×

ทำไมสมรภูมิ Data Center ในเอเชียกลาง ถึงแข่งขันกันดุเดือด

05.08.2026
  • LOADING...
ภาพ AI แสดงศูนย์ข้อมูลในเอเชียกลาง

วันนี้ (5 สิงหาคม) การแข่งขันกันเพื่อสร้างศูนย์ข้อมูล (Data Center) ในเอเชียกลางกำลังดุเดือดขึ้นอย่างมาก โดยมี อุซเบกิสถาน และคาซัคสถาน เป็นสองผู้เล่นหลักที่แข่งขันกันดึงดูดเม็ดเงินลงทุน เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลและเทคโนโลยี AI

 

 

ทำไมสมรภูมิ Data Center ในเอเชียกลาง แข่งขันกันดุเดือด?

 

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้สมรภูมินี้ดุเดือด เป็นเพราะในเอเชียกลาง โดยเฉพาะ อุซเบกิสถาน และคาซัคสถาน ต่างมีโครงการระดับจิกะวัตต์ และได้รับการสนับสนุนจากยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยี

 

คาซัคสถาน กำลังพัฒนาโครงการ Data Center Valley ที่เมือง Ekibastuz มูลค่าโครงการสูงถึง 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ นำโดยบริษัท Firebird จากสหรัฐอเมริกา และได้รับการสนับสนุนจาก Nvidia โดยมีเป้าหมายระยะแรกที่ 125 เมกะวัตต์ (MW) ภายในปี 2027 และจะขยายให้ถึง 1 จิกะวัตต์ (GW) พร้อมติดตั้งชิป Nvidia รุ่นถัดไปจำนวน 100,000 ชิป

 

ขณะที่อุซเบกิสถาน มีโครงการ TAS-1 ที่ได้รับการสนับสนุนจากบริษัท DataVolt ของซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเฟสแรกกำลังการผลิต 6 MW จะเสร็จสิ้นภายในสิ้นปีนี้ และตั้งเป้าหมายจะขยายให้ถึง 500 MW ทั่วประเทศ เพื่อผลักดันมูลค่าตลาดสินค้าและบริการ AI ของประเทศให้ถึง 1.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2030

 

นอกจากนี้ทั้งสองประเทศยังมีข้อได้เปรียบเชิงโครงสร้างและมีการแข่งขันที่ไม่ใช่ Zero-Sum Game โดย โซบีร์ เคอร์บานอฟ ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาระหว่างประเทศให้สัมภาษณ์กับ NIKKEI ASIA ว่า ในปัจจุบันคาซัคสถานมีความได้เปรียบเชิงโครงสร้างมากกว่า ทั้งในด้านกำลังการผลิตไฟฟ้าที่ใหญ่กว่า ค่าไฟที่ถูกกว่า ระบบสายส่งที่พัฒนาแล้ว และพื้นที่ดินอุตสาหกรรม อย่างไรก็ตาม เขามองว่าศึกครั้งนี้ไม่ใช่การแข่งขันแบบที่มีผู้ชนะเพียงคนเดียว (Not a Zero-Sum Game) แต่อุซเบกิสถานควรเน้นสร้างคุณค่าระยะยาวให้กับระบบนิเวศดิจิทัลและ AI ของตนเอง

 

ขณะที่ ราจิต นันดา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ DataVolt ที่สนับสนุน Data Center ในอุซเบกิสถานมองว่า สิ่งที่เกิดขึ้นในอุซเบกิสถานเปรียบเสมือนยุค ‘Perestroika’ หรือการปฏิรูปโครงสร้างครั้งใหญ่ โดยมีเงินทุนจำนวนมากไหลเข้ามาจากสถาบันการเงินเพื่อการพัฒนา ทั้งในกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับและยุโรป

 

ทางด้าน อารูจาน เมียร์คาโนวา นักวิเคราะห์อาวุโสจาก Outpost Eurasia แสดงความเห็นผ่าน NIKKEI ASIA ว่า ข้อตกลงระหว่าง Firebird และ Nvidia จะช่วยยกระดับความน่าสนใจในการลงทุนของภูมิภาคเอเชียกลางโดยรวม ซึ่งจะช่วยดึงดูดผู้ให้บริการ เงินทุน และผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิคเข้ามามากยิ่งขึ้น

 

ความท้าทายด้านทรัพยากรและพลังงานสะอาด

 

แม้จะเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่ทั้งสองประเทศก็ยังเผชิญกับข้อจำกัดเรื่องน้ำและไฟฟ้า เนื่องจากเป็นทรัพยากรที่ไม่ได้มีอยู่อย่างอุดมสมบูรณ์ในทั้งสองประเทศ สำหรับข้อจำกัดเรื่องน้ำ โครงการ TAS-1 ของอุซเบกิสถานพยายามแก้ปัญหานี้โดยการออกแบบให้ใช้ระบบระบายความร้อนแบบแห้ง (Dry Heat Rejection) ทั้งหมด เพื่อลดความต้องการใช้น้ำในการหล่อเย็น ขณะที่ข้อจำกัดด้านไฟฟ้า ระบบโครงข่ายไฟฟ้าของภูมิภาคยังคงเผชิญกับปัญหาไฟดับอยู่เป็นระยะ ทำให้โครงการ Data Center ต้องออกแบบตามมาตรฐาน Tier III และติดตั้งเครื่องปั่นไฟสำรอง (Backup Generators) เพื่อรองรับสถานการณ์ไฟดับและรักษาความต่อเนื่องของระบบ

 

ในแง่ของแหล่งพลังงาน คาซัคสถานยังคงพึ่งพาพลังงานจากถ่านหินสูงถึง 51.4% ในปี 2025 โดยเฉพาะโครงการในเมือง Ekibastuz ซึ่งรัฐบาลพยายามดึงดูดผู้ให้บริการรายใหญ่ด้วยการเสนอค่าไฟฟ้าราคาถูกและชูแนวคิดการ ‘แปลงถ่านหินให้เป็นรายได้ส่งออกดิจิทัล’ แต่การไม่มีสัญญาซื้อขายพลังงานสะอาดหรือการระบุถึงใบรับรองพลังงานหมุนเวียนในเอกสารเผยแพร่ อาจทำให้ผู้ให้บริการที่มีเป้าหมายในการลดคาร์บอน (Decarbonization Targets) หลีกเลี่ยงที่จะเข้ามาใช้งานในพื้นที่นี้

 

ขณะที่อุซเบกิสถานมีสัดส่วนพลังงานสีเขียวอยู่ที่ 30% โดยพลังงานที่เหลือส่วนใหญ่ขับเคลื่อนด้วยก๊าซธรรมชาติ ทว่าอุซเบกิสถานมีข้อดีตรงที่โครงข่ายพลังงานสะอาดเติบโตได้รวดเร็วกว่า และโครงการ TAS-1 ยังวางแผนที่จะใช้ใบรับรองพลังงานหมุนเวียนระหว่างประเทศ (I-RECs) เพื่อจับคู่การใช้ไฟฟ้าเข้ากับแหล่งพลังงานหมุนเวียนแบบชั่วโมงต่อชั่วโมง เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือในเรื่องคาร์บอนต่ำ นอกจากนี้ยังมีแผนระยะยาวที่ลงนามในข้อตกลงสร้าง Data Center ขนาด 50 MW เพื่อรันระบบด้วยเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) แม้ว่าในปัจจุบันจะยังไม่มีเตาปฏิกรณ์ดังกล่าวเปิดใช้งานเลยก็ตาม

 

ทางด้าน อูมุด โชครี นักวิชาการอาวุโสจาก George Mason University ให้ความเห็นกับ NIKKEI ASIA ว่า การที่ DataVolt ใช้ใบรับรองพลังงานหมุนเวียน (I-RECs) กับโครงการ TAS-1 ทำให้สามารถอ้างสิทธิ์เรื่องคาร์บอนต่ำในระยะเปลี่ยนผ่านได้อย่างน่าเชื่อถือ แต่การจะเปลี่ยนเป็น ‘พลังงานสีเขียว’ อย่างแท้จริง ยังจำเป็นต้องสร้างแหล่งพลังงานหมุนเวียนและระบบกักเก็บพลังงานเพิ่มเติม

 

แม้ว่าการขับเคี่ยวหลักจะเกิดขึ้นระหว่างอุซเบกิสถานและคาซัคสถาน แต่สมรภูมิ Data Center ในเอเชียกลางนี้ถูกมองว่าเป็นกระแสน้ำที่จะช่วยยกระดับความน่าสนใจและขีดความสามารถของทั้งภูมิภาคในภาพรวม โดยสมรภูมินี้ไม่ได้เป็นเกมที่มีผู้ชนะเพียงหนึ่งเดียว (Zero-Sum Game) แต่ทุกประเทศในเอเชียกลางจะได้รับประโยชน์ร่วมกันจากการขยายตัวของระบบนิเวศเทคโนโลยีในองค์รวม ไม่ว่าจะเป็นด้านบริการคลาวด์, วิศวกรรมซอฟต์แวร์, ฟินเทค (Fintech) และความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cybersecurity) ซึ่งจะร่วมกันเปลี่ยนผ่านภูมิภาคเอเชียกลางให้ก้าวขึ้นสู่การเป็น ‘ฮับดิจิทัล’ แห่งใหม่บนเวทีโลกได้อย่างแข็งแกร่ง

 

ภาพ: AI-generated image by Narongkorn Manochanpen / THE STANDARD

อ้างอิง:

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising