×

‘อนุทิน’ ลุยสางคดีฆาตกรรม 5 ศพชลบุรี สั่งปิดช่องโหว่กฎหมาย จี้ราชทัณฑ์คุมเข้มผู้ต้องขังพ้นโทษ หวั่นก่อเหตุซ้ำรอย

โดย THE STANDARD TEAM
01.08.2026
  • LOADING...
อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แถลงข่าวความคืบหน้าคดีฆาตกรรม 5 ศพที่ชลบุรี

วันนี้ (1 สิงหาคม) อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ นริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เดินทางมายังสถานีตำรวจภูธรห้วยใหญ่ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ภายหลังลงพื้นที่ตรวจสอบจุดพบศพชาวรัสเซีย 2 ราย และจุดพบศพครอบครัวชาวไทย 3 พ่อแม่ลูก ซึ่งอยู่ห่างกันประมาณ 2 กิโลเมตร

 

เมื่อเดินทางถึงสถานีตำรวจ ญาติของผู้เสียชีวิตชาวรัสเซียได้นำช่อดอกไม้มอบให้นายกรัฐมนตรี เพื่อแสดงความขอบคุณต่อการทำงานของรัฐบาลและเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่สามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหาและเร่งคลี่คลายคดีได้อย่างรวดเร็ว จากนั้น นายกรัฐมนตรีพร้อมคณะได้เข้ารับฟังการบรรยายสรุปจากชุดสืบสวนและพนักงานสอบสวนเป็นการภายใน โดยไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าร่วมรับฟัง

 

ภายหลังการประชุม อนุทินได้แถลงความคืบหน้าทางคดี โดยระบุว่า การจับกุมผู้ต้องหาหลักคือ ฑณา (ป๋อง) และธง มีพยานหลักฐานที่แน่นหนา นอกจากนี้ยังสามารถติดตามจับกุมผู้ให้การสนับสนุนการกระทำความผิดได้อีก 3-4 คน ซึ่งจากการสืบสวนพบว่ากลุ่มนี้เคยก่อเหตุมาแล้ว 2-3 ครั้ง และกำลังอยู่ระหว่างการขยายผลเพิ่มเติมถึงความเชื่อมโยงกับคดีอื่นๆ อีก 1-2 คดี ถือเป็นการกระทำที่โหดเหี้ยม และสามารถขยายผลไปถึงเครือข่ายยาเสพติดได้อีกด้วย

 

นายกรัฐมนตรีเปิดเผยพฤติการณ์ของกลุ่มผู้ต้องหาว่า เป็นเครือข่ายที่รู้จักกันระหว่างรับโทษอยู่ในเรือนจำ เมื่อพ้นโทษออกมาได้รวมตัวกันตั้งเป็นเครือข่ายกระทำผิดกฎหมาย ทั้งคดียาเสพติด พยายามฆ่า และฆาตกรรม โดยล่าสุดตำรวจทราบตัวเพื่อนที่รู้จักกันในเรือนจำ ซึ่งเป็นผู้โอนเงินจำนวน 3,000 บาท ให้ผู้ต้องหาใช้ในการหลบหนีแล้ว

 

ในส่วนของการดำเนินคดี ภายหลังศาลจังหวัดพัทยาอนุญาตฝากขังผู้ต้องหาทั้ง 4 ราย พนักงานสอบสวนได้เบิกตัว ชัชนันท์ แป้นเอี่ยม (ฟลุ้ค) มาสอบปากคำเพิ่มเติมเพื่อขยายผลในประเด็นสำคัญ อย่างไรก็ตาม กรณีกระแสข่าวลือที่ว่าป๋องอาจเชื่อมโยงกับคดีฆาตกรรมมากกว่า 5 ศพนั้น เจ้าหน้าที่กำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อมูลอย่างละเอียด หากพบหลักฐานเพิ่มเติมจะดำเนินการตามกฎหมายขั้นเด็ดขาด

 

อนุทินได้ฝากถึงสื่อมวลชนในการนำเสนอข่าว โดยขอให้หลีกเลี่ยงการใช้คำว่า นักท่องเที่ยว กับผู้เสียชีวิตชาวรัสเซียทั้ง 2 ราย เนื่องจากทั้งคู่พำนักอยู่ในประเทศไทยพร้อมครอบครัวมานานกว่า 7 ปี เพื่อศึกษาและประกอบธุรกิจทั้งในชลบุรีและภูเก็ต มีประวัติการเดินทางเข้าออกประเทศมากกว่า 40 ครั้ง จึงถือเป็นผู้พำนักระยะยาว

 

พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรีได้กล่าวขอโทษชาวรัสเซียต่อเหตุการณ์อุกฉกรรจ์ที่เกิดขึ้น และรับปากว่าจะทำทุกวิถีทางเพื่อลงโทษผู้กระทำผิด โดยได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจปิดทุกช่องโหว่ทางกฎหมาย เพื่อไม่ให้ผู้ต้องหาหลุดคดีหรือได้รับการประกันตัวอย่างเด็ดขาด

 

นายกรัฐมนตรีแสดงความกังวลต่อปัญหานักโทษที่กระทำผิดซ้ำ โดยระบุว่าผู้ต้องหาอย่างป๋องและธงที่เพิ่งพ้นโทษออกมา กลับมีพฤติกรรมโหดเหี้ยมและไร้ความสำนึก ซึ่งหลังจากนี้จะต้องนำประเด็นดังกล่าวไปหารือกับกรมราชทัณฑ์ กระทรวงยุติธรรม เพื่อพิจารณามาตรการติดตามและเฝ้าดูพฤติกรรมผู้ต้องขังหลังพ้นโทษในระยะเวลาหนึ่ง

 

นอกจากนี้ อนุทินยังยืนยันว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้เพิกเฉยต่อการติดตามคดีของครอบครัวชาวไทย 3 พ่อแม่ลูกที่หายตัวไป โดยได้ติดตามมาอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งเกิดคดีของชาวรัสเซีย จึงสามารถนำพยานหลักฐานมาเชื่อมโยงและนำไปสู่การทลายเครือข่ายนี้ได้ทั้งขบวนการ

 

ส่วนประเด็นข้อสงสัยเรื่องกลุ่มทุนสีเทา หรือการใช้นอมินีบังหน้านั้น นายกรัฐมนตรีย้ำว่า ประเทศไทยยินดีต้อนรับชาวต่างชาติที่เข้ามาพำนักและประกอบอาชีพโดยสุจริตภายใต้กฎหมายไทย แต่หากพบการเอาเปรียบหรือกระทำผิด ก็จะต้องสืบสวนและดำเนินการทางกฎหมายต่อไป

 

“ผมรู้สึกเซ็ง เป็นเรื่องที่ไม่น่าเกิดขึ้น เพราะคนประเภทนี้ไม่ควรได้ออกมาเพ่นพ่าน และออกมาทำลายชื่อเสียงของประเทศไทย” อนุทิน กล่าว

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising