×

อภิสิทธิ์เตือนนักการเมืองต้องพร้อมโดนตรวจสอบ อย่าฟ้องปิดปาก ‘ยิ่งชีพ’ หนุนพับแลนด์บริดจ์ ดัน Southern Connect

โดย THE STANDARD TEAM
25.07.2026
  • LOADING...
อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กำลังให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน

วันนี้ (25 กรกฎาคม) ที่อาคารรัฐสภา อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวขอบคุณรัฐบาลที่ยกเลิกโครงการแลนด์บริดจ์แล้วเปลี่ยนมาเป็น Missing Link ถือเป็นการยึดข้อเท็จจริงและหลักการที่ถูกต้องในการวิเคราะห์โครงการ ซึ่งตรงกับที่พรรคเสนอมาตลอด

 

ทั้งนี้ อยากให้รัฐบาลเดินหน้าโครงการ Southern Connect เชื่อมใต้เชื่อมโลก โดยมองภาพรวมทั้งระบบราง ถนน และท่าเรือ เพื่อเปิดพื้นที่ให้คนภาคใต้ส่งออกสินค้าได้ โดยเฉพาะการเร่งรัดรถไฟรางคู่แนวขวาง และพัฒนาการเชื่อมโยงท่าเรือฝั่งอันดามันผ่านมาเลเซีย ในเส้นทางสงขลา-ปีนัง ซึ่งมีโครงสร้างพื้นฐานเดิมอยู่แล้ว ลงทุนน้อย คุ้มค่า มีผู้ใช้บริการแน่นอน และเกิดผลกระทบน้อยกว่าโครงการแลนด์บริดจ์ ซึ่งรัฐบาลสามารถนำผลการศึกษาของพรรคประชาธิปัตย์มาพิจารณาต่อได้ทันที

 

อภิสิทธิ์เปิดเผยว่า พรรคประชาธิปัตย์กำลังตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลใน 2 ประเด็นสำคัญ เรื่องแรกคือโครงการ TH-AI Passport ซึ่งจากการทำงานของ ดร.การดี เลียวไพโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในคณะอนุกรรมาธิการเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันดิจิทัลไทย พบปัญหา 2 ด้าน คือความคุ้มค่าของการใช้เงินงบประมาณ และกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างที่ขาดการแข่งขันอย่างเพียงพอ โดยพรรคจะยื่นหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เพื่อให้ทบทวนหรือยกเลิกโครงการดังกล่าว

 

นอกจากนี้ จะยื่นหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่อติดตามความคืบหน้าการดำเนินการกรณีที่ดินเขากระโดงให้เป็นไปตามแนวทางคำวินิจฉัยของศาลอย่างเป็นทางการด้วย

 

รัฐต้องเร่งเจรจาภาษีสหรัฐฯ ลดภาระผู้ประกอบการ

 

ส่วนกรณีที่สหรัฐฯ ประกาศเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากไทย 12.5% ซึ่งสูงกว่าประเทศเพื่อนบ้าน อภิสิทธิ์มองว่า รัฐบาลต้องเร่งเครื่องเจรจาในกรอบต่างๆ เพื่อลดภาระของผู้ประกอบการ แม้แนวนโยบายของผู้นำสหรัฐฯ ในปัจจุบันจะคาดเดายาก แต่ไทยต้องเร่งหาช่องทางเจรจา รวมถึงเร่งสรุป FTA ไทย-สหภาพยุโรป (EU) เพื่อเป็นทางเลือก ควบคู่กับการดำเนินนโยบายการต่างประเทศที่จับมือกับประเทศที่มีกำลังเพื่อสร้างอำนาจต่อรอง

 

ส่วนการเดินทางเยือนจีนของ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย อภิสิทธิ์ยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้องกัน เพราะการขึ้นภาษีของสหรัฐฯ เป็นเรื่องการพยายามหักล้างข้อจำกัดทางกฎหมายภายในของตนเองเพื่อหาอ้างในการขึ้นภาษีเท่านั้น

 

ชี้คดีฮั้ว สว. บุคคลสาธารณะต้องพร้อมถูกตรวจสอบ

 

สำหรับกรณีที่นักการเมืองฟ้องดำเนินคดีกับ ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้จัดการโครงการ iLaw หลังเปิดเผยรายชื่อผู้เกี่ยวข้องกับคดีฮั้วเลือก สว. นั้น อภิสิทธิ์กล่าวว่า ไม่มีใครอยากถูกฟ้องดำเนินคดี บุคคลสาธารณะควรออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงมากกว่าเร่งฟ้องร้องดำเนินคดีเพื่อปิดปากหรือสร้างความหวาดกลัว เนื่องจากข้อมูลที่เปิดเผยออกมานั้นมีฐานอิงอยู่กับการแจ้งข้อกล่าวหาของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และกระบวนการสอบสวนของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ซึ่งเป็นที่รับรู้กันดีในชั้นอัยการว่ามีกลุ่มนักการเมืองและพรรคการเมืองเข้าไปแทรกแซงจริง การฟ้องข่มขู่ผู้ตรวจสอบถือเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง

 

“ท้ายที่สุดหากมีการพิสูจน์ว่ามีการใส่ร้ายป้ายสี ก็ยังสามารถใช้สิทธิได้ ผมเชื่อว่าคนที่ออกมาเปิดเผยไม่นึกสนุก แล้วพูดออกมาแต่เขามีฐานข้อมูล จากการดำเนินการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้ที่ถูกกล่าวหาต้องออกมาชี้แจง ว่าในวันนั้นไม่ได้อยู่ในสถานที่นั้นตามที่ถูกกล่าวหา” อภิสิทธิ์กล่าว

 

รัฐบาลลดราคา ณ โรงกลั่น ผลักภาระให้ประชาชน

 

อภิสิทธิ์ยังกล่าวถึงการทำงานของกระทรวงพลังงานว่า เราคาดหวังว่ากระทรวงพลังงานจะเข้ามาจัดการปัญหา แต่ผ่านไปหลายเดือนกลับถอยห่างจากการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างอย่างน่ากังวล การเจรจาขอให้โรงกลั่นลดค่าการกลั่นเหลือ 2.40 บาทต่อลิตรนั้นถือว่าน้อยมาก เมื่อเทียบกับค่าการกลั่นที่สูงเกินปกติ และไม่ได้เป็นการปรับโครงสร้างราคาหรือเก็บภาษีลาบลอยตามที่เคยประกาศไว้

 

อีกทั้งยังปล่อยให้กองทุนน้ำมันฯ ต้องชดเชยถึง 7-8 บาท ซึ่งเป็นการผลักภาระให้ประชาชน เช่นเดียวกับโครงสร้างค่าไฟฟ้าที่รัฐบาลไม่ได้ปรับสูตรคำนวณตามราคาก๊าซธรรมชาติ แต่กลับคิดถึงการดึงเงินจากหน่วยงานรัฐหรือผู้ใช้ไฟมากมาชดเชย ซึ่งสะท้อนความคิดแบบหมุนเงินกระเป๋าซ้ายกระเป๋าขวา แทนที่จะเร่งสร้างความโปร่งใสและแก้ไขโครงสร้างเพื่อความเป็นธรรมอย่างแท้จริง

 

เมื่อถามว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานก็เคยอยู่พรรคประชาธิปัตย์ จะไปพูดคุยเพื่อเสนอแนะหรือไม่ อภิสิทธิ์กล่าวติดตลกว่า “เคยอยู่ประชาธิปัตย์เยอะมาก หลายคน” ก่อนจะกล่าวต่อว่า เวลามีการพบปะกันก็จะมีการสอบถามกัน แต่เราต้องการทำเป็นเป็นระบบ

 

แก้ปัญหาภาคใต้ ต้องพูดคุยคู่ขนานบังคับใช้กฎหมายเข้มข้น

 

สำหรับสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ อภิสิทธิ์เสนอว่า รัฐบาลต้องหาจุดสมดุลในการทำงานร่วมกันระหว่างการพูดคุยและการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น การตั้งคณะพูดคุยชุดใหม่จะต้องไม่เป็นการปล่อยปละละเลยหรือยอมรับการใช้ความรุนแรงต่อเจ้าหน้าที่ แต่ต้องดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดควบคู่ไปกับการรักษาความปลอดภัยและคุ้มครองเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ รัฐบาลต้องมีความชัดเจนและไม่ผลักภาระไปให้คณะพูดคุยเพียงฝ่ายเดียว

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising