ในศึกชิงเก้าอี้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) คนที่ 16 ท่ามกลางรายชื่อแคนดิเดตที่โดดเด่นในสายบริหารและสายคุมกำลังเชิงยุทธวิธี ยังมีแคนดิเดตอาวุโสลำดับที่ 4 ที่ถือเป็นตัวแปรสำคัญและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวสูงสุด นั่นคือ พล.ต.อ. อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ จเรตำรวจแห่งชาติ (จตช.)
ประเด็นสำคัญ
เหตุผลสำคัญที่ทำให้ THE STANDARD ชวนมาจับตานายตำรวจท่านนี้ คือการเป็นผู้ครอบครอง DNA ของ สายงานสืบสวนสอบสวน ที่โดดเด่นที่สุดในบรรดาแคนดิเดตทั้งหมด เขาไม่ใช่ผู้บริหารที่เติบโตมาจากการนั่งสั่งการ แต่คืออดีตนักสืบที่คลุกคลีกับพยานหลักฐาน ไม่ปล่อยต่อเบาะแส และเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการคลี่คลายคดีระดับประเทศมานับไม่ถ้วน
จากนักสืบภูธร สู่มันสมองของนครบาล
พล.ต.อ. อิทธิพล เกิดเมื่อวันที่ 7 มกราคม 2512 ปัจจุบันอายุ 57 ปี (เกษียณอายุราชการในปี 2572) เป็นนักเรียนนายร้อยตำรวจ (นรต.) รุ่นที่ 43 เส้นทางการรับราชการตลอด 36 ปีของเขา ฝังรากลึกอยู่กับงานแกะรอยอาชญากรรมอย่างแท้จริง
เขาเริ่มต้นชีวิตราชการในปี 2533 ที่ สภ.อ.เชียงยืน ก่อนจะขยับเข้าสู่หน่วยสืบสวนระดับแนวหน้าอย่างกองปราบปราม และก้าวเข้าสู่พื้นที่เมืองหลวงในฐานะแกนหลักของกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ไต่เต้าตั้งแต่ระดับผู้กำกับการ จนถึงผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน (ผบก.สส.บช.น.)
พื้นฐานด้านวิชาการของเขาก็ถูกออกแบบมาเพื่องานยุติธรรมโดยเฉพาะ ทั้งปริญญาโทด้านอาชญาวิทยาจากมหาวิทยาลัยมหิดล การผ่านหลักสูตรรวบรวมข่าวกรองหลังเหตุระเบิดจากสหรัฐอเมริกา ไปจนถึงการสำเร็จหลักสูตรผู้บริหารระดับสูงระดับประเทศอย่าง วปอ. รุ่นที่ 65 และ บยส. รุ่นที่ 24
แฟ้มคดีประวัติศาสตร์ บทพิสูจน์ ‘มือสืบสวน’
สิ่งที่ทำให้ชื่อของ พล.ต.อ. อิทธิพล ได้รับการยอมรับในแวดวงสีกากี คือผลงานการประทับตราปิดคดี อาชญากรรมสะเทือนขวัญและความมั่นคงระดับประเทศ ซึ่งต้องอาศัยทั้งสัญชาตญาณและการใช้นิติวิทยาศาสตร์เข้ามาร่วมแกะรอย โดยมีคดีสำคัญที่สังคมจดจำ ได้แก่
- คดีความมั่นคงและสะเทือนขวัญ: แกะรอยมือมืดลอบวางระเบิดโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า (ปี 2560), คลี่คลายคดีระเบิดป่วนกรุง (ปี 2562), คดีฆ่ายกครัว 8 ศพที่จังหวัดกระบี่ (บังฟัต), คดีกราดยิงชิงทองลพบุรี (ผอ.กอล์ฟ) และคดีอุ้มฆ่าพี่ชายผู้พิพากษา
- ปฏิบัติการไล่ล่า: เป็นหนึ่งในคีย์แมนนำชุดปฏิบัติการพิเศษปูพรมไล่ล่า เสี่ยแป้ง นาโหนด บนเทือกเขาบรรทัด ซึ่งเป็นงานที่ต้องใช้ความเชี่ยวชาญทั้งการสืบสวนและยุทธวิธีในภูมิประเทศที่ยากลำบาก
- คดีความโปร่งใสและเศรษฐกิจ: กวาดล้างขบวนการล้มบอลไทยลีกและจ้างล้มมวย ทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และนำทีมยึดยาบ้าล็อตใหญ่กว่า 10.3 ล้านเม็ดที่บางพลี
- โศกนาฏกรรมระดับชาติ: ลงพื้นที่รวบรวมหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ในเหตุไฟไหม้รถบัสทัศนศึกษา เพื่อนำไปสู่การดำเนินคดีผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างรัดกุม
ยกระดับนิติวิทยาศาสตร์ สู่การบริหารระดับประเทศ
จุดแข็งที่ต่อยอดมาจากความเป็นนักสืบ คือความเข้าใจในหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ เมื่อเขาได้รับตำแหน่ง ผู้บัญชาการสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ (ผบช.สพฐ.ตร.) เขาได้ริเริ่มโครงการ Siam CSI Challenge เพื่อพัฒนาศักยภาพตำรวจพิสูจน์หลักฐานและนักสืบยุคใหม่ให้มีมาตรฐานเทียบเท่าสากล
นอกจากนี้ ในระดับนโยบาย เขายังเป็นคณะทำงานในศูนย์ปฏิบัติการสำคัญ ทั้งศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ และศูนย์ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ศปปง.ตร.) เพื่อสกัดกั้นท่อน้ำเลี้ยงของอาชญากรข้ามชาติ
ทำไมแคนดิเดตเบอร์ 4 จึงน่าจับตา?
แม้ตามรายชื่ออาวุโส พล.ต.อ. อิทธิพล จะอยู่ในลำดับที่ 4 แต่ในยุคที่สังคมเต็มไปด้วยคดีความซับซ้อน อาชญากรรมไซเบอร์ และความรุนแรงที่อุกอาจ ประชาชนไม่ได้ต้องการเพียงแค่ผู้บริหารที่เก่งงานเอกสาร แต่ต้องการผู้นำที่ เข้าใจหัวอกคนทำงานหน้างาน และ รู้วิธีจับโจร อย่างแท้จริง
ด้วยประวัติการทำงานในสายสืบสวน ผสมผสานกับการนำหลักนิติวิทยาศาสตร์มาประยุกต์ใช้อย่างเป็นระบบ พล.ต.อ. อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ จึงเป็นแคนดิเดตที่ทรงพลังในมิติของการปฏิบัติการ และเป็นตัวเลือกที่สะท้อนให้เห็นว่า หากสำนักงานตำรวจแห่งชาติต้องการฟื้นฟูความเชื่อมั่นด้านการอำนวยความยุติธรรม ชื่อของอดีตนักสืบ ผู้นี้ คือคนที่ไม่อาจถูกตัดออกจากสมการได้อย่างแน่นอน



