วันนี้ (7 สิงหาคม) พลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยความคืบหน้าล่าสุดเกี่ยวกับเหตุการณ์ความรุนแรงภายในโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี โดยระบุว่า ผู้ก่อเหตุซึ่งเป็นนักเรียนชายชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ได้เสียชีวิตลงแล้วที่โรงพยาบาลบางกรวย แม้ทางเจ้าหน้าที่กู้ชีพจะพยายามยื้อชีวิตและให้การช่วยเหลืออย่างสุดความสามารถ
จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า อาวุธปืนที่ใช้ในการก่อเหตุเป็นปืนที่มีการทะเบียนครอบครองอย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยมีชื่อของปู่ของผู้ก่อเหตุ ซึ่งเป็นอดีตข้าราชการครู เป็นผู้ครอบครอง ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินการตรวจยึดอาวุธและเครื่องกระสุนไว้เป็นหลักฐานเรียบร้อยแล้ว และอยู่ระหว่างการตรวจสอบรายละเอียดการครอบครองอย่างละเอียด
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังได้รายงานการค้นพบผู้เสียชีวิตเพิ่มเติมที่บ้านพักของผู้ก่อเหตุ โดยพบศพคุณปู่และคุณย่าเสียชีวิตอยู่ภายในบ้าน ขณะนี้ตำรวจกำลังเร่งตรวจสอบความเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในโรงเรียน พร้อมทั้งไล่เรียงภาพจากกล้องวงจรปิด เส้นทางการเดินทาง และค้นหาแรงจูงใจในการก่อเหตุอย่างเร่งด่วน
เบื้องต้นพบข้อมูลว่า ผู้ก่อเหตุพักอาศัยอยู่กับปู่และย่ามาโดยตลอด เนื่องจากบิดามารดาแยกทางกันตั้งแต่ยังเด็ก และคาดว่าในวันเกิดเหตุ ผู้ก่อเหตุได้เดินทางมาโรงเรียนด้วยตนเอง ก่อนจะลงมือก่อเหตุหลังจากที่โรงเรียนเปิดการเรียนการสอนไปแล้วประมาณ 2 คาบเรียน นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังพบโทรศัพท์มือถือตกอยู่ในอาคารจุดเกิดเหตุ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อมูลและบันทึกการใช้งานภายในเครื่อง
ในส่วนของพฤติกรรมและแรงจูงใจ ข้อมูลจากครูแนะแนวระบุว่า ผู้ก่อเหตุเป็นเด็กเรียนดี มีเพื่อนฝูง เข้าร่วมกิจกรรมของโรงเรียนตามปกติ และไม่เคยแสดงพฤติกรรมก้าวร้าวมาก่อน โดยปัจจุบันยังไม่มีข้อมูลยืนยันถึงปัญหาสุขภาพจิตหรือประเด็นการถูกกลั่นแกล้งในโรงเรียน
แม้จากการตรวจค้นบ้านพักจะพบอุปกรณ์สำหรับเล่นเกม และครูให้ข้อมูลว่าผู้ก่อเหตุชื่นชอบการเล่นเกม แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจย้ำว่า ยังไม่สามารถด่วนสรุปได้ว่าประเด็นเกมเกี่ยวข้องเป็นสาเหตุหลักของการก่อเหตุหรือไม่ โดยจะต้องรอผลการสอบสวนอย่างรอบด้านก่อน
ด้าน พัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้รายงานสรุปตัวเลขผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตอย่างเป็นทางการ
- ผู้เสียชีวิต: จำนวน 5 ราย ซึ่งทางกระทรวงสาธารณสุขยืนยันว่าเป็นบุคลากรครูทั้งหมด โดยหนึ่งในผู้เสียชีวิตดำรงตำแหน่งเป็นรองผู้อำนวยการโรงเรียน
- ผู้ได้รับบาดเจ็บ: รวมทั้งสิ้น 22 ราย โดยมีอาการสาหัส 9 ราย (แบ่งเป็นนักเรียน 7 ราย และผู้ใหญ่ 2 ราย)
- ผู้ป่วยวิกฤต: ถูกส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า 2 ราย และโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า 2 ราย โดยมีเด็ก 2 รายที่ยังต้องอยู่ในการดูแลอย่างใกล้ชิดในห้อง ICU
เพื่อรับมือกับผลกระทบทางจิตใจ กระทรวงสาธารณสุขได้ส่งทีม MCATT (Mental Health Crisis Assessment and Treatment Team) จากกรมสุขภาพจิต จำนวน 7 ทีม ลงพื้นที่เพื่อให้การดูแลและเยียวยาสภาพจิตใจแก่ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ บุคลากร ครู นักเรียน ผู้ปกครอง และประชาชนในพื้นที่อย่างเร่งด่วน พร้อมวางแผนดูแลต่อเนื่องไปจนถึงช่วงที่โรงเรียนกลับมาเปิดทำการเรียนการสอนอีกครั้ง
ในช่วงท้าย พลพีร์ ได้กล่าวแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้สูญเสียและผู้ได้รับบาดเจ็บทุกคน พร้อมกล่าวขอบคุณครู เจ้าหน้าที่กู้ภัย และบุคลากรทางการแพทย์ที่ปฏิบัติหน้าที่เข้าช่วยเหลือสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที
สำหรับมาตรการรักษาความปลอดภัยในสถานศึกษาหลังจากนี้ กระทรวงมหาดไทยเตรียมเข้าหารือร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อกำหนดแนวทางการป้องกันเหตุซ้ำรอย โดยเฉพาะข้อเสนอเรื่องการติดตั้งเครื่องสแกนอาวุธบริเวณทางเข้าโรงเรียนทุกแห่ง
ขณะนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งรวบรวมพยานหลักฐาน ตรวจสอบบุคคล และจัดทำลำดับเหตุการณ์ทั้งหมดอย่างละเอียด โดยเตรียมที่จะตั้งโต๊ะแถลงข่าวเพื่อเปิดเผยข้อมูลความคืบหน้าอย่างเป็นทางการอีกครั้งในเวลา 15.00 น. ของวันนี้


