×

ตกรอบบอลโลก ตำรวจบุก KFA แฉแผลเก่า 15 ปี เกิดอะไรขึ้นกับฟุตบอลเกาหลีใต้?

07.08.2026
  • LOADING...
ตำรวจเกาหลีใต้บุกค้นสำนักงานใหญ่สมาคมฟุตบอลเกาหลีใต้ (KFA) หลังทีมตกรอบฟุตบอลโลก 2026 ท่ามกลางวิกฤตและความไม่ชอบมาพากล

ความล้มเหลวของเกาหลีใต้ในฟุตบอลโลก 2026 ไม่ได้จบลงพร้อมผลงานในสนาม

 

 
 

หลังทัพ ‘แทกึก วอร์ริเออร์ส’ จอดเพียงรอบแบ่งกลุ่ม กระแสวิจารณ์ที่พุ่งตรงไปยัง ฮง มยอง-โบ และสมาคมฟุตบอลเกาหลีใต้ (KFA) กลับขยายวงกว้าง จนหลายปัญหาที่สะสมมานานถูกนำกลับมาตั้งคำถามอีกครั้ง

 

จากกระบวนการแต่งตั้งหัวหน้าโค้ชที่ถูกตั้งข้อสงสัย การไต่สวนในรัฐสภา ตำรวจบุกค้นสำนักงานใหญ่ ไปจนถึงเรื่องอื้อฉาวเมื่อกว่า 10 ปีก่อน

 

เกิดอะไรขึ้นกับฟุตบอลเกาหลีใต้ในเวลานี้?

 

จุดเริ่มต้นคือ ฟุตบอลโลก 2026 ที่จบลงด้วยความผิดหวัง

 

เกาหลีใต้เดินทางไปฟุตบอลโลก 2026 พร้อมความคาดหวังจากขุมกำลังที่มีนักเตะค้าแข้งอยู่ในลีกชั้นนำของโลกหลายคน

 

พวกเขาเริ่มต้นด้วยชัยชนะเหนือสาธารณรัฐเช็ก 2-1 ก่อนแพ้เม็กซิโก 0-1 และความพ่ายแพ้ต่อแอฟริกาใต้ 0-1 ในนัดสุดท้าย ทำให้เกาหลีใต้ต้องจอดเพียงรอบแบ่งกลุ่ม..สวนทางความคาดหวังของคนทั้งประเทศ

 

หนึ่งในการตัดสินใจที่ถูกวิจารณ์อย่างหนักคือการดร็อป ซน ฮึง-มิน ในเกมชี้ชะตากับแอฟริกาใต้ ก่อนที่ ฮง มยอง-โบ จะประกาศลาออกจากตำแหน่งหลังจบทัวร์นาเมนต์เพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อผลงานอันย่ำแย่นี้

 

ทว่าความไม่พอใจของแฟนบอลไม่ได้เกิดขึ้นจากผลงานในฟุตบอลโลกเพียงอย่างเดียว เพราะทันทีที่ทีมตกรอบ คำถามที่ค้างคามาตั้งแต่ปี 2024 ก็หวนกลับมาอีกครั้ง

 

1. การแต่งตั้ง ฮง มยอง-โบ ที่ถูกตั้งคำถามมาตั้งแต่วันแรก

 

ต้นตอสำคัญย้อนกลับไปเดือนกรกฎาคม 2024 เมื่อ KFA แต่งตั้ง ฮง มยอง-โบ เป็นหัวหน้าโค้ชทีมชาติ หลังใช้เวลาราว 5 เดือนตามหาผู้สืบทอดตำแหน่งของ เจอร์เกน คลินส์มันน์

 

ช่วงเวลาดังกล่าว KFA พิจารณาและสัมภาษณ์โค้ชต่างชาติหลายคน รวมถึง กุสตาโว โปเยต์ และ เดวิด วากเนอร์ ที่ผ่านกระบวนการสัมภาษณ์เป็นเวลาหลายชั่วโมง

 

แต่ท้ายที่สุดสมาคมกลับเลือกฮง หลังการพูดคุยกับ อี อิม-แซง ผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิคเพียงช่วงสั้นๆ

 

กระบวนการดังกล่าวสร้างข้อสงสัยอย่างหนักว่า ผู้สมัครแต่ละคนได้รับการพิจารณาภายใต้มาตรฐานเดียวกันหรือไม่

 

กระทรวงวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยวเกาหลีใต้จึงเข้าตรวจสอบ KFA และพบความผิดปกติหลายประการ รวมถึงการดำเนินขั้นตอนที่ไม่เป็นไปตามระเบียบภายในในการแต่งตั้งทั้งฮงและคลินส์มันน์

 

อย่างไรก็ตาม การตรวจสอบในเวลานั้นไม่พบหลักฐานว่ามีการกระทำผิดกฎหมายถึงขั้นทำให้สัญญาของฮงเป็นโมฆะ

 

2. กระแสต่อต้านลามถึงครอบครัว จุดชนวนข่าว ‘ลี้ภัย’ ของฮง มยอง-โบ

 

กระแสต่อต้านฮงยังคงรุนแรงหลังเกาหลีใต้ตกรอบฟุตบอลโลก โดยตำรวจต้องตรวจสอบข้อความข่มขู่ที่ปรากฏบนโลกออนไลน์ ขณะที่ฮงเปิดเผยภายหลังว่า การข่มขู่ไม่ได้กระทบเพียงตัวเขา แต่ลามไปถึงครอบครัวและทำให้เกิดความกังวลเรื่องความปลอดภัย

 

เรื่องราวยิ่งน่าเจ็บปวดเมื่อย้อนกลับไปมองสถานะของ ฮง มยอง-โบ ในวงการฟุตบอลเกาหลีใต้ เพราะเขาคือหนึ่งในนักเตะระดับตำนานของประเทศ เคยรับบทกัปตันทีมชาติชุดสร้างประวัติศาสตร์ผ่านเข้าถึงรอบรองชนะเลิศฟุตบอลโลก 2002 และลงเล่นฟุตบอลโลกในฐานะนักเตะถึง 4 สมัย ก่อนกลับมารับใช้ทีมชาติอีกครั้งในบทบาทหัวหน้าโค้ช

 

จากอดีตกัปตันที่มีสถานะเป็นตำนาน… วันนี้สถานการณ์กลับเดินมาถึงจุดที่ทั้งเขาและครอบครัวต้องเผชิญกับข้อความด่าทอและข่มขู่ จนเกิดความกังวลเรื่องความปลอดภัย

 

เพียงสองวันหลังเดินทางกลับเกาหลีใต้ ฮงตัดสินใจเดินทางไปสหรัฐฯ ซึ่งครอบครัวของเขาพำนักอยู่ พร้อมยืนยันภายหลังว่า การเดินทางครั้งนั้นไม่ได้เกิดขึ้นเพื่อหลีกหนีความรับผิดชอบ แต่เพราะต้องการปกป้องครอบครัวจากภัยคุกคาม

 

สถานการณ์ดังกล่าวนำไปสู่กระแสพูดถึงในต่างประเทศ โดยเฉพาะในหมู่แฟนบอลบางส่วน ถึงขั้นมีการใช้คำว่า ‘ลี้ภัย’ กับการเดินทางออกจากเกาหลีใต้ของฮง อย่างไรก็ตาม ไม่มีหลักฐานว่าเจ้าตัวเคยยื่นขอลี้ภัยจริง และท้ายที่สุดฮงเดินทางกลับเกาหลีใต้ ก่อนเข้าชี้แจงต่อรัฐสภาเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม

 

3. ปัญหาที่ลุกลามจากสนามฟุตบอล… สู่รัฐสภา

 

หลังฟุตบอลโลก ความกดดันเพิ่มขึ้นอีกระดับ เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม ฮงต้องเข้าให้การต่อคณะกรรมาธิการของรัฐสภาเกาหลีใต้

 

เขายอมรับความรับผิดชอบต่อผลงานของทีมชาติที่ตกรอบแบ่งกลุ่ม แต่ปฏิเสธว่าไม่ได้รับสิทธิพิเศษในกระบวนการแต่งตั้งตัวเองเป็นหัวหน้าโค้ช

 

ขณะเดียวกัน ง มง-กยู อดีตประธาน KFA ซึ่งอยู่ในตำแหน่งเป็นสมัยที่ 4 (ประกาศลาออกจากตำแหน่งอย่างเป็นทางการเมื่อช่วงต้นเดือนกรกฎาคม) ก็เผชิญแรงกดดันจากปัญหาการบริหารสมาคมที่สะสมมาหลายปี

 

ก่อนฟุตบอลโลก ศาลปกครองกรุงโซลเพิ่งมีคำตัดสินเมื่อเดือนเมษายน 2026 สนับสนุนความชอบธรรมของกระทรวงกีฬา ที่เคยเรียกร้องให้ KFA ลงโทษชุงและผู้บริหารระดับสูงจากความผิดปกติที่พบในการตรวจสอบสมาคม

 

4. ตำรวจบุกค้นสำนักงานใหญ่ KFA

 

สถานการณ์ยกระดับขึ้นอีกครั้งเมื่อวันที่ 6 สิงหาคมที่ผ่านมา ตำรวจเกาหลีใต้เข้าตรวจค้นและยึดเอกสารจากสำนักงานใหญ่ KFA เพื่อสอบสวนกระบวนการแต่งตั้ง ฮง มยอง-โบ เมื่อปี 2024

 

การสอบสวนเกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาเรื่องการขัดขวางการดำเนินงาน และกำลังตรวจสอบว่ามีการแทรกแซงกระบวนการคัดเลือกหัวหน้าโค้ชอย่างไม่เหมาะสมหรือไม่

 

เรื่องนี้มีจุดเริ่มต้นมาตั้งแต่ปี 2024 เมื่อกลุ่มภาคประชาชนยื่นเรื่องร้องเรียน ชุง มง-กยู จากกรณีการแต่งตั้งฮง ก่อนกระบวนการสอบสวนจะดำเนินต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

 

อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการประกาศข้อหาทางอาญาต่อฮงหรือเจ้าหน้าที่ของ KFA จากคดีดังกล่าว

 

5. แผลเก่า 15 ปีถูกเปิดอีกครั้ง กับข้อกล่าวหาเลี้ยงรับรองผู้ตัดสินต่างชาติ

 

ในวันเดียวกับที่ตำรวจเข้าตรวจค้น KFA สื่อเกาหลีใต้อย่าง JTBC เปิดเผยอีกหนึ่งเรื่องที่สร้างแรงสั่นสะเทือนต่อวงการฟุตบอลเกาหลีใต้

 

ตามรายงานของ JTBC เหตุการณ์ดังกล่าวย้อนกลับไปในช่วงปี 2011-2012 เมื่อมีการใช้บัตรเครดิตของ KFA เป็นค่าใช้จ่ายในสถานบริการนวดให้กับผู้ตัดสินและเจ้าหน้าที่ต่างชาติที่เดินทางมาทำหน้าที่ในเกาหลีใต้ โดยข้อมูลจากการตรวจสอบของกระทรวงกีฬาในเวลาต่อมาระบุว่า สถานบริการบางแห่งมีลักษณะเกี่ยวข้องกับการให้บริการทางเพศ

 

เหตุการณ์ที่ถูกตรวจสอบครอบคลุมการแข่งขันทั้งหมด 7 นัด ทั้งฟุตบอลโลก 2014 รอบคัดเลือก, ฟุตบอลโอลิมปิก 2012 รอบคัดเลือก และเกมอุ่นเครื่อง

 

หนึ่งในกรณีที่ถูกรายงานคือคืนก่อนเกมฟุตบอลโลก 2014 รอบคัดเลือกที่เกาหลีใต้พบคูเวต เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2012 มีการใช้บัตรเครดิตของสมาคมจ่ายเงิน 500,000 วอน ที่สถานบริการนวดในย่านกังนัม ขณะที่อีกเหตุการณ์หลังเกมโอลิมปิกรอบคัดเลือกกับโอมาน มีค่าใช้จ่าย 760,000 วอน ที่สถานบริการในเมืองชางวอน

 

ข้อมูลดังกล่าวไม่ใช่สิ่งที่เพิ่งถูกค้นพบในปี 2026 เพราะมีรายงานว่ากระทรวงกีฬาเคยพบข้อมูลระหว่างการตรวจสอบเมื่อปี 2016 แต่รายละเอียดไม่ได้ถูกเปิดเผยต่อสาธารณะในเวลานั้น ก่อนถูกนำกลับมาเปิดเผยอีกครั้งในปีนี้

 

อดีตเจ้าหน้าที่ KFA รายหนึ่งให้ข้อมูลกับ JTBC ว่า การพาผู้ตัดสินไปใช้บริการลักษณะดังกล่าวถูกมองเป็นเหมือน ‘ธรรมเนียม’ ในเวลานั้น ขณะที่ KFA ระบุว่าปัจจุบันมีระบบควบคุมการใช้จ่ายที่เข้มงวดขึ้นแล้ว

 

ทั้งนี้ จากข้อมูลที่ถูกเปิดเผยในเวลานี้ ยังไม่มีหลักฐานยืนยันว่าการเลี้ยงรับรองที่ถูกรายงานดังกล่าวมีผลต่อการตัดสินหรือผลการแข่งขันหรือไม่

 

และท่ามกลางวิกฤตที่เกิดขึ้น กระทรวงกีฬาเกาหลีใต้ได้ตั้ง K-Football Innovation Committee ขึ้นหลังจบฟุตบอลโลก โดยมี พัค จี-ซอง อดีตกัปตันทีมชาติ และ รยู ซึง-มิน ประธานคณะกรรมการกีฬาและโอลิมปิกเกาหลี ทำหน้าที่ประธานร่วม เพื่อหารือแนวทางปฏิรูปฟุตบอลเกาหลีใต้ รวมถึงโครงสร้างการบริหารของ KFA

 

สิ่งที่เกิดขึ้นกับฟุตบอลเกาหลีใต้ในเวลานี้ ได้กลายเป็นเรื่องที่ใหญ่เกินกว่าความล้มเหลวในฟุตบอลโลกเพียงรายการเดียว…

 

จากทีมชาติที่เดินทางกลับบ้านพร้อมความผิดหวัง วันนี้สิ่งที่แฟนบอลเกาหลีใต้ตั้งคำถามจึงไม่ได้มีเพียงผลงานของนักเตะหรือโค้ชในสนาม

 

เพราะเมื่อปัญหาหลายเรื่องถูกเปิดออกมา สิ่งที่ต้องถูกชำแหละและตั้งคำถามไม่แพ้กันคือ KFA และระบบบริหารที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมด

 

หลังผ่านความล้มเหลวในฟุตบอลโลก 2026 นี่อาจเป็นเข็มทิศชี้ว่า ถึงเวลาแล้วที่ฟุตบอลเกาหลีใต้ต้องกลับมาทบทวนและจัดการปัญหาภายในอย่างจริงจังเสียที

 

หากพวกเขายังหวังจะเห็นวงการฟุตบอลของตัวเองก้าวไปได้ไกลกว่าที่เป็นอยู่..

 

อ้างอิง:

 

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising