่านลายมือที่ค่อนข้างยุ่งได้ดีและแสดงเครื่องหมายถูกเฉพาะคำตอบที่ถูก ช่วยให้เด็กเห็นความผิดพลาดและแก้ไขได้ทันเวลา
ขณะที่พนักงานร้านขายแท็บเล็ตบอกว่าเด็กสามารถฝึกทักษะด้วยตัวเองในช่วงปิดเทอม ผู้ปกครองที่ติดตามการบ้านไม่ได้อย่างใกล้ชิดจึงคลายกังวลได้บ้าง เพราะอุปกรณ์ให้คำอธิบายเชิงลึกและมีแบบฝึกหัดที่ปรับตามระดับความสามารถของผู้เรียน
ถึงอย่างไรนั้น ผลิตภัณฑ์ระดับไฮเอนด์ของ Xueersi ที่เปิดตัวต้นเดือนกรกฎาคมมีราคาสูงถึง 1.19 หมื่นหยวน (ราว 5.8 หมื่นบาท) ซึ่งถือเป็นสินค้าหรูท่ามกลางเศรษฐกิจชะลอตัว แต่ผู้ปกครองบางกลุ่มมองเป็นการลงทุนด้านการศึกษาที่คุ้มค่า เนื่องจากใช้งานได้นานและอาจทดแทนค่าเรียนพิเศษระยะยาวได้
ผู้ผลิตรายใหญ่อีกรายอย่าง iFlytek ก็พัฒนาอุปกรณ์ที่สแกนแผ่นคำตอบด้วยกล้อง, อ่านข้อความ, ประมวลผลโจทย์ และสร้างวิดีโอคำอธิบายด้วย AI ภายในไม่กี่วินาที ทำให้การเรียนมีความเฉพาะตัวและรองรับการประเมินผลอัตโนมัติ พร้อมกันนี้มีการจำกัดฟังก์ชันเพื่อป้องกันการใช้งานเพื่อความบันเทิง และนำเสนอเนื้อหาการศึกษาที่ออกแบบสำหรับเด็กโดยเฉพาะ
ตัวเลขการเติบโตสะท้อนความนิยม บริษัทวิจัยจีน Runto Technology รายงานว่าปีที่ผ่านมามียอดขายแท็บเล็ตการเรียนที่ติดตั้ง AI จำนวน 5.82 ล้านเครื่อง เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าสองปีเกือบ 2 ล้านเครื่อง และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 7.84 ล้านเครื่องภายในปี 2028 ซึ่งชี้ชัดถึงความต้องการจากผู้ปกครองที่ยังให้ความสำคัญกับการศึกษาของบุตรหลาน
ทั้งนี้ยังมีข้อถกเถียงเกี่ยวกับผลกระทบของ AI ในการศึกษาระดับปฐมวัยและมัธยมต้น ฝ่ายหนึ่งเห็นว่าเทคโนโลยีช่วยลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงความรู้และทำให้การเรียนเป็นระบบ ในขณะที่อีกฝ่ายเตือนถึงความเสี่ยงจากการพึ่งพาเทคโนโลยีมากเกินไป ปัญหาความเป็นส่วนตัวของข้อมูลผู้เรียน และความต่างของคุณภาพระหว่างอุปกรณ์ราคาสูงกับราคาถูกซึ่งอาจขยายช่องว่างทางการศึกษา
ผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาย้ำว่าแม้ AI จะช่วยตรวจคำตอบและให้คำอธิบายได้รวดเร็ว แต่บทบาทของครูและปฏิสัมพันธ์ทางสังคมยังจำเป็นต่อการพัฒนาทักษะคิดวิเคราะห์ การสื่อสาร และแรงจูงใจของนักเรียน ผู้ปกครองบางคนเห็นว่าอุปกรณ์ช่วยเรื่องพื้นฐานได้ดี แต่ยังต้องการครูมาช่วยชี้แนะทักษะเชิงลึก
ในเชิงนโยบาย รัฐบาลจีนที่เข้มงวดกับตลาดกวดวิชาเน้นควบคุมต้นทุนทางการศึกษาและลดแรงกดดันต่อครอบครัว แต่การเติบโตของอุปกรณ์ AI ทางการศึกษากลับเป็นทางเลือกใหม่ที่ไม่ได้อยู่ภายใต้ข้อจำกัดทั้งหมด ทำให้ผู้ปกครองยังสามารถลงทุนในทรัพยากรการเรียนรู้รูปแบบอื่นได้
สุดท้ายแล้ว ตลาดอุปกรณ์การเรียนที่ติดตั้ง AI กำลังเผชิญทั้งโอกาสและความท้าทาย ผู้ผลิตพัฒนาฟีเจอร์ให้ตอบโจทย์การเรียนเฉพาะบุคคล ขณะที่ผู้กำหนดนโยบายและชุมชนต้องร่วมกันสร้างกรอบการใช้ที่ปลอดภัย เที่ยงธรรม และส่งเสริมคุณภาพการศึกษาระยะยาว เพื่อให้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือสนับสนุนการเรียนรู้ ไม่ใช่การขยายความเหลื่อมล้ำในสังคม
ภาพ:T.Photo/shutterstock
อ้างอิง:


