วันนี้ (7 สิงหาคม) เวลา 11.20 น. ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยถึงเหตุยิงภายในโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ระหว่างเป็นประธานในพิธีมอบรางวัลกำนัน ผู้ใหญ่บ้านยอดเยี่ยม ประจำปี 2569 ว่า มีเหตุอันน่าเศร้าสลด ที่จังหวัดนนทบุรี มีการใช้อาวุธปืน ยิงทั้งครูและนักเรียนในโรงเรียนแห่งนั้น และมีผู้เสียชีวิตผู้บาดเจ็บ พอดีจึงต้องถือโอกาสมาบอกและกระจายไปยังกำนันผู้ใหญ่บ้านที่ไม่ได้มาที่ทำเนียบรัฐบาล เราจะปล่อยให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นไม่ได้เป็นอันขาด เป็นสิ่งที่บั่นทอน
อนุทินกล่าวอีกว่า ส่วนคนที่บาดเจ็บ และเสียชีวิต ต้องสูญเสียทั้งอนาคต และครอบครัวสูญเสียกำลังหลัก ขณะที่คนที่ไม่ได้รับบาดเจ็บ แต่สามารถหนีออกไปได้ แต่เกิดผลกระทบกับจิตใจอีกมาก สิ่งเหล่านี้ในฐานะที่ทุกคนเป็นนักปกครองต้องไม่ให้เกิดขึ้นอีก
“กระทรวงมหาดไทยในยุคผม ถ้าสังเกตจะไม่ให้พกปืน ผมไม่ให้ชาวบ้านทั่วไปคนธรรมดาที่ไม่เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ไม่มีเหตุผลที่จะต้องครอบครองอาวุธปืน เพราะคนที่ครอบครองอาวุธปืนหรือใช้อาวุธเหล่านี้ได้ เขาต้องใช้สติสัมปชัญญะ แต่มีหลายครั้งเดินเข้าไปสู่เหตุการณ์ที่ทำให้เราขาดสติสัมปชัญญะ และเราจะทำในสิ่งที่ไม่ควรทำ อย่าให้มีพวกอุปกรณ์อำนวยในสิ่งที่เขา จะไปก่อเหตุได้ เป็นส่วนที่ผม ไม่เคยอนุญาตให้มีการครอบครองปืนโดยประชาชนทั่วไป“ อนุทินระบุ
อนุทินกล่าวอีกว่า ตนถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักและกระทรวงมหาดไทยถูกวิจารณ์เช่นกันว่าธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับอาวุธปืนจะค้าขายไม่ได้ ซึ่งตนก็ยืนหยัดกับความตั้งใจว่าจะไปดูคุณค่าทางการค้ามากกว่าสังคมที่มีแต่ความรุนแรงไม่ได้
อย่างไรก็ตาม การก่อเหตุ ไม่ได้เกิดเหตุที่ใดที่หนึ่ง แต่อาจจะมีพฤติกรรมลอกเลียนแบบ อาจจะมีสิ่งที่เร้าใจให้คนที่นอกเหนือสติสัมปชัญญะก่อเหตุ แบบที่เราไม่ต้องการให้เกิดขึ้น จึงต้องตัดไฟแต่ต้นลม และขอให้ทุกท่านเข้าใจว่าตั้งแต่ที่ตนเข้ามาเมื่อ 3 ปีก่อน และต่ออายุให้ไม่มีการอนุญาตพกพาอาวุธปืน ซึ่งยังแก้ไขกฎหมายไม่ได้ เพราะการเมืองในแต่ละยุคไม่เหมือนกัน ปลายยุคที่แล้วตนก็ไม่ได้เสียงข้างมาก แม้จะเป็นนายกรัฐมนตรีก็ไม่สามารถแก้ไขกฎหมายได้
อนุทินกล่าวอีกว่า จะพยายามให้เกิดความปลอดภัยสูงสุดในชีวิต นั่นก็คือประกาศของกรมการปกครอง ลงนามโดยนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ไม่อนุญาตให้พกพาอาวุธปืน แม้จะเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ หากไม่ได้อยู่ในระหว่างปฏิบัติหน้าที่ ก็ไม่สามารถพกไปยังที่สาธารณะ หรือออกนอกเคหสถานได้ ประชาชนทั่วไปไม่ต้องพูดถึง เพราะฉะนั้น อย่าว่าเกิดเหตุแล้ววัวหายล้อมคอก เพราะนี่ล้อมคอกแต่ยังเล็ดรอดออกไป
อนุทินกล่าวอีกว่า หลังจากนี้ กำนันผู้ใหญ่บ้าน ต้องขอความร่วมมือในการดูแลการครอบครองอาวุธปืน หากพบใครเดินกร่างไปมาในพื้นที่ของท่าน พกไปร้านอาหาร หรือนอกบ้านต้องถูกดำเนินคดีไม่มีผ่อนผัน ไม่เช่นนั้นจะไม่หลาบจำ และเมื่อเกิดเหตุอะไรขึ้น เขาก็จะถือว่าปืนเป็นเครื่องทุ่นแรงของเขาเสมอ ยิ่งคนไม่มีความชำนาญคล่องแคล่วก็ยิ่งน่ากลัว เล็งผิดเล็งถูกไปหมด เล็งคนนี้ไปโดนคนโน้น เล็งขาไปโดนหัวอย่างนี้ก็มี เพราะฉะนั้น เป็นสิ่งที่สังคมไทยจะปล่อยให้เกิดเหตุขึ้นไม่ได้
นายกรัฐมนตรียังกล่าวด้วยว่า จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ทำให้ตนต้องคอยรับฟังและอำนวยการสถานการณ์อยู่ จึงทำให้ไม่มีเวลาเพียงพอในการเปลี่ยนชุดเพื่อมาร่วมงานกับทุกท่านได้ ซึ่งวันนี้ตนเข้าใจว่าจะต้องลงพื้นที่ไปในจุดเกิดเหตุด้วย


