วันนี้ (7 สิงหาคม) ประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อเหตุการณ์ความรุนแรงภายในโรงเรียน จนเป็นเหตุให้สูญเสียบุคลากรทางการศึกษาและนักเรียน โดยระบุว่า ขณะนี้กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และอยู่ระหว่างรอผลการชันสูตรตลอดจนการพิสูจน์หลักฐานจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยว่า ได้หารือเบื้องต้นกับผู้อำนวยการโรงเรียนแล้ว โดยให้ความสำคัญสูงสุดกับการเยียวยาสภาพจิตใจของครูและนักเรียนที่อยู่ในเหตุการณ์ พร้อมประสานทีมจิตวิทยาเข้ามาฟื้นฟูสภาพจิตใจเป็นการด่วน นอกจากนี้ ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เร่งให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบทุกคนอย่างเต็มที่และไม่มีเงื่อนไข
สำหรับมาตรการช่วยเหลือเบื้องต้น ได้สั่งการให้นักเรียนและครูที่ไม่ได้รับบาดเจ็บเดินทางกลับบ้านเรียบร้อยแล้ว ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บได้ถูกส่งตัวเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน
ในด้านการเยียวยาครอบครัวผู้สูญเสีย ศธ. จะให้ความช่วยเหลือเรื่องค่าจัดการศพ และจะพิจารณาเลื่อนขั้นพิเศษ (ปูนบำเหน็จ) ให้แก่ครูที่เสียชีวิตในขณะปฏิบัติหน้าที่ พร้อมมอบเงินช่วยเหลือเบื้องต้น กรณีเสียชีวิต 20,000 บาท และกรณีบาดเจ็บ 5,000 บาท รวมถึงจะนำเงินจากกองทุนสงเคราะห์ของกระทรวงศึกษาธิการเข้ามาช่วยเหลือเพิ่มเติม โดยหลังจากนี้จะหารือร่วมกับรัฐบาลเพื่อหาแนวทางเพิ่มวงเงินเยียวยาให้ครอบครัวผู้สูญเสียและผู้ได้รับผลกระทบให้ได้มากที่สุด
ประเสริฐ เน้นย้ำว่า กระทรวงศึกษาธิการให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของนักเรียนมาโดยตลอด และถือเป็นหนึ่งในนโยบายหลัก แต่จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นพบว่า ผู้ก่อเหตุได้ซุกซ่อนอาวุธเข้ามาภายในโรงเรียนผ่านกระเป๋านักเรียน จึงมีความจำเป็นต้องยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยให้รัดกุมยิ่งขึ้น
พร้อมกันนี้ ได้มีข้อสั่งการด่วนไปยังผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ ให้เริ่มเข้มงวดมาตรการด้านความปลอดภัยตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป รวมถึงติดตามดูแลนักเรียนและบุคลากรที่ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะผู้ที่กำลังเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล หากมีความต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติม สามารถประสานงานกับหน่วยงานต้นสังกัดได้ทันที
นส่วนของการสืบสวนสอบสวน ร่างของผู้เสียชีวิตยังคงอยู่บริเวณอาคารเรียนจุดเกิดเหตุ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจและกองพิสูจน์หลักฐานกำลังอยู่ระหว่างการเก็บรวบรวมพยานหลักฐานอย่างละเอียด โดยแรงจูงใจในการก่อเหตุยังไม่มีความชัดเจนและอยู่ในชั้นสืบสวน
ด้าน พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เปิดเผยข้อมูลสำคัญว่า จากการรายงานสภาพศพเบื้องต้นของเจ้าหน้าที่ พบข้อสังเกตว่าตำแหน่งที่กระสุนปืนเจาะเข้าร่างของผู้เสียชีวิต ล้วนเป็นจุดสำคัญของร่างกายทั้งสิ้น ซึ่งสะท้อนถึงความแม่นยำในการใช้อาวุธปืน
ด้วยเหตุนี้ จึงได้สั่งการด่วนให้ชุดสืบสวนเร่งตรวจสอบประวัติเชิงลึกของผู้ก่อเหตุ ว่าเหตุใดจึงสามารถเล็งยิงในจุดสำคัญของร่างกายจนทำให้มีผู้เสียชีวิตได้ และผู้ก่อเหตุเคยผ่านการฝึกฝนการใช้อาวุธปืนมาจากสถานที่ใด หรือมีบุคคลใดเป็นผู้สอน ซึ่งประเด็นนี้จะเป็นกุญแจสำคัญในการคลี่คลายคดีต่อไป


