×

คดีจริยธรรม 44 สส. อดีตก้าวไกล กลายเป็น ‘เกมยาว’ ตัวแปรสำคัญ ‘พยาน 60 ปาก’ พร้อมแค่ไหน

04.08.2026
  • LOADING...
ภาพ สส. อดีตก้าวไกล ในคดีจริยธรรม

คดีมาตรฐานจริยธรรมของ 44 สส. อดีตพรรคก้าวไกล มีแนวโน้มจะยืดเยื้อ ภายหลังศาลกำหนดนัดไต่สวนยาวไปถึงกลางปี 2570 โดยเฉพาะฝ่ายผู้ถูกกล่าวหาที่ได้เตรียมพยานไว้มากถึง 60 ปาก แบ่งเป็นทั้งผู้ถูกร้องเอง นักวิชาการ และพยานผู้รู้เห็นในเหตุการณ์ ซึ่งทนายความยืนยันข้อต่อสู้หลัก “การเสนอแก้ไขมาตรา 112 ไม่ได้ขัดต่อมาตรฐานจริยธรรม”

 

 
 

การนัดคู่ความทั้ง 2 ฝ่ายมาพร้อมกันครั้งนี้ แม้จะเป็นเพียงการตรวจความพร้อมของพยานและนัดหมายไต่สวนตามขั้นตอนปกติ แต่ขณะเดียวกันก็เหมือนการตรวจสำรับไพ่ของแต่ละฝ่ายว่าพร้อมแค่ไหนสำหรับ ‘เกมยาว’ เนื่องจากกรอบเวลาการไต่สวนเบื้องต้นกินเวลาเกือบ 1 ปี นับจากวันที่ศาลนัดพิจารณาคดีครั้งแรกเมื่อ 30 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา

 

ผู้สื่อข่าว THE STANDARD ร่วมเข้าสังเกตการณ์การตรวจพยานหลักฐานที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เวลา 9.30 น. วันนี้ (4 สิงหาคม) พร้อมสรุปความเคลื่อนไหวล่าสุดท่ีควรรู้เกี่ยวกับคดีประวัติศาสตร์ที่มีแนวโน้มจะกินระยะเวลายาวนานนับจากนี้

 

ส่องความพร้อมผู้ร้อง เลขา ป.ป.ช. กุมบังเหียนเอง

 

ผู้ร้องในคดีนี้คือ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ยื่นฟ้อง 44 สส. อดีตพรรคก้าวไกล ฐานฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง จากการลงชื่อเสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112

 

โดยเมื่อ 24 เมษายนที่ผ่านมา ศาลฎีกามีคำสั่งประทับรับฟ้อง และไม่สั่งให้ สส. 10 คนในสภาฯ ชุดปัจจุบันหยุดปฏิบัติหน้าที่ แต่ห้ามมิให้กระทำพฤติการณ์ตามคำร้องอย่างเคร่งครัด

 

สำหรับนัดตรวจพยานหลักฐานวันนี้ สุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการ ป.ป.ช. ได้เดินทางมาศาลด้วยตนเอง หลังจากก่อนหน้านี้ได้มอบอำนาจผู้ช่วยเลขาธิการ ป.ป.ช. มาฟังคำสั่งศาลฎีกาเมื่อวันนัดพิจารณาคดีครั้งแรก

 

พยานในฝั่งผู้ร้องมีทั้งหมด 9 ปาก ซึ่งยังไม่มีรายละเอียดเปิดเผยว่าเป็นใครบ้าง ศาลนัดสืบพยานฝ่ายผู้ร้องทั้งหมด 4 นัด ได้แก่

 

  • 25 สิงหาคม 2569
  • 12 กันยายน 2569
  • 20 ตุลาคม 2569
  • 27 ตุลาคม 2569

 

ผู้คัดค้านเตรียมพยานชุดใหญ่ 80 ปาก – คัดเหลือ 60

 

ด้านผู้คัดค้าน คือ 44 สส. อดีตพรรคก้าวไกลซึ่งถูกกล่าวหาที่เดินทางมาศาล นำโดย นิธิ ละเอียดดี ทนายความที่รับผิดชอบสำนวนของผู้คัดค้านกว่า 30 คน รวมถึงแกนนำพรรค 2 รุ่น คือ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล (ผู้คัดค้านที่ 1) และ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน (ผู้คัดค้านที่ 35) รวมถึง สส. ที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในปัจจุบันแทบทั้งหมด

 

ยกเว้น ธีรัจชัย พันธุมาศ สส. กทม. พรรคประชาชน ซึ่งปฏิบัติหน้าที่อยู่ในสภาฯ ชุดปัจจุบัน ที่ขอสวมครุยว่าความด้วยตนเอง

 

สำหรับ สุรวาท ทองบุ และ องค์การ ชัยบุตร อดีต สส. พรรคก้าวไกล ได้มอบอำนาจให้ทนายความอีกคนว่าความ

 

ขณะที่ พล.ต.ต. สุพิศาล ภักดีนฤนาถ อดีตกรรมการบริหารพรรคก้าวไกล และหนึ่งในผู้คัดค้าน ได้เดินทางมาศาลด้วยตนเองเช่นกัน

 

นอกจากนี้ ยังมี สมเกียรติ ถนอมสินธุ์ อดีต สส. กทม. พรรคก้าวไกล เดินทางมาศาล แต่ยังไม่ได้แต่งตั้งทนายความจนถึงตอนนี้ เหตุผลยังไม่แน่ชัด โดยเขามานั่งคนเดียวอยู่บนม้านั่งนอกคอกพยาน ไม่ได้เข้าไปนั่งร่วมกับทนายผู้คัดค้านคนอื่นๆ

 

ผู้ติดตามการเมืองย่อมทราบดีว่า สมเกียรติมีความหมางใจกับพรรคสีส้มมายาวนาน นับตั้งแต่ปัญหาเรื่องการเปลี่ยนตัวผู้สมัคร สส. กทม. ในเขตของเขา ก่อนจะปรากฏภาพเขาไปร่วมกิจกรรมกับพรรคการเมืองอื่นอยู่บ่อยครั้ง

 

ขณะที่รายชื่อพยานในฝั่งผู้คัดค้านมีมากถึง 60 ปาก โดยนิธิเปิดเผยว่า เดิมทีตั้งใจยื่นกว่า 80 รายชื่อ แต่ได้ปรับลดลงเพื่อไม่ให้ซ้ำซ้อน และตัดออกบางประเด็นตามที่ศาลพิจารณา ก่อนจะอนุญาตในจำนวนดังกล่าว พร้อมนัดไต่สวนรวมทั้งหมด 17 นัด

 

นิธิได้จำแนกพยานในกลุ่มใหญ่ 60 คนออกเป็น

 

  • 25 คน คือผู้คัดค้านขึ้นเบิกความเอง หรือ ‘ตัวความ’
  • 15 คน คือบุคคลภายนอกที่เป็นนักวิชาการ
  • 20 คน คือบุคลภายนอกที่เป็นผู้รู้เห็นเหตุการณ์

 

อย่างไรก็ตาม นิธิยังไม่ลงรายละเอียดว่าพยานในแต่ละหมวดนี้ประกอบไปด้วยใครบ้าง เช่น เป็นนักวิชาการด้านใด หรือผู้รู้เห็นเหตุการณ์หมายรวมถึงอดีต สส. ในสภาฯ ชุดที่แล้วด้วยหรือไม่ เนื่องจากยังอยู่ระหว่างการพิจารณารายชื่อพยานแต่ละคนก่อน

 

ทั้งนี้ นิธิเองก็ยังไม่ยอมรับหรือปฏิเสธว่า ผู้นำพรรคส้มทั้ง 2 รุ่น คือพิธาและณัฐพงษ์ จะมาเบิกความต่อศาลด้วยตนเองหรือไม่ เพราะต้องดูวันเวลาและการปฏิบัติภารกิจในฐานะ สส. ด้วยว่าสามารถมาเบิกความด้วยตนเองหรือไม่

 

มองผู้คัดค้านแต่ละคนมีแนวทางต่อสู้คดีของตนเอง

 

นิธิยอมรับว่า ในคดีที่มีผู้คัดค้านมากถึง 44 คนนี้ แต่ละคนมีเหตุผลและข้อต่อสู้ของตัวเอง การนำเสนอต่อศาลอาจมีแนวทางแตกต่างกัน แต่ยันยันว่าไม่ได้มีข้อขัดแย้งแต่อย่างใด

 

เพราะภายในนัดไต่สวน 17 นัดนั้น ผู้คัดค้านแต่ละกลุ่มก็ได้นำเสนอพยานของตนเอง อย่างธีรัจชัยที่ว่าความให้ตนเองก็มีพยาน 17 ปาก สุรวาทและองค์กรมีพยานร่วมกัน 2 ปาก ส่วนสมเกียรติที่ยังไม่มีทนายความก็เสนอพยานจำนวน 2 ปากเช่นเดียวกัน

 

สำหรับกำหนดนัดไต่สวนพยานฝั่งผู้คัดค้าน จำนวน 17 นัด ศาลได้นัดทุกวันอังคาร ยกเว้นวันอังคารของสัปดาห์ที่ 2 ในแต่ละเดือน ประกอบด้วย

 

  • พฤศจิกายน 2569: วันที่ 3, 17
  • ธันวาคม 2569: วันที่ 1, 22
  • มกราคม 2570: วันที่ 19, 26
  • กุมภาพันธ์ 2570: วันที่ 2, 16, 23
  • มีนาคม 2570: วันที่ 2, 16, 23, 30
  • เมษายน 2570: วันที่ 20, 27
  • พฤษภาคม 2570: 11, 18

 

โดยหลังจากการไต่สวนครบถ้วนทุกนัดแล้ว ศาลจะนัดหมายวันฟังคำพิพากษาต่อไป ซึ่งอาจไปบรรจบช่วงปลายเดือนมิถุนายน 2570 ซึ่งจะครบ 1 ปีหลังจากวันพิจารณาคดีนัดแรกพอดี อย่างไรก็ตาม ระยะเวลาการพิจารณาคดีอาจมีการยืดขยายได้ตามความเหมาะสม ขึ้นอยู่กับข้อมูลที่ศาลได้รับด้วย

 

ศาลได้เปิดโอกาสให้แต่ละฝ่ายได้บริหารจัดการการสืบพยานให้แล้วเสร็จภายในนัดการไต่สวนที่กำหนด โดยสามารถสลับสับเปลี่ยนลำดับการเบิกความก่อนหลังได้ตามความสะพวกของพยาน เพื่อให้ศาลได้รับข้อมูลอย่างครบถ้วนมากที่สุด

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising