กลุ่มฮูตีในเยเมนเปิดฉากโจมตีฐานทัพของกองกำลังรัฐบาลในจังหวัดฮัดรามอตและมาริบด้วยขีปนาวุธและโดรน ส่งผลให้ทหารรัฐบาลเสียชีวิตอย่างน้อย 30 นาย และบาดเจ็บอีก 15 นาย ถือเป็นหนึ่งในการโจมตีที่รุนแรงที่สุดในรอบหลายปี และสร้างความกังวลว่า เยเมนอาจกลับเข้าสู่สงครามเต็มรูปแบบอีกครั้ง หลังความรุนแรงลดระดับลงมาตั้งแต่ปี 2022
ประเด็นสำคัญ
เหตุใดการโจมตีครั้งนี้จึงสำคัญ และอะไรอยู่เบื้องหลังการกลับมาปะทะกันระหว่างฮูตีกับกองกำลังที่ได้รับการสนับสนุนจากซาอุดีอาระเบีย?
ฮูตีโจมตีอะไร?
วันนี้ (7 สิงหาคม) แหล่งข่าวของรัฐบาลเยเมนเปิดเผยกับ Al Jazeera ว่า ฮูตีโจมตีฐานทัพหลายแห่งในจังหวัดมาริบและฮัดรามอตเมื่อวันพฤหัสบดี โดยยิงขีปนาวุธ 8 ลูกจากจังหวัดอัลจอว์ฟ ทางเหนือของมาริบ ไปยังพื้นที่อัลธินิยาและอัลอับร์ในฮัดรามอต รวมถึงอัลรูคในมาริบ
รายงานระบุว่า เป้าหมายของกลุ่มฮูตีครอบคลุมฐานของกองกำลังรัฐบาลหลายหน่วย ได้แก่ กองกำลังป้องกันมาตุภูมิ (Homeland Shield Forces) กองกำลังฉุกเฉิน (Emergency Forces) และกองบัญชาการทหารภาคที่ 1 โดยหนึ่งในหน่วยงานของรัฐบาลเยเมนระบุว่า มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก เนื่องจากทหารกำลังรวมตัวกันเพื่อฝึกในช่วงเช้าก่อนถูกโจมตี
อนึ่ง ฮูตีระบุว่า การโจมตีเกิดขึ้นหลังตรวจพบการระดมกำลังครั้งใหญ่ของกองกำลังรัฐบาลเยเมนที่ได้รับการสนับสนุนจากซาอุดีอาระเบีย โดยเชื่อว่า ฝ่ายตรงข้ามกำลังเตรียมยกระดับการโจมตีพื้นที่ภายใต้การควบคุมของตน
ทั้งนี้ มาริบถือเป็นหนึ่งในฐานที่มั่นสำคัญของรัฐบาลทางตอนเหนือ โดยตั้งอยู่ติดกับพื้นที่ภายใต้การควบคุมของฮูตี ขณะที่ฮัดรามอตอยู่ทางตะวันออกของประเทศ ติดกับซาอุดีอาระเบีย และเป็นพื้นที่ที่มีกองกำลังที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลริยาด
เบื้องต้น ยอดผู้เสียชีวิตอยู่ที่อย่างน้อย 30 นาย และบาดเจ็บ 15 นาย แต่แหล่งข่าวระบุว่า ตัวเลขอาจเพิ่มขึ้น ขณะที่ ยะห์ยา ซารี โฆษกของกองทัพฮูตีอ้างว่า ปฏิบัติการครั้งนี้สร้างความสูญเสียแก่ฝ่ายตรงข้ามหลายร้อยคน แม้ตัวเลขดังกล่าวยังไม่ได้รับการยืนยันจากแหล่งข่าวอิสระ
ทำไมความตึงเครียดจึงกลับมารุนแรง?
สถานการณ์ในเยเมนค่อนข้างสงบลงมาหลายปี หลังข้อตกลงหยุดยิงที่สหประชาชาติ (UN) เป็นตัวกลางในปี 2022 ช่วยลดการสู้รบขนาดใหญ่ระหว่างกลุ่มฮูตีกับรัฐบาลเยเมน รวมถึงซาอุดีอาระเบีย ทว่าความตึงเครียดเริ่มเพิ่มขึ้นอีกครั้งในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา
ความตึงเครียดระลอกล่าสุดเริ่มเห็นชัดขึ้น เมื่อฮูตีกล่าวหาว่า เครื่องบินของทางการอิหร่านถูกขัดขวางไม่ให้ลงจอดที่สนามบินซานา ก่อนที่รัฐบาลเยเมนจะระบุเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคมว่า กองกำลังของตนโจมตีสนามบินซานาเพื่อขัดขวางเครื่องบินอิหร่านอีกลำ
ฮูตีจึงตอบโต้ด้วยการโจมตีสนามบินอับฮาของซาอุดีอาระเบีย ซึ่งรัฐบาลริยาดระบุว่า สามารถสกัดไว้ได้ ต่อมาในวันที่ 20 กรกฎาคม ฮูตีประกาศปิดล้อมทางทะเลต่อซาอุดีอาระเบีย และเริ่มโจมตีเรือที่เกี่ยวข้องกับริยาดในทะเลแดง โดยอ้างว่า เป็นการตอบโต้การปิดล้อมท่าเรือและสนามบินในพื้นที่ที่ฮูตีควบคุม
นอกจากนี้ สัญญาณที่น่าจับตา คือการปะทะกำลังเริ่มข้ามพรมแดนอีกครั้ง หลังกองกำลังผสมเพื่อฟื้นฟูความชอบธรรมในเยเมน (Coalition to Restore Legitimacy in Yemen) ซึ่งนำโดยซาอุดีอาระเบีย ระบุว่า มีการโจมตีเมืองนัจรานบริเวณชายแดน ส่งผลให้พลเรือนบาดเจ็บ 11 คน รวมถึงผู้หญิงและเด็ก พร้อมกล่าวหาฮูตีว่า เป็นผู้ก่อเหตุ แม้ฮูตียังไม่ได้ออกมาอ้างความรับผิดชอบ
นั่นหมายความว่า หากการโจมตีในดินแดนซาอุดีอาระเบียเกิดขึ้นต่อเนื่อง ความขัดแย้งอาจขยายจากการปะทะภายในเยเมน ไปสู่การเผชิญหน้าระหว่างกลุ่มฮูตีกับรัฐบาลริยาดโดยตรงมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ยังเร็วเกินไปที่จะสรุปว่า สงครามเต็มรูปแบบได้กลับมาแล้ว แต่สัญญาณเตือนเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน เพราะทั้งฮูตีและฝ่ายรัฐบาลต่างระดมกำลัง มีการใช้ขีปนาวุธและโดรนโจมตีฐานทัพขนาดใหญ่ ส่วนซาอุดีอาระเบียกลับมาโจมตีเป้าหมายในพื้นที่ฮูตี และการโจมตียังเริ่มลุกลามข้ามพรมแดน
ย้อนกลับไปในปี 2014 สงครามเยเมนเริ่มขึ้น หลังกลุ่มฮูตียึดกรุงซานา ก่อนที่กองกำลังผสมฯ จะเข้าแทรกแซงในปี 2015 เพื่อสนับสนุนรัฐบาลเยเมน แต่จนถึงปัจจุบัน ฮูตียังคงควบคุมพื้นที่ส่วนใหญ่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ
ภาพ: Khaled Abdullah / Reuters
อ้างอิง:
- https://www.nytimes.com/2026/08/06/world/middleeast/houthi-yemen-strikes.html
- https://www.aljazeera.com/news/2026/8/6/houthis-claim-to-have-killed-45-in-attacks-on-yemeni-government-forces
- https://www.nbcnews.com/world/yemen/houthi-rebel-attacks-kill-least-30-yemeni-government-forces-officials-rcna591274


