×

เกาหลีใต้ร้อนทะลุ 42.5 องศาฯ ทำลายสถิติ โซลเตือนภัยสูงสุดครั้งแรก ทำไมคลื่นความร้อนรอบนี้จึงรุนแรง

05.08.2026
  • LOADING...
ประชาชนเกาหลีใต้เดินบนถนนท่ามกลางคลื่นความร้อนสูงในกรุงโซล

เกาหลีใต้กำลังเผชิญคลื่นความร้อนรุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ หลังอุณหภูมิพุ่งทำลายสถิติของประเทศ และมีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 19 คน ขณะที่ อี แจมยอง ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ เรียกร้องให้รัฐบาลมองสถานการณ์ครั้งนี้เป็น ‘ภัยพิบัติระดับชาติ’

 

 
 

เบื้องต้น ทางการได้ประกาศคำเตือนคลื่นความร้อนระดับสูงสุดครอบคลุมทั่วกรุงโซลเป็นครั้งแรก พร้อมขอให้ประชาชนระงับกิจกรรมกลางแจ้งที่ไม่จำเป็น และดูแลกลุ่มผู้ที่มีความเสี่ยงสูงเป็นพิเศษ

 

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ยังไม่มีแนวโน้มคลี่คลายในเร็วๆ นี้ เนื่องจากมวลอากาศร้อนยังปกคลุมคาบสมุทรเกาหลี และอาจยืดเยื้อไปจนถึงกลางเดือนสิงหาคม ส่งผลให้ประชาชนต้องเผชิญทั้งอุณหภูมิในช่วงกลางวันที่แตะราว 40 องศาเซลเซียส รวมถึงอากาศร้อนจัดในเวลากลางคืน จนร่างกายแทบไม่มีช่วงพักจากความร้อน

 

เกาหลีใต้ร้อนแค่ไหน

 

เกาหลีใต้ประกาศเตือนภัยคลื่นความร้อนระดับสูงสุดครอบคลุมทั่วกรุงโซลเมื่อวันอังคาร หลังขยายพื้นที่เตือนจากเขตตะวันออกเฉียงใต้และตะวันตกเฉียงใต้ ไปยังเขตตะวันออกเฉียงเหนือและตะวันตกเฉียงเหนือของเมืองหลวง

 

เมื่อวันที่ 2 สิงหาคมที่ผ่านมา มีรายงานว่า เมืองยังซาน ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ วัดอุณหภูมิได้สูงถึง 42.5 องศาเซลเซียส ถือเป็นอุณหภูมิสูงที่สุดนับตั้งแต่เกาหลีใต้เริ่มเก็บข้อมูลสภาพอากาศเมื่อ 122 ปีก่อน

 

นอกจากนี้ หลายพื้นที่ทางตอนใต้ของประเทศมีอุณหภูมิสูงกว่า 41 องศาเซลเซียส ขณะที่ความร้อนเริ่มเคลื่อนตัวเข้าสู่พื้นที่ภาคกลางและกรุงโซล ซึ่งมีประชากรมากกว่า 9 ล้านคน

 

ขณะเดียวกัน เมื่อวันที่ 4 สิงหาคมที่ผ่านมา หลายเขตของกรุงโซลวัดอุณหภูมิได้ใกล้ระดับ 40 องศาเซลเซียส โดยเขตคังนัมแตะ 39.2 องศาเซลเซียส เขตคูโรอยู่ที่ 39 องศาเซลเซียส และมีอย่างน้อย 11 เขตที่มีอุณหภูมิตั้งแต่ 38 องศาเซลเซียสขึ้นไป

 

ซ้ำร้าย ความรุนแรงของคลื่นความร้อนยังเกิดขึ้นในเวลากลางคืน โดยเกิดปรากฏการณ์ที่เรียกว่า ‘Super Tropical Night’ ซึ่งหมายถึงภาวะที่อุณหภูมิต่ำสุดในเวลากลางคืนยังสูงกว่า 30 องศาเซลเซียส

 

ทั้งนี้ Chosun สื่อท้องถิ่นรายงานว่า ระหว่างเวลา 18.00 น. ของวันที่ 3 สิงหาคม ถึง 09.00 น. ของวันที่ 4 สิงหาคม กรุงโซลมี 3 เขตที่อุณหภูมิไม่ต่ำกว่า 30 องศาเซลเซียส ได้แก่ เขตทงจักและยองดึงโพ ซึ่งวัดได้ 30.3 องศาเซลเซียส และเขตยงซาน ซึ่งวัดได้ 30 องศาเซลเซียส

 

มีการตั้งข้อสังเกตว่า ภาวะดังกล่าวรุนแรงกว่าคืนเขตร้อนทั่วไป เนื่องจากโดยทั่วไป เกาหลีใต้ใช้อุณหภูมิต่ำสุดตั้งแต่ 25 องศาเซลเซียสขึ้นไปเป็นเกณฑ์ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในครั้งนี้คือ อุณหภูมิสะสมตลอดทั้งคืนและแทบไม่ลดลง ความร้อนจึงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วตั้งแต่ช่วงเช้า

 

อนึ่ง สถิติอุณหภูมิสูงสุดตลอดกาลของกรุงโซลอยู่ที่ 39.6 องศาเซลเซียส โดยบันทึกไว้เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2018 หากคลื่นความร้อนยังดำเนินต่อไป โซลอาจเข้าใกล้หรือทำลายสถิติดังกล่าวอีกครั้ง

 

รัฐบาลเกาหลีใต้รับมือคลื่นความร้อนอย่างไรบ้าง

 

อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม สำนักงานอุตุนิยมวิทยาเกาหลีใต้ ได้ขยายคำเตือนคลื่นความร้อนระดับรุนแรงให้ครอบคลุมทั่วกรุงโซล หลังก่อนหน้านี้ ประกาศใช้คำเตือนในเขตตะวันออกเฉียงใต้และตะวันตกเฉียงใต้ ก่อนขยายไปยังเขตตะวันออกเฉียงเหนือและตะวันตกเฉียงเหนือ

 

เบื้องต้น ทางการแนะนำให้ระงับกิจกรรมกลางแจ้ง เช่น การทำเกษตร การแข่งขันกีฬา และงานก่อสร้าง ยกเว้นงานที่จำเป็น พร้อมเพิ่มการตรวจสอบพื้นที่ทำงานกลางแจ้งและสถานที่ทำงานแบบปิดที่มีการระบายอากาศไม่เพียงพอ ขณะที่กิจกรรมกลางแจ้งอย่างการแข่งขันเบสบอล 2 นัดในกรุงโซลและเมืองกวางจูต้องถูกยกเลิก เนื่องจากสภาพอากาศร้อนจัด

 

ปัจจุบัน สำนักงานควบคุมและป้องกันโรคเกาหลีใต้ระบุว่า ยอดผู้เสียชีวิตที่เกี่ยวข้องกับคลื่นความร้อนเพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 19 คน โดยในจำนวนนี้ 13 คนมีอายุ 80 ปีขึ้นไป

 

ข้อมูลจากทางการยังระบุว่า นับตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคมที่ผ่านมา มีประชาชนป่วยจากความร้อนทั่วประเทศแล้ว 2,025 คน โดยกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง ได้แก่ ผู้สูงอายุ ผู้มีโรคประจำตัว ผู้พิการ คนไร้บ้าน ผู้ที่อาศัยอยู่ในห้องพักขนาดเล็ก และแรงงานกลางแจ้ง

 

สำหรับพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูง เช่น จ๊อกบัง ย่านที่พักห้องเดี่ยวราคาถูกในเขตยองดึงโพของกรุงโซล ประชาชนบางส่วนถูกย้ายไปยังที่พักชั่วคราวของรัฐบาลที่มีเครื่องปรับอากาศ ขณะที่เจ้าหน้าที่ดับเพลิงฉีดน้ำบนถนนและตรวจสุขภาพของประชาชนกลุ่มเปราะบาง

 

นอกจากนี้ รัฐบาลท้องถิ่นกรุงโซลยังส่งพยาบาลลงพื้นที่ตรวจสุขภาพประชาชนกลุ่มเสี่ยงมากถึง 6.3 หมื่นคน พร้อมระดมรถบรรทุกฉีดน้ำประมาณ 200 คัน เพื่อลดอุณหภูมิบนถนนรวมระยะทางเกือบ 2,000 กิโลเมตร โดยบางพื้นที่มีการฉีดน้ำสูงสุดวันละ 6 รอบ

 

หลายเมืองยังเปิดจุดพ่นละอองน้ำตามพื้นที่สาธารณะ ส่วนจังหวัดคย็องซังเหนือใช้โดรนติดลำโพงบินประกาศคำเตือน และใช้กล้องตรวจจับความร้อนสำรวจพื้นที่ท่องเที่ยวที่มีประชาชนหนาแน่น

 

อย่างไรก็ตาม กลุ่มที่มีความเสี่ยงมากที่สุดคือแรงงาน โดยแรงงานก่อสร้างรายหนึ่งในกรุงโซลระบุว่า แม้จะมีเวลาพัก 10 นาทีในทุกชั่วโมง แต่พื้นที่ทำงานไม่มีพัดลม จึงทำได้เพียงนั่งพักในร่ม ขณะที่เหงื่อที่ออกตลอดเวลาทำให้เสื้อผ้าเสียดสีกับผิวหนังจนเกิดบาดแผล

 

ขณะที่พนักงานเก็บรถเข็นในลานจอดรถซูเปอร์มาร์เก็ตเปรียบสภาพการทำงานว่า เหมือนอยู่ภายในห้องซาวนา เนื่องจากพื้นที่ไม่มีการระบายอากาศ

 

ทำไมคลื่นความร้อนครั้งนี้จึงรุนแรง

 

สำนักงานอุตุนิยมวิทยาเกาหลีใต้อธิบายว่า ความร้อนครั้งนี้เกิดจากระบบความกดอากาศสูง 2 ระบบ ได้แก่ ความกดอากาศสูงแปซิฟิกเหนือและความกดอากาศสูงทิเบต ซึ่งปกคลุมคาบสมุทรเกาหลีพร้อมกัน โดยระบบความกดอากาศสูงนี้ทำให้ท้องฟ้าโปร่ง แต่เมฆและฝนเกิดขึ้นได้ยาก แสงแดดจึงส่องลงมายังพื้นดินโดยตรงอย่างต่อเนื่อง

 

ขณะเดียวกัน พื้นที่ทางตะวันออกเฉียงใต้ยังได้รับผลจาก ‘ปรากฏการณ์เฟิน’ (Foehn Phenomenon) เมื่อลมตะวันออกพัดข้ามเทือกเขาแทแบคและโซแบค ก่อนเปลี่ยนเป็นลมที่ร้อนและแห้งขึ้นขณะเคลื่อนตัวลงมายังอีกด้านของภูเขา

 

นอกจากนี้ อากาศร้อนที่สะสมในพื้นที่แอ่ง เช่น เมืองยังซาน ยิ่งทำให้อุณหภูมิสูงกว่าพื้นที่โดยรอบ โดยสำนักงานอุตุนิยมวิทยาคาดว่า ลมตะวันออกและระบบความกดอากาศสูงจะยังคงมีอิทธิพลไปจนถึงอย่างน้อยวันที่ 14 สิงหาคม ทำให้คลื่นความร้อนอาจรุนแรงต่อเนื่องทั้งกลางวันและกลางคืน

 

แม้บางพื้นที่ในกรุงโซล จังหวัดคย็องกี และเมืองอินชอนอาจมีฝนตกเล็กน้อยประมาณ 5-20 มิลลิเมตร แต่ฝนอาจไม่ช่วยลดอุณหภูมิได้มากนัก เนื่องจากความชื้นที่เพิ่มขึ้นอาจทำให้อากาศกลับมาร้อนอบอ้าวอีกครั้ง

 

อีกปัจจัยที่นักอุตุนิยมวิทยากำลังจับตาคือ ไต้ฝุ่นดอลฟิน พายุลูกที่ 13 ของฤดูกาล ซึ่งกำลังเคลื่อนตัวไปทางตะวันตกผ่านทะเลทางตอนใต้ของญี่ปุ่น โดยขณะนี้มีรายงานว่า โอกาสที่พายุจะขึ้นฝั่งเกาหลีใต้โดยตรงยังอยู่ในระดับต่ำ เนื่องจากถูกขวางด้วยความกดอากาศสูงแปซิฟิกเหนือ และมีแนวโน้มเคลื่อนเข้าใกล้จีนหลังวันที่ 10 สิงหาคม

 

อย่างไรก็ตาม เส้นทางของพายุอาจส่งผลต่อระดับความร้อนในเกาหลีใต้ได้ 2 ทาง หากพายุเคลื่อนไปทางจีนตะวันออก อาจผลักมวลอากาศร้อนและความชื้นเข้าหาคาบสมุทรเกาหลี ทำให้คลื่นความร้อนและคืนร้อนจัดรุนแรงขึ้น

 

แต่หากพายุเคลื่อนเข้าใกล้ทางตอนใต้ของคาบสมุทรเกาหลีมากขึ้น ลมแรง เมฆ และฝนอาจช่วยบรรเทาความร้อนได้ชั่วคราว โดยนักพยากรณ์อากาศของเกาหลีใต้เตือนว่า แม้ไต้ฝุ่นดอลฟินจะไม่ขึ้นฝั่งโดยตรง แต่ก็อาจส่งอิทธิพลให้สถานการณ์ความร้อนเลวร้ายลงได้

 

รัฐบาลประกาศเป็นภัยพิบัติระดับชาติ

 

อี แจมยอง ผู้นำเกาหลีใต้ เรียกร้องให้รัฐบาลมองคลื่นความร้อนที่ยืดเยื้อครั้งนี้เป็น ‘ภัยพิบัติระดับชาติ’ และระดมทรัพยากรทั้งหมดเพื่อปกป้องประชาชน พร้อมสั่งให้หน่วยงานรัฐเพิ่มความช่วยเหลือแก่กลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง เช่น ผู้สูงอายุที่อยู่ลำพัง ผู้พิการ ผู้ป่วยเรื้อรัง คนไร้บ้าน และผู้ที่อาศัยอยู่ในห้องพักคับแคบ รวมถึงตรวจสอบระบบไฟฟ้า หลังความต้องการใช้เครื่องปรับอากาศเพิ่มสูงขึ้น

 

นอกจากนี้ รัฐบาลยังได้รับคำสั่งให้ทบทวนระบบรับมือภัยพิบัติครั้งใหญ่ เนื่องจากสภาพอากาศสุดขั้วมีแนวโน้มเกิดขึ้นบ่อยครั้งและยาวนานขึ้น

 

“การปกป้องชีวิตประชาชนเป็นภารกิจเร่งด่วนที่สุด” ผู้นำเกาหลีใต้กล่าว พร้อมเตือนว่า สภาพอากาศผิดปกติอาจดำเนินต่อไปอีกระยะหนึ่ง และรัฐบาลจำเป็นต้องเตรียมรับมือกับความร้อนที่กำลังกลายเป็นความเสี่ยงประจำในแต่ละฤดูร้อนของประเทศ

 

ภาพ: Kim Hong-Ji / Reuters

อ้างอิง:

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising