วันนี้ (3 สิงหาคม) ศูนย์ข้อมูลคนหาย มูลนิธิกระจกเงา ออกแถลงการณ์เสนอแนวทางพัฒนาระบบติดตามคนหายต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ภายหลังเกิดโศกนาฏกรรมกรณีคนหายตกเป็นเหยื่ออาชญากรรมในพื้นที่จังหวัดชลบุรี โดยระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนถึงความจำเป็นในการยกระดับระบบบริหารจัดการคนหายของประเทศไทย เพื่อให้สามารถติดตามและช่วยเหลือผู้สูญหายได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะกรณีที่มีความเสี่ยงต่อชีวิตและการตกเป็นเหยื่ออาชญากรรม
มูลนิธิกระจกเงาเสนอแนวทางต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 6 ข้อ ดังนี้
- ยกระดับกลไกบริหารจัดการคนหายและศพนิรนาม
เสนอให้ยกระดับคณะกรรมการบริหารจัดการคนหายและศพนิรนาม ให้มีโครงสร้างชัดเจนและมีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานประจำ เพื่อทำหน้าที่รวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูล ประสานงาน ประชาสัมพันธ์ รวมถึงติดตามคดีคนหายร่วมกับสถานีตำรวจและหน่วยงานเครือข่ายทั่วประเทศ
- พัฒนาฐานข้อมูลคนหายออนไลน์ระดับประเทศ
เสนอให้พัฒนาระบบรับแจ้งเหตุและฐานข้อมูลคนหายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้สามารถเชื่อมโยงข้อมูลทั่วประเทศ เพื่อให้การรับแจ้ง การสืบค้นข้อมูล การตรวจเทียบกับศพนิรนาม และการติดตามช่วยเหลือคนหายทำได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
- พัฒนาศักยภาพและทัศนคติของเจ้าหน้าที่
ควรสนับสนุนให้ผู้ปฏิบัติงานมีความรู้ ความเข้าใจ และทัศนคติที่เหมาะสมต่อคดีคนหายแต่ละประเภท โดยเฉพาะกรณีที่มีความเสี่ยงต่อการถูกกระทำความรุนแรงหรือตกเป็นเหยื่ออาชญากรรม เนื่องจากการเริ่มติดตามอย่างทันท่วงทีอาจช่วยลดความสูญเสียร้ายแรงได้
- ย้ำ ‘คนหายแจ้งได้ทันที ไม่ต้องรอ 24 ชั่วโมง’
มูลนิธิกระจกเงาเสนอให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติออกหนังสือเวียนกำชับสถานีตำรวจทั่วประเทศ พร้อมประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับทราบอย่างต่อเนื่องว่า การแจ้งความคนหายสามารถดำเนินการได้ทันที โดยไม่จำเป็นต้องรอให้ครบ 24 ชั่วโมง และเมื่อได้รับแจ้งแล้ว เจ้าหน้าที่ต้องดำเนินการติดตามค้นหาตามแนวทางที่กำหนดโดยทันที
- เพิ่มการอบรมด้านสืบสวนคดีคนหาย
เสนอให้มีการอบรมและทบทวนองค์ความรู้เกี่ยวกับการสืบสวนติดตามคนหายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้แนวทางการทำงานของเจ้าหน้าที่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน เพิ่มประสิทธิภาพในการช่วยเหลือผู้สูญหาย รวมถึงป้องกันอาชญากรรมที่อาจเกิดขึ้นภายหลังการสูญหาย
- ตั้งระบบประเมินความเสี่ยงตั้งแต่นาทีแรกที่รับแจ้ง
สำนักงานตำรวจแห่งชาติควรกำหนดหลักเกณฑ์ประเมินระดับความเสี่ยงของคดีคนหายตั้งแต่ขั้นตอนรับแจ้ง เพื่อใช้กำหนดระดับความเร่งด่วนในการสืบสวนติดตาม การระดมกำลัง และการประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับกรณีที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดอาชญากรรม การเสียชีวิต หรือการได้รับอันตราย
มูลนิธิกระจกเงาระบุว่า ข้อเสนอทั้งหมดมีเป้าหมายเพื่อพัฒนากลไกติดตามคนหายของประเทศไทยให้เป็นระบบเดียวกัน สามารถเชื่อมโยงข้อมูลและตอบสนองต่อเหตุได้อย่างรวดเร็ว เพราะในคดีคนหายที่มีความเสี่ยงต่ออาชญากรรม ‘เวลา’ ตั้งแต่ช่วงแรกของการสูญหายอาจเป็นปัจจัยสำคัญต่อโอกาสในการติดตามและช่วยเหลือผู้สูญหายได้อย่างทันท่วงที


