×

ก.ล.ต. กล่าวโทษ Bitkub และ 2 อดีตกรรมการ ปมแจ้งข้อความเท็จหลังถูกโจรกรรมคริปโต 1,700 ล้านบาท ด้านบริษัทแจงตัดสินใจปิดข่าวเพื่อสกัดการแห่ถอนสินทรัพย์

23.07.2026
  • LOADING...
โลโก้ ก.ล.ต. และ Bitkub พร้อมข้อความข่าวการกล่าวโทษ Bitkub ปมปกปิดโจรกรรมคริปโต

ก.ล.ต. กล่าวโทษ Bitkub ผู้ให้บริการศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลรายใหญ่ของไทย พร้อมอดีตกรรมการอีก 2 ราย ต่อ บก.ปอศ. ฐานแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อหน่วยงานกำกับดูแล หลังตรวจสอบพบว่าบริษัทไม่ได้รายงานผลกระทบจากเหตุโจรกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลมูลค่าราว 1,700 ล้านบาท เมื่อปี 2564 ด้าน Bitkub ยืนยันว่าทรัพย์สินของลูกค้าปลอดภัยครบถ้วน และชี้แจงว่าการตัดสินใจไม่เปิดเผยข้อมูลในเวลานั้นมีเป้าหมายเพื่อป้องกันการแห่ถอนสินทรัพย์

 

 
 

ก.ล.ต. กล่าวโทษ 3 ราย อ้าง 3 ฐานความผิดตาม พ.ร.ก. สินทรัพย์ดิจิทัลฯ

 

วันนี้ (23 กรกฎาคม) สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้กล่าวโทษบุคคลรวม 3 ราย ต่อ บก.ปอศ. ประกอบด้วย บริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด, สกลกรย์ สระกวี และทวีทรัพย์ ราวรรณ์ ซึ่งปัจจุบันเป็นอดีตกรรมการของบริษัท

 

โดยฐานความผิดที่ ก.ล.ต. ระบุ แบ่งเป็น 3 ส่วน ได้แก่

 

  • มาตรา 76 แห่งพระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561 กรณีแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อ ก.ล.ต. ซึ่งเป็นความผิดในส่วนของบริษัท
  • มาตรา 94 ประกอบมาตรา 76 ซึ่งกำหนดให้บุคคลที่รับผิดชอบในการดำเนินงานต้องรับผิดเช่นเดียวกับบริษัท โดย ก.ล.ต. ระบุว่าอดีตกรรมการทั้ง 2 ราย เป็นผู้รับผิดชอบในการนำส่งแบบรายงานในช่วงเกิดเหตุ
  • มาตรา 88(2) ซึ่งมีระวางโทษตามมาตรา 88 วรรคท้าย กรณีลงข้อความเท็จในเอกสารของนิติบุคคลเพื่อลวงบุคคลใดๆ

 

อย่างไรก็ตาม ก.ล.ต. ระบุว่า ภายหลังการกล่าวโทษ กระบวนการบังคับใช้กฎหมายทางอาญาจะเข้าสู่ขั้นตอนการสอบสวนของพนักงานสอบสวน การพิจารณาสั่งฟ้องคดีของพนักงานอัยการ และการพิจารณาของศาลยุติธรรมตามลำดับ โดย ก.ล.ต. จะติดตามความคืบหน้าและร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

 

ทั้งนี้ การกล่าวโทษของ ก.ล.ต. เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของกระบวนการทางอาญา ไม่ใช่การชี้ขาดว่ามีความผิด ผู้ถูกกล่าวโทษยังคงได้รับการสันนิษฐานว่าเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด

 

ย้อนต้นเหตุ การโจมตีทางไซเบอร์เดือนพฤษภาคม 2564

 

ก.ล.ต. ระบุว่า จากการตรวจสอบพบว่าในช่วงเดือนพฤษภาคม 2564 Bitkub ถูกโจรกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลรวม 16 สกุล จากการโจมตีทางไซเบอร์ เป็นเหตุให้สินทรัพย์ดิจิทัลของลูกค้าจำนวนหนึ่งถูกนำออกไปจากศูนย์ซื้อขาย คิดเป็นมูลค่าประมาณ 1,700 ล้านบาท

 

ต่อมา ก.ล.ต. พบข้อมูลว่าบริษัทได้หาสินทรัพย์ดิจิทัลมาทดแทนส่วนที่ถูกโจรกรรมไปแล้ว ตั้งแต่วันที่ 31 ตุลาคม 2564

 

‘แบบ ดจ.1’ จุดที่นำไปสู่การกล่าวโทษ

 

ข้อมูลสำคัญของการกล่าวโทษครั้งนี้อยู่ที่เอกสารรายงานฉบับหนึ่ง นั่นคือ แบบรายงานเงินกองทุนสภาพคล่องสุทธิรายวัน หรือแบบ ดจ.1 ซึ่งผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลมีหน้าที่นำส่งต่อ ก.ล.ต. เป็นรายวัน

 

ก.ล.ต. ระบุว่า Bitkub ไม่ได้แจ้งข้อมูลในแบบ ดจ.1 ให้สอดคล้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยแบบรายงานฉบับวันที่ 10 พฤษภาคม 2564 ถึงวันที่ 30 ตุลาคม 2564 ไม่ปรากฏว่ายอดทรัพย์สินของบริษัทมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญจากเหตุการณ์การถูกโจรกรรม ซึ่ง ก.ล.ต. เห็นว่าเข้าข่ายเป็นการแจ้งข้อความอันเป็นเท็จ

 

นอกจากนี้ ก.ล.ต. ยังระบุว่าอดีตกรรมการทั้ง 2 ราย ลงข้อความเท็จในแบบ ดจ.1 ซึ่งเป็นเอกสารของบริษัท เพื่อลวงให้ ก.ล.ต. หลงเชื่อว่าทรัพย์สินของลูกค้ายังถูกเก็บรักษาไว้โดยปกติและไม่มีความเสียหายเกิดขึ้นกับบริษัท

 

Bitkub แจงไม่ใช่การทุจริต แต่เป็นการตัดสินใจเพื่อสกัดการแห่ถอนสินทรัพย์

 

Bitub ได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงต่อกรณีดังกล่าว โดยประเด็นแรกที่บริษัทเน้นย้ำคือ ทรัพย์สินของลูกค้าทุกรายที่บริษัทเก็บรักษาไว้ในขณะนี้มีความปลอดภัยและครบถ้วน พร้อมยืนยันว่าได้ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดในการดูแลและจัดเก็บทรัพย์สินของลูกค้า

 

บริษัทอธิบายว่า มูลเหตุของการกล่าวโทษเป็นเหตุการณ์ในอดีตตั้งแต่ช่วงต้นเดือนพฤษภาคม 2564 หรือประมาณ 5 ปีก่อน และ ไม่ได้มาจากการกระทำทุจริตของบุคคลดังกล่าว แต่เกิดจากการที่ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบในการเปิดเผยข้อมูลบางรายตัดสินใจไม่เปิดเผยเรื่องที่กระเป๋าสินทรัพย์ดิจิทัลของบริษัท 1 ใบ ถูกโจรกรรม

 

เหตุผลของการตัดสินใจดังกล่าว บริษัทระบุว่าเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการแห่ถอนสินทรัพย์ หรือ Bank Run กล่าวคือ หากลูกค้าทราบว่ามีการโจรกรรมเกิดขึ้นและมาขอถอนสินทรัพย์ดิจิทัลพร้อมกันจำนวนมาก บริษัทจะไม่สามารถหาสินทรัพย์ดิจิทัลมาทดแทนให้ลูกค้าได้ครบถ้วน เพราะอยู่ระหว่างการแก้ปัญหา ซึ่งบริษัทเห็นว่าจะทำให้ลูกค้าได้รับความเสียหายเป็นวงกว้าง และกระทบต่ออุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลในประเทศไทย

 

บริษัทยังระบุด้วยว่า ในขณะเกิดเหตุ ระบบความปลอดภัยของกระเป๋าสินทรัพย์ดิจิทัลของบริษัททุกใบเป็นไปตามมาตรฐานที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำหนด และผ่านการตรวจสอบแล้ว

 

ผู้ร่วมก่อตั้งรับภาระซื้อสินทรัพย์มาทดแทน

 

ประเด็นสำคัญอีกข้อจากแถลงการณ์คือ แหล่งที่มาของสินทรัพย์ที่นำมาทดแทน โดยบริษัทระบุว่า เมื่อไม่เกิดการแห่ถอนสินทรัพย์ขึ้น แม้บริษัทจะยังติดตามสินทรัพย์ดิจิทัลที่ถูกโจรกรรมคืนมาไม่ได้ แต่กลุ่มผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่มบริษัท Bitkub (Co-Founders) ได้เข้ารับความเสียหายไว้แทน ด้วยการซื้อสินทรัพย์ดิจิทัลมาให้บริษัทเพื่อใช้ทดแทนตามสกุลและจำนวนที่ถูกโจรกรรมไป ส่งผลให้บริษัทและลูกค้าทั้งหมดไม่ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์ดังกล่าว

 

บริษัทอ้างอิงถึงการตรวจสอบของ ก.ล.ต. เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2568 ที่ระบุว่าสินทรัพย์ดิจิทัลของลูกค้ามีความปลอดภัยและครบถ้วน ซึ่งเป็นการเข้าตรวจสอบหลังปรากฏข้อมูลในสื่อออนไลน์ว่าศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลแห่งหนึ่งถูกโจมตีทางไซเบอร์ โดยในเวลานั้น ก.ล.ต. ระบุว่าอยู่ระหว่างเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเอกสารที่ถูกอ้างถึง

 

นอกจากนี้ บริษัทยังระบุว่าได้แจ้งความต่อพนักงานสอบสวนเพื่อหาตัวผู้ก่อเหตุโจรกรรมและผู้เกี่ยวข้องอื่นๆ ตั้งแต่วันที่ 10 พฤษภาคม 2564 ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่ ก.ล.ต. ระบุว่าเป็นจุดเริ่มต้นของช่วงแบบรายงาน ดจ.1 ที่มีปัญหา

 

ทั้งนี้ Bitkub ได้ระบุถึงมาตรฐานที่ได้รับการรับรองในปัจจุบัน ได้แก่ การจัดอันดับความปลอดภัยระดับ Top 20 ของโลกในหมวดศูนย์ซื้อขายคริปโทเคอร์เรนซีโดยเว็บไซต์ Cer.Live, การรับรองมาตรฐานสากล ISO 27001 และ ISO 27701 รวมถึง SOC 2 Type I, ระบบงานที่เป็นไปตามกรอบ NIST Cybersecurity Framework และการนำเทคโนโลยี Passkey กับฟังก์ชัน Self-Freeze มาให้บริการลูกค้า

 

บริษัทยังระบุว่ามีความร่วมมือในการเก็บรักษาสินทรัพย์ดิจิทัลของลูกค้ากับผู้ให้บริการรับฝากระดับโลก ได้แก่ Bitgo Trust Company, Inc. และ Coinbase Custody Trust Company, LLC. พร้อมเปิดให้ประชาชนตรวจสอบสินทรัพย์ดิจิทัลของลูกค้าผ่านงบการเงินของบริษัท

 

ในด้านธรรมาภิบาล บริษัทระบุว่าปัจจุบันมีกรรมการอิสระซึ่งเป็นบุคคลภายนอกทำหน้าที่ตรวจสอบการประกอบธุรกิจ และมีระบบงานด้านการกำกับดูแลการปฏิบัติงานตามกฎหมายและการตรวจสอบภายในอย่างครบถ้วน

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories