×

‘ชีวิตผมพังแล้ว’ เสียงนักลงทุนรายย่อยและคนหนุ่มสาวเกาหลีใต้ หลัง KOSPI ร่วง 40% ประเมินว่าขาดทุนจาก Leveraged ETF รวมกว่า 1.3 ล้านล้านบาท

30.07.2026
  • LOADING...
ภาพหน้าจออิเล็กทรอนิกส์แสดงดัชนี KOSPI ของตลาดหุ้นเกาหลีใต้ พร้อมข้อความแสดงความเสียหายของนักลงทุน

ตลาดหุ้นเกาหลีใต้เผชิญแรงเทขายอย่างหนักในสัปดาห์นี้ จนดัชนี KOSPI ร่วงลงเกือบ 40% จากจุดสูงสุดเมื่อเดือนมิถุนายน คิดเป็นมูลค่าตลาดที่หายไปราว 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 67 ล้านล้านบาท)

 

 
 

แรงเทขายครั้งนี้ดึงนักลงทุนรายย่อยหลายสิบล้านคนเข้าไปอยู่ในวงจร และทำให้คนจำนวนมากขาดทุนหนัก โดยเฉพาะกลุ่มที่เข้าไปเดิมพันผ่านกองทุน Leveraged ETF

 

ตามรายงานของ Financial Times ระบุว่า ดัชนี KOSPI ร่วงลงกว่า 17% ภายในเวลาเพียง 3 วัน ลงไปแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ต้นเดือนเมษายน หลังหุ้น Samsung Electronics และ SK Hynix ซึ่งรวมกันคิดเป็นสัดส่วนเกือบครึ่งหนึ่งของดัชนี ถูกเทขายอย่างรุนแรง


ข่าวที่เกี่ยวข้อง

หุ้นเกาหลีใต้ร่วง 40% ใน 40 วัน บทเรียน 3,100 ล้านล้านวอน เมื่อรัฐผลิตความเสี่ยงด้วย Single-stock leveraged ETFs หุ้นเกาหลีใต้ร่วง 40% ใน 40 วัน บทเรียน 3,100 ล้านล้านวอน เมื่อรัฐผลิตความเสี่ยงด้วย Single-stock leveraged ETFs
30 ก.ค. 2569 | 17:59
หุ้นเทคฯ เอเชียดิ่งยกแผง! SK Hynix นำทีมร่วง แม้กำไรพุ่ง 557% แต่ยังต่ำกว่าคาด นักวิเคราะห์ชี้ตลาดกำลังล้าง ‘ฟองสบู่’ AI หุ้นเทคฯ เอเชียดิ่งยกแผง! SK Hynix นำทีมร่วง แม้กำไรพุ่ง 557% แต่ยังต่ำกว่าคาด นักวิเคราะห์ชี้ตลาดกำลังล้าง ‘ฟองสบู่’ AI
29 ก.ค. 2569 | 12:18
หุ้นเกาหลีใต้เข้าสู่ ‘ตลาดหมี’ ร่วงเกือบ 30% ใน 3 สัปดาห์ สวนทางมูลค่าที่ลงมาถูกกว่าวิกฤตปี 2008 หุ้นเกาหลีใต้เข้าสู่ ‘ตลาดหมี’ ร่วงเกือบ 30% ใน 3 สัปดาห์ สวนทางมูลค่าที่ลงมาถูกกว่าวิกฤตปี 2008
13 ก.ค. 2569 | 16:12

 

ความเจ็บปวดสะท้อนผ่านกรณีของ ซงมีคยอง หญิงวัย 60 ปีในกรุงโซล ที่เคยทำกำไรได้ราว 300 ล้านวอน (ประมาณ 6.9 ล้านบาท) ในช่วงต้นปีจากภาวะตลาดขาขึ้นตามกระแส AI แต่ปัจจุบันพอร์ตของเธอกลับขาดทุนที่ยังไม่ได้ขายไปแล้วมากกว่า 60%

 

เธอระบุว่าไม่เคยเห็นราคาหุ้นร่วงเร็วเช่นนี้ แม้แต่ในช่วงวิกฤตการเงินเอเชีย และตอนนี้กำลังจะต้องคืนกำไรทั้งหมดที่ทำได้ในปีนี้กลับไป

 

เมื่อรายย่อยกลายเป็นผู้ซื้อรายใหญ่สุด และใช้เงินกู้เพิ่มความเสี่ยง

 

นักลงทุนรายย่อยกลายเป็นผู้ซื้อรายใหญ่ที่สุดของตลาดเกาหลีใต้ในปีนี้ หลังพลาดโอกาสในช่วงที่ดัชนีปรับขึ้น 75% เมื่อปี 2025 โดยหลายคนใช้สินเชื่อเพื่อซื้อหลักทรัพย์และกองทุน Leveraged ETF เพื่อเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในหุ้นเทคโนโลยี

 

กองทุน Leveraged ETF คือกองทุนที่ออกแบบให้เคลื่อนไหวแรงเป็นเท่าตัวของหุ้นอ้างอิง กล่าวคือเมื่อหุ้นขึ้นจะได้กำไรมากกว่าการถือหุ้นปกติ แต่เมื่อหุ้นลงก็ขาดทุนหนักกว่าหลายเท่าเช่นกัน

 

ความเสียหายที่เกิดขึ้นสะท้อนผ่านข้อมูลของบริษัทหลักทรัพย์ Korea Investment & Securities ที่เปิดเผยเมื่อวันพุธ (29 ก.ค.) ว่า ในกลุ่มลูกค้า 880,000 รายที่ซื้อหุ้น Samsung มีเกือบครึ่งที่กำลังขาดทุน ขณะที่ลูกค้า 408,000 รายที่ลงทุนใน SK Hynix มีเกือบ 70% ที่ขาดทุนเช่นกัน

 

เมื่อตลาดพลิกกลับ เงินจึงไหลออกอย่างรวดเร็ว โดยข้อมูลของสมาคมการลงทุนทางการเงินเกาหลีระบุว่า เงินฝากในบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ที่กันไว้ซื้อหุ้นลดลงเหลือ 107 ล้านล้านวอน (ประมาณ 2.46 ล้านล้านบาท) จากจุดสูงสุดเดือนมิถุนายนที่ 139.7 ล้านล้านวอน (ประมาณ 3.21 ล้านล้านบาท)

 

ส่วนยอดสินเชื่อเพื่อซื้อหลักทรัพย์ที่เคยทำสถิติสูงสุดเมื่อเดือนก่อนที่ 38.6 ล้านล้านวอน (ประมาณ 8.88 แสนล้านบาท) ลดลงมาอยู่ที่ 33.2 ล้านล้านวอน (ประมาณ 7.64 แสนล้านบาท) หลังเกิดการบังคับขายหลักทรัพย์เป็นระลอก

 

นามู รี ประธาน Korean Corporate Governance Forum กลุ่มเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิผู้ถือหุ้นรายย่อย ระบุว่าการที่นักลงทุนพากันเทขายกองทุน Leveraged ETF ที่อ้างอิงกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ซึ่งผันผวนสูงออกมา กำลังส่งแรงกระเพื่อมไปทั่วตลาด จนรายย่อยจำนวนมากเห็นเงินต้นของตัวเองแทบหมดไป

 

เขามองว่าตลาดกำลังเข้าใกล้จุดที่แรงขายถึงขีดสุด เพราะรายย่อยลดการใช้เงินกู้ลงเกือบเสร็จสิ้นแล้ว และเกิดการบังคับขายหุ้นในวงกว้าง

 

ต้นตอจาก 16 กองทุนที่เพิ่งได้รับอนุมัติเมื่อปลายเดือนพฤษภาคม

 

ส่วนหนึ่งของปัญหามาจากการที่หน่วยงานกำกับดูแลตัดสินใจอนุมัติกองทุน Leveraged ETF ที่อ้างอิงหุ้นรายตัวของ Samsung และ SK Hynix จำนวน 16 กองทุนเมื่อปลายเดือนพฤษภาคม ซึ่งถูกวิจารณ์ว่าเป็นตัวขยายการเคลื่อนไหวของทั้งดัชนีและหุ้นรายตัว โดยกองทุนเหล่านี้ส่วนใหญ่ร่วงลงมากกว่า 60% นับตั้งแต่เปิดตัว

 

ชิม จงมิน นักวิเคราะห์หุ้นจาก CLSA ระบุว่ากองทุนกลุ่มนี้กลายเป็นตัวจุดชนวน ในจังหวะที่ตลาดถึงเวลาต้องขายทำกำไรอยู่แล้ว

 

ขณะที่รายงานของ Korea Times อ้างประมาณการของ Citi ที่ส่งถึงนักลงทุนสถาบันว่า นักลงทุนรายย่อยเกาหลีใต้ขาดทุนจากกองทุน Leveraged ETF ที่อ้างอิงหุ้นรายตัวไปแล้วราว 38,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.3 ล้านล้านบาท) ในช่วงเดือนที่ผ่านมา

 

ด้านการรับมือ หลังการประชุมฉุกเฉินคืนวันพุธ (29 ก.ค.) กระทรวงการคลังเกาหลีใต้ระบุว่าจะจำกัดการเข้าถึงกองทุน Leveraged ETF โดยรัฐมนตรีคลัง ผู้ว่าการธนาคารกลาง และหน่วยงานกำกับดูแลภาคการเงิน ออกแถลงการณ์ร่วมว่าการลงทุนในกองทุนกลุ่มนี้เป็นตัวขยายความผันผวนของตลาด

 

นอกจากนี้ ธนาคารกลางเกาหลีใต้ยังเตือนถึงความเสี่ยงจากหนี้ครัวเรือนที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ อันชอลซู สมาชิกสภา ยื่นร่างกฎหมายยกเว้นภาษีธุรกรรมการซื้อขายหุ้นให้นักลงทุนรายย่อยที่ขาดทุน

 

ที่น่าสังเกตคือประชาชนจำนวนมากเข้าสู่ตลาดหุ้นในช่วงที่ดัชนี KOSPI ปรับขึ้นกว่าเท่าตัวในปีนี้ โดยประธานาธิบดี อี แจมยอง เคยสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านนี้ เพื่อเคลื่อนย้ายความมั่งคั่งของครัวเรือนออกจากตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ร้อนแรงเกินไป

 

ฮา ซอกคึน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนของ Eugene Asset Management ระบุว่าตลาดที่ทำผลงานได้ดีมากในช่วงก่อนหน้าดึงนักลงทุนมือใหม่จำนวนมากเข้ามาในปีนี้ ซึ่งเป็นเหตุผลที่ความเสียหายของรายย่อยรุนแรงกว่า

 

ความเสียหายที่ลามถึงสุขภาพจิต

 

ห้องแชตของบริษัทหลักทรัพย์เต็มไปด้วยเสียงของรายย่อยที่คร่ำครวญถึงการขาดทุนจากกองทุน ETF ในระดับ 70-80% โดยนักลงทุนรายหนึ่งในกองทุน Tiger SK Hynix Leverage ETF ที่ขาดทุน 65% ตั้งคำถามว่าเมื่อไรจะออกจากนรกนี้ได้ ขณะที่อีกรายเขียนว่าชีวิตของเขาพังแล้ว

 

กลุ่มที่ได้รับผลกระทบหนักเป็นพิเศษคือคนหนุ่มสาวเกาหลีใต้ที่หันมาลงทุนในผลิตภัณฑ์ความเสี่ยงสูงเหล่านี้ ในภาวะที่การเป็นเจ้าของบ้านกลายเป็นเรื่องเกินเอื้อมสำหรับคนรุ่นใหม่จำนวนมาก โดยฮาระบุว่ากองทุน Leveraged ETF ถูกมองว่าเป็นช่องทางรวยเร็วและง่ายสำหรับคนกลุ่มนี้

 

ชิมมองว่านักลงทุนรายย่อยกำลังเผชิญการขาดทุนในระดับที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เพราะหลายคนเข้าตลาดหลังจากราคาหุ้นปรับขึ้นไปมากแล้ว และเห็นว่าตลาดกำลังเข้าสู่ช่วงที่แย่ที่สุด ซึ่งปัจจัยพื้นฐานไม่มีความหมายอีกต่อไป จนดูเหมือนกลไกการกำหนดราคาของตลาดใช้การไม่ได้อีกต่อไป

 

เขาคาดว่าวงจรอันตรายนี้จะดำเนินต่อไปอีกระยะ เพราะนักลงทุนสถาบันหลีกเลี่ยงความผันผวน ขณะที่รายย่อยถอนเงินออกด้วยความกลัว ส่วนฮาระบุว่าการปรับฐานที่รวดเร็วและรุนแรงกำลังทำร้ายทั้งบัญชีหุ้นและสุขภาพจิตของนักลงทุน

 

ความย้อนแย้งปรากฏชัดในการซื้อขายวันพฤหัสบดี (30 ก.ค.) เมื่อดัชนี KOSPI เปิดบวกแต่กลับปิดลบ 1.2% ขณะที่หุ้น Samsung Electronics ปิดบวกเพียง 0.7% แม้จะรายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ที่ทำสถิติสูงสุด

 

โดยรายได้ของ Samsung เพิ่มขึ้น 130% เป็น 171 ล้านล้านวอน (ประมาณ 3.93 ล้านล้านบาท) เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนกำไรจากการดำเนินงานพุ่งขึ้นราว 1,800% เป็น 89.5 ล้านล้านวอน (ประมาณ 2.06 ล้านล้านบาท) ซึ่งสะท้อนความสามารถทำกำไรของธุรกิจเซมิคอนดักเตอร์ที่ได้แรงหนุนจาก AI

 

ในวันเดียวกัน หุ้น SK Hynix ร่วงลงกว่า 5% ทำให้ราคาปรับลดลงราว 27% ในช่วง 3 วันที่ผ่านมา ซึ่งซ้ำเติมความเจ็บปวดของนักลงทุนรายย่อยที่ในเกาหลีใต้ถูกเรียกกันว่านักลงทุน ‘มด’

 

อย่างไรก็ตาม หากมองภาพรวมทั้งปี ราคาหุ้นของ Samsung และ SK Hynix ยังปรับขึ้นราว 60% และ 95% ตามลำดับ ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าการฟื้นตัวของตลาดจะเป็นไปอย่างช้าๆ เพราะความผันผวนทำให้นักลงทุนสถาบันไม่กล้าเข้าถือหุ้นก้อนใหญ่ ส่วนรายย่อยยังบอบช้ำจากการขาดทุนที่เพิ่งเกิดขึ้น

 

หมายเหตุ : ใช้อัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์สหรัฐ เท่ากับ 33.56 บาท, 1 วอนเกาหลีใต้ เท่ากับ 0.023 บาท ณ วันที่ 30 กรกฎาคม 2569

 

ภาพ : Chris Jung/NurPhoto via Getty Images

 

อ้างอิง:

 

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories