แม้สถานการณ์ของวงการลักชัวรีจะซบเซาลงในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา แต่ทางแบรนด์ Hermès ยังคงเดินหน้าอย่างแข็งแกร่ง และเห็นรายได้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยล่าสุดในไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ก็ทำยอดขายอยู่ที่ 4.1 พันล้านยูโร ขึ้นมา 6.7%
โดยรายได้ที่เติบโตขึ้นในไตรมาสที่ 2 ของ Hermès เกิดขึ้นด้วยหลายปัจจัย ทั้งสถานการณ์สงครามในอิหร่านที่เริ่มคลี่คลายและจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น 6% ในร้านของแบรนด์ที่ฝรั่งเศส ส่วนหากดูในเชิงกลุ่มสินค้า ทางกลุ่มเครื่องหนังก็ยังครอบคลุมสัดส่วนมากสุดเกือบ 50% ของรายได้ เพิ่มขึ้นมา 10% จากไตรมาสแรกของปี
ในด้านภูมิภาค ทางเอเชีย-แปซิฟิก (ไม่รวมประเทศญี่ปุ่น) ก็ยังคงสร้างรายได้มากสุดและเห็นรายได้ขึ้นมา 2.5% โดยทาง Axel Dumas ซีอีโอของ Hermès ก็ได้เผยกับทางสำนักข่าว Reuters ว่า “ผมมองว่าตลาดจีนกำลังเริ่มทรงตัว แต่ยังไม่เห็นสัญญาณการฟื้นตัวในเชิงปัจจัยพื้นฐาน”
ส่วนหากมองไปข้างหน้า ทาง Hermès ก็มีการเตรียมหลายโปรเจกต์ใหม่ที่น่าจะช่วยความแข็งแกร่งของกิจการได้ดี ทั้งการที่ Grace Wales Boner จะโชว์ผลงานแรกในฐานะครีเอทีฟไดเรกเตอร์ฝั่งผู้ชายในช่วงเดือนมกราคม ปี 2027 ต่อด้วยผลงานคอลเล็กชันกูตูร์แรกของ Nadège Vanhee ในอีกไม่กี่วันต่อมา รวมถึงเปิดตัวไลน์สกินแคร์แรกในปี 2028 ส่วนที่ประเทศไทยเองทาง Hermès ก็กำลังขยายร้านสาขาสยามพารากอนเพื่อให้เป็นสองชั้น ซึ่งจะเปิดตัวช่วงปลายปีนี้
ภาพ: Hermès
อ้างอิง: https://www.reuters.com/business/retail-consumer/birkin-bag-maker-hermes-posts-7-rise-quarterly-sales-2026-07-29/
#Hermès


