ปัญหาความขัดแย้งภายในคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ทวีความรุนแรงขึ้น ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากหลายฝ่าย
ประเด็นสำคัญ
หลังจากที่การประชุมบอร์ด กสทช. ล่มถึง 3 ครั้ง สืบเนื่องจากข้อถกเถียงเรื่องสถานะของศาสตราจารย์คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช.
ล่าสุด สมาชิกจากทั้ง 2 สภา ได้แสดงความเห็น 2 ด้าน สส. พรรคประชาชนออกมาเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีทูลเกล้าฯ ปลด นพ.สรณ ในขณะที่ สว. เสนอแนวทางให้ยุบ กสทช. ทั้งชุดเพื่อสรรหาใหม่
นายกฯ ยื้อทูลเกล้าฯ ยิ่งสงสัยความสัมพันธ์เชื่อมโยง
ภคมน หนุนอนันต์ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน และประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน กล่าวถึงกรณี นพ.สรณ ไม่ยอมรับมติคณะกรรมการสรรหาที่ระบุว่าตนขาดคุณสมบัติในการเป็นประธาน กสทช.
โดยระบุว่า นพ.สรณ ควรตระหนักและสละสิทธิตั้งแต่แรก แต่กลับยังคงยื้อตำแหน่งเพื่อดูแลทรัพย์สมบัติระดับแสนล้านบาท
ภคมนชี้ว่า การที่นายกรัฐมนตรีในฐานะผู้รับผิดชอบการทูลเกล้าฯ ชะลอการดำเนินการ ยิ่งทำให้เกิดข้อสงสัยถึงความเชื่อมโยงกับ นพ.สรณ โดยเฉพาะประเด็นที่ทั้งสองอาจเคยใช้ที่ปรึกษาคนเดียวกันในรัฐบาลชุดก่อนหน้านี้
ภคมนยังกล่าวหา นพ.สรณ ว่าใช้เหตุผลเรื่องความกลัวที่จะทำผิดประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 มาเป็นข้ออ้าง ทั้งที่ตนขาดคุณสมบัติตั้งแต่แรก ถือเป็นพฤติกรรมในลักษณะ ‘ศรีธนญชัย’ พร้อมตั้งคำถามว่า การยื่นเอกสารคุณสมบัติเท็จเพื่อรับตำแหน่ง มีความผิดทางกฎหมายหรือไม่
ภคมนระบุเพิ่มเติมว่า คณะกรรมาธิการฯ จะเชิญบอร์ด กสทช. รายอื่นมาชี้แจงผลกระทบจากการปฏิบัติหน้าที่ของ นพ.สรณ และตั้งข้อสังเกตถึงแรงจูงใจในการยื้อตำแหน่ง โดยอ้างอิงถึงโครงการของกองทุนยูโซ่ที่มีมูลค่าหลายพันล้านบาท และการเบิกงบประมาณเดินทางไปต่างประเทศในอนาคต พร้อมเรียกร้องให้บอร์ด กสทช. ส่งหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีเพื่อหารือแนวทางแต่งตั้งประธาน กสทช. ชั่วคราวในช่วงสุญญากาศนี้
เสนอยุบ กสทช. ล้างไพ่ทั้ง 7 คน แล้วสรรหาใหม่
ในทางกลับกัน นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ สว. ได้แถลงข่าวโต้แย้งมติของคณะกรรมการสรรหา โดยระบุว่ามติดังกล่าวอาจไม่มีความชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากองค์ประชุมบางส่วนขาดคุณสมบัติ
เช่น เกียรติพงศ์ อมาตยกุล จากศาลฎีกา ที่มีอายุเกิน 70 ปีบริบูรณ์ และ วิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คนใหม่ ซึ่งไม่ได้อยู่ในคณะกรรมการสรรหาชุดเดิมเมื่อปี 2565
นพ.เปรมศักดิ์เสนอว่า หากนายกรัฐมนตรีเห็นว่า กสทช. ยังเป็นองค์กรที่มีความสำคัญ ควรดำเนินการยุบกรรมการ กสทช. ทั้งหมด 7 คน เพื่อล้างไพ่และสรรหาใหม่ เนื่องจากกรรมการแต่ละคนล้วนมีข้อครหา ทั้งเรื่องการรับผลประโยชน์สองทาง และคดีความที่ค้างอยู่ในศาล
นพ.เปรมศักดิ์ย้ำว่า หากองค์กรยังคงยืดเยื้อและไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ บ้านเมืองจะสูญเสียโอกาส พร้อมเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีมีความกล้าหาญในการตัดสินใจใช้ข้อกฎหมายที่มีอยู่ เพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งที่เรื้อรังมานานกว่า 4 ปี และคืนประโยชน์ขององค์กรให้แก่ประชาชนอย่างแท้จริง


