วันนี้ (24 กรกฎาคม) ที่ กองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ภิรัช ตรีเพชร ทนายความประจำตัวของ ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้เดินทางเข้าพบคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อยื่นเอกสารขอเลื่อนการเข้ารับทราบข้อกล่าวหาตามหมายเรียกครั้งที่ 1 ในคดีความผิดที่เกี่ยวข้องกับการหลอกลวงลงทุนซื้อขายอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ (Forex) โดยไม่ได้รับอนุญาต
ภิรัชเปิดเผยภายหลังการเข้ายื่นหนังสือว่า ตนได้รับมอบหมายจากภาวุธให้มาดำเนินการขอเลื่อนหมายเรียก เนื่องจากลูกความเพิ่งได้รับหมายเรียกเมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 23 กรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งถือว่ากระชั้นชิดอย่างมาก ประกอบกับในวันนี้ลูกความติดภารกิจอื่น จึงได้ขอเลื่อนการเข้าพบพนักงานสอบสวนออกไปเป็นช่วงต้นเดือนสิงหาคม 2569 ซึ่งทางพนักงานสอบสวนได้อนุญาตตามคำร้อง
ทั้งนี้ ทนายความยืนยันว่าลูกความมีความพร้อมในการเข้าชี้แจงและแก้ข้อกล่าวหาในทุกประเด็น โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการเตรียมเอกสารที่เกี่ยวข้องอย่างรัดกุม โดยเฉพาะรายการเดินบัญชีธนาคารย้อนหลังที่ได้ประสานขอจากสถาบันการเงิน ตลอดจนหลักฐานการทำธุรกรรมต่างๆ ตามที่พนักงานสอบสวนตั้งประเด็นสงสัย เพื่อนำมาประกอบการชี้แจงรายละเอียดเชิงลึกเกี่ยวกับการเทรดทองคำต่อไป
ภิรัชยังกล่าวยืนยันว่า ภาวุธไม่เคยรู้จักหรือมีความสนิทสนมเป็นการส่วนตัวกับบุคคลอื่นที่ปรากฏในแผนผังการสืบสวนของ DSI ไม่ว่าจะเป็น รัฐภูมิ โตคงทรัพย์ นักแสดง หรือมานิตย์ ผู้แนะนำโบรกเกอร์ (IB)
ส่วนกรณีที่มีภาพปรากฏในสื่อมวลชนว่าลูกความเคยเดินทางไปประเทศฝรั่งเศสร่วมกับมานิตย์นั้น ชี้แจงว่าภาวุธเดินทางไปในฐานะผู้ร่วมเทรดที่ได้รับรางวัลสมนาคุณจากบริษัท QRS ซึ่งเป็นการจัดงานสัมมนาทั่วไป โดยไม่ได้ทราบมาก่อนว่ามานิตย์จะร่วมเดินทางไปด้วย ยอมรับว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบต่อลูกความ แต่พร้อมนำพยานหลักฐานทุกอย่างมาชี้แจงตามกระบวนการทางกฎหมาย
สำหรับความคืบหน้าของ รัฐภูมิ โตคงทรัพย์ หรือ ฟิล์ม ซึ่งพนักงานสอบสวนได้ออกหมายเรียกให้มารับทราบข้อกล่าวหาในช่วงบ่ายวันนี้ (13.00 น.) ล่าสุดยังไม่มีการประสานงานจากทางทนายความเพื่อขอเลื่อนหมายเรียกแต่อย่างใด
คดีดังกล่าวสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2569 คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้ยื่นคำร้องต่อศาลอาญาเพื่อขออนุมัติหมายจับบุคคลและนิติบุคคลรวม 24 ราย ในความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ และข้อหาฉ้อโกงประชาชน
อย่างไรก็ตาม ศาลได้พิจารณาอนุมัติหมายจับเพียง 2 ราย ได้แก่ มัลลิกา มากสลุด ผู้บริหารบริษัท คิวอาร์เอส เอ็ดดูเคชั่น จำกัด และ ธีรพงษ์ คงแก้ว หรือ โค้ชเจมส์ ซึ่งปัจจุบันถูกควบคุมตัวอยู่ในเรือนจำโดยไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว ส่วนผู้ถูกกล่าวหาที่เหลืออีก 22 ราย รวมถึงภาวุธและรัฐภูมิ ศาลมีคำสั่งยกคำร้องขอออกหมายจับ
โดยให้เหตุผลว่าผู้ต้องหากลุ่มนี้ยังมีที่อยู่เป็นหลักแหล่งและอยู่ในวิสัยที่สามารถติดตามตัวมาดำเนินคดีด้วยการออกหมายเรียกได้ พร้อมกำชับให้พนักงานสอบสวนตรวจสอบพยานหลักฐานอย่างละเอียด เพื่อป้องกันไม่ให้กระบวนการยุติธรรมตกเป็นเครื่องมือทางการเมือง นำมาสู่การออกหมายเรียกผู้ต้องหาทั้ง 22 รายในปัจจุบัน


