การเปลี่ยนตัวกุนซือของนิวคาสเซิลครั้งนี้ เปรียบดั่งการปักป้ายประกาศว่า สโมสรพร้อมก้าวเข้าสู่ยุคใหม่อย่างเป็นทางการอีกครั้ง หลังทีมผจญภัยในยุคของ เอ็ดดี ฮาว มาร่วม 6 ปี
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ฮาวสร้างทีมที่แฟนบอลภาคภูมิใจ เขาพาสโมสรหนีตกชั้น กลับไปเล่นยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก และยุติการรอคอยแชมป์ในประเทศที่ยาวนานด้วยถ้วยลีกคัพปี 2025
แต่โลกของฟุตบอลไม่เคยหยุดอยู่กับที่ และทุกอย่างมันเริ่มจากฤดูกาลที่ผ่านมา นิวคาสเซิลจบอันดับ 12 ขณะที่ขุมกำลังชุดนั้นก็ค่อยๆ แตกออกทีละชิ้น
อเล็กซานเดอร์ อิซัก ย้ายออกไปก่อใครเมื่อฤดูกาลก่อน จากนั้นซัมเมอร์นี้ ซานโดร โตนาลี และแอนโธนี กอร์ดอน ก็ไม่อยู่แล้ว ล่าสุดกัปตันทีมอย่าง บรูโน กิมาไรส์ กำลังจะย้ายไปอาร์เซนอล ทำให้แกนหลักของทีมชุดที่ถูกมองว่าเคยเป็นความหวัง.. ปัจจุบันเหลืออยู่ไม่กี่คน
เมื่อมองผ่านภาพความจริงนี้ การตัดสินใจแต่งตั้ง มัทธีอัส ไยส์เลอ กุนซือชาวเยอรมันวัย 38 ปี จึงดูจะเริ่มสมเหตุสมผลมากขึ้นเรื่อยๆ
นิวคาสเซิลไม่ได้กำลังหากุนซือที่จะเข้ามาประคองทีมชุดเดิม เพราะทีมชุดเดิมแทบไม่เหลือแล้ว
สิ่งที่พวกเขาต้องการ ณ วินาทีนี้ คือคนที่มีวิสัยทัศน์และความสามารถในการสร้างทีมชุดใหม่ขึ้นมาตั้งแต่รากฐาน นั่นคือเหตุผลที่ทำให้ชื่อของไยส์เลอโดดเด่นขึ้นมาเหนือตัวเลือกอื่นทั้งหมด
จริงอยู่ว่าเขาไม่เคยผ่านงานคุมทีมในพรีเมียร์ลีก หรือลีกระดับท็อปของยุโรป แต่หากย้อนดูเส้นทางอาชีพ ไยส์เลอแทบไม่เคยทำงานกับสโมสรที่ใช้วิธีทางลัดอย่างการซื้อนักเตะสำเร็จรูปมาล่าแชมป์
เขาเติบโตและหล่อหลอมมาจากระบบของ เรดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก สโมสรขึ้นชื่อเรื่องการเจียระไนดาวรุ่ง ก่อนพาทีมคว้าแชมป์ลีกออสเตรีย 2 สมัยซ้อน และสร้างประวัติศาสตร์พาทีมทะลุเข้าสู่รอบน็อกเอาต์ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ได้เป็นครั้งแรก
จากนั้นเขาย้ายไปคุม อัล อาห์ลี และพิสูจน์ว่าไม่ได้เก่งแค่การปั้นดาวรุ่ง เพราะสามารถบริหารห้องแต่งตัวที่เต็มไปด้วยนักเตะระดับซูเปอร์สตาร์จากทุกสารทิศ พร้อมพาทีมคว้าแชมป์ ACL ได้ถึงสองสมัย
ถ้าสังเกตการทำงานของนิวคาสเซิลในช่วง 2-3 ตลาดซื้อขายที่ผ่านมา สโมสรเริ่มเปลี่ยนวิธีสร้างทีม จากเดิมที่ใช้เงินซื้อผู้เล่นชื่อดังเพื่อยกระดับอย่างรวดเร็ว มาเป็นการลงทุนกับนักเตะอายุน้อยจากยุโรปมากขึ้น หลายคนอาจยังไม่ใช่ตัวจริงทันที แต่ทุกคนล้วนถูกมองว่าจะก้าวมาเป็นกำลังหลักในอีก 2-3 ปีข้างหน้า
เมื่อสโมสรเลือกเดินในทิศทางนี้ โค้ชที่เหมาะสมจึงไม่ใช่คนที่เก่งเรื่องการบริหารซูเปอร์สตาร์เพียงอย่างเดียว หากต้องเป็นคนที่สร้างนักเตะ พัฒนาผู้เล่น และกล้าปล่อยให้คนหนุ่มเติบโตจากความผิดพลาด ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่ยส์เลอทำมาตลอดอาชีพ
งานที่รอเขาอยู่ครั้งนี้มันจะไม่เหมือนอะไรที่เคยเจอ เพราะพรีเมียร์ลีก อังกฤษ คือเวทีที่ท้าทายกุนซือทุกคน และตลอดหลายปีที่ผ่านมา ก็มีกุนซือฝีมือดีไม่น้อยที่ไม่สามารถไปถึงจุดที่ตัวเองคาดหวังไว้ได้..
แม้ก่อนหน้าจะทำงานกับซัลซ์บวร์ก.. ทีมที่ถูกคาดหวังให้เป็นแชมป์ลีกทุกปี ส่วนอัล อาห์ลี มีคุณภาพนักเตะเหนือกว่าคู่แข่งจำนวนมาก แต่พรีเมียร์ลีกคืออีกโลกหนึ่ง ทุกสัปดาห์คือการเจอกับโค้ชระดับหัวแถวของยุโรป และทุกความผิดพลาดจะถูกขยายผลผ่านแรงกดดันมหาศาลจากทั้งแฟนบอลและสื่อมวลชนทันที
อย่างไรก็ตาม ‘เวลา’ จะเป็นคำตอบว่า มัทธีอัส ไยส์เล ดีพอจะพาทีมกลับสู่จุดที่เหล่าทูนอาร์มีคาดหวังได้หรือไม่
แต่สิ่งหนึ่งที่ชัดเจนตั้งแต่วันแรกคือ ตอนนี้สโมสรไม่ได้มองหา ‘เอ็ดดี ฮาว คนใหม่’ พวกเขาเลือกแล้วที่จะออกเดินทางสู่ ‘นิวคาสเซิลยุคใหม่’ ด้วยมือของ มัทธีอัส ไยส์เลอ หนึ่งในกุนซือหนุ่มที่น่าจับตามองที่สุดแห่งพรีเมียร์ลีก!
อ้างอิง:
- https://www.skysports.com/football/news/33694/13568347/matthias-jaissle-to-newcastle-who-is-the-coach-set-to-replace-eddie-howe-at-st-james-park-and-what-can-we-expect
- https://www.premierleague.com/en/news/4682104/who-is-newcastle-new-head-coach-matthias-jaissle
- https://www.bbc.com/sport/football/articles/cn4n0ypyx31o


