วันนี้ (7 สิงหาคม) ความคืบหน้าเหตุการณ์เด็กนักเรียนชายอายุ 14 ปี ก่อเหตุยิงภายในโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี พื้นที่รับผิดชอบของ สภ.ปลายบาง
พล.ต.อ. สำราญ นวลมา และ พล.ต.อ. ธนา ชูวงศ์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และคณะนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ ได้เดินทางลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุอย่างเร่งด่วน โดยทันทีที่เดินทางมาถึง ได้เข้าร่วมประชุมรับฟังรายงานสถานการณ์กับ พลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย, เชษฐา โมสิกรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี, ว่าที่ร้อยเอก ณัฐธนพงษ์ ทองพลับ ผู้อำนวยการโรงเรียน และตำรวจท้องที่ ก่อนจะนำกำลังขึ้นไปตรวจสอบจุดเกิดเหตุบริเวณชั้น 4 อาคาร 5
ขณะเดียวกัน ด้านการช่วยเหลือและการจัดการพื้นที่ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้บูรณาการกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่อาสากู้ชีพ จัดสรรกำลังแบ่งออกเป็น 6 ชุดปฏิบัติการ เพื่อเข้าตรวจสอบและค้นหานักเรียน ตลอดจนผู้ที่อาจติดค้างอยู่ภายในอาคาร โดยมีการปูพรมค้นหาอย่างละเอียดถึง 2 รอบ เพื่อให้เกิดความมั่นใจและยืนยันความปลอดภัยสูงสุดว่าไม่มีผู้ใดติดค้างอยู่ภายในพื้นที่แล้ว
มีรายงานเพิ่มเติมว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เชิญตัวพ่อและแม่ของนักเรียนชายวัย 14 ปี มาสอบปากคำอย่างละเอียด โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการพูดคุยให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่และผู้อำนวยการโรงเรียน จากการสืบสวนเบื้องต้นทราบว่า พ่อและแม่ของผู้ก่อเหตุได้แยกทางกันตั้งแต่เด็ก ปัจจุบันผู้ก่อเหตุพักอาศัยอยู่กับปู่และย่า
ส่วนอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุ จากการตรวจสอบพบว่าเป็นปืนพกสั้นกึ่งอัตโนมัติ ซึ่งเป็นอาวุธปืนที่มีชื่อของคุณปู่เป็นผู้ครอบครอง นอกจากนี้ในที่เกิดเหตุยังพบเครื่องกระสุนปืนที่ยังไม่ได้ใช้งานอีกจำนวน 34 นัด พร้อมด้วยแมกกาซีน 2 อัน
อย่างไรก็ตาม เมื่อกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สภ.ปลายบาง ได้เดินทางไปยังบ้านพักของนักเรียนชายวัย 14 ปี เพื่อเชิญตัวผู้ปกครอง (ปู่และย่า) มาสอบปากคำที่โรงเรียน แต่เมื่อไปถึงกลับพบศพผู้เสียชีวิต 2 รายอยู่ภายในบ้าน ซึ่งจากการตรวจสอบยืนยันว่าเป็นปู่และย่าของผู้ก่อเหตุ
เบื้องต้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตั้งข้อสันนิษฐานว่า นักเรียนชายวัย 14 ปีรายนี้ น่าจะลงมือก่อเหตุยิงปู่และย่าของตนเองที่บ้านพักจนเสียชีวิต ก่อนที่จะนำอาวุธปืนกระบอกดังกล่าวเดินทางมาก่อเหตุกราดยิงครูและเพื่อนนักเรียนภายในโรงเรียน ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานกำลังเร่งตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุทั้งสองจุดอย่างละเอียด เพื่อสรุปสำนวนคดีและหาสาเหตุแรงจูงใจที่แท้จริงต่อไป


















