Reuters รายงานว่า จีนเรียกร้องให้ไทยส่งตัว ไป๋ จ้าวตง นักข่าวสืบสวนชาวจีน ผู้เปิดโปงคดีคอร์รัปชันกลับประเทศ ขณะที่องค์กรด้านสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพสื่อเตือนว่า นักข่าวรายงานนี้เผชิญการประหัตประหารทางการเมือง การควบคุมตัวโดยพลการ และการทรมาน จากการรายงานข่าวเปิดโปงคดีทุจริตในจีน
เกิดอะไรขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ไป๋คือใคร?
ในช่วงที่ผ่านมา Human Rights Watch รายงานว่า ชาวจีน 3 คน และนักข่าว 1 คน กำลังเสี่ยงถูกทางการไทยส่งตัวกลับประเทศจีน ได้แก่ ไป๋ จ้าวตง อดีตนักข่าวสืบสวนสอบสวนวัย 56 ปี, ถัน อี้เสียง ชาวคาทอลิกและผู้เคลื่อนไหวสนับสนุนสิทธิของชาวทิเบตและชาวอุยกูร์วัย 49 ปี, จาง ซิ่นเยี่ยน อายุ 56 ปี สมาชิกกลุ่มฝ่าหลุนกงวัย 56 ปี และ โจว จวิ้นอี้ สมาชิกพรรคประชาธิปไตยจีนอายุ 54 ปี
รายงานระบุว่า สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) รับรองบุคคลทั้ง 4 คนว่า มีสถานะเป็นผู้ลี้ภัยแล้ว ขณะที่องค์กรผู้สื่อข่าวไร้พรมแดน (Reporters Without Borders: RSF) และ Safeguard Defenders เปิดเผยว่า ทางการไทยพยายามส่งตัวไป๋กลับประเทศ หลังถูกรัฐบาลปักกิ่งกดดันในประเด็นการรายงานข่าวการทุจริตที่เชื่อมโยงกับทางการจีน
ทั้งนี้ ไป๋คืออดีตนักข่าวสืบสวนสอบสวนจาก Caixin สื่อชั้นนำของจีน เขาเป็นที่รู้จักจากการรายงานข่าวทุจริตระดับสูงในพื้นที่ชนบท และผลกระทบของโครงการขจัดความยากจน ซึ่งเป็นนโยบายสำคัญของประธานาธิบดีสีจิ้นผิงที่มีต่อประชากรกลุ่มเปราะบาง โดยเปิดโปงเครือข่ายทุจริตและฉ้อโกงทางการเงินขนาดใหญ่ รวมถึงพาดพิงเจ้าหน้าที่รัฐบาลท้องถิ่นและบุคคลระดับสูงในพรรคคอมมิวนิสต์จีน
กลุ่มสิทธิมนุษยชนระบุว่า การรายงานข่าวดังกล่าวทำให้ไป๋ถูกทางการจีนเฝ้าติดตาม ข่มขู่ ตั้งข้อหาทางอาญา สอบสวน และควบคุมตัวรวมทั้งสิ้น 6 ครั้ง โดยรัฐบาลจีนใช้ข้อกล่าวหาที่มีความหมายกว้างและมีแรงจูงใจทางการเมืองเป็นประจำ เช่น คดีจารกรรม ล้มล้างอำนาจรัฐ และก่อเหตุทะเลาะวิวาทหรือสร้างความวุ่นวาย ก่อนที่เขาจะหลบหนีออกจากจีนในปี 2023
Reuters ยืนยัน รัฐบาลจีนยื่นคำขอไทยจริง
Reuters รายงานว่า กระทรวงการต่างประเทศจีนตอบคำถามของสื่อเป็นลายลักษณ์อักษรว่า จีนได้ยื่นคำร้องขอส่งผู้ร้ายข้ามแดนต่อไทยเพื่อให้ส่งตัวไป๋กลับประเทศโดยเร็ว โดยระบุว่า เขาตกเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีกรรโชกทรัพย์และให้สินบนแก่บุคคลที่ไม่ใช่เจ้าหน้าที่รัฐ
“รัฐบาลจีนคุ้มครองเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของประชาชนตามกฎหมาย และความสำเร็จในการพัฒนาภาคสื่อสารมวลชนของจีนเป็นสิ่งที่ทุกคนมองเห็นได้อย่างชัดเจน” กระทรวงการต่างประเทศจีนระบุ
ขณะที่ Human Rights Watch โต้แย้งว่า แม้ประเทศไทยไม่ได้เป็นภาคีอนุสัญญาว่าด้วยสถานภาพผู้ลี้ภัย 1951 แต่รัฐบาลมีพันธกรณีที่จะต้องเคารพหลักการไม่ส่งกลับ (Non-Refoulement) ที่ห้ามประเทศต่างๆ ส่งบุคคลกลับไปเผชิญความเสี่ยงต่อการถูกประหัตประหาร การทรมาน หรือการละเมิดสิทธิมนุษยชนร้ายแรง
ส่วนกระทรวงการต่างประเทศไทยยังไม่ตอบกลับคำขอแสดงความคิดเห็นในทันที ขณะที่ ยังมีการตั้งข้อสังเกตว่า อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีไทย กำลังอยู่ในระหว่างการเยือนจีน ตั้งแต่วันที่ 16- 20 กรกฎาคม โดยมีกำหนดเข้าพบ สีจิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน และ หลี่ เฉี่ยง นายกรัฐมนตรีจีน
อนึ่ง ลอรา ฮาร์ธ ผู้อำนวยการของ Safeguard Defenders ออกมากดดันผ่าน Reuters ว่า ทางการไทยต้องยืนหยัดต่อแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นจากจีน โดยไม่ควรควบคุมตัวหรือส่งบุคคลที่เสี่ยงถูกประหัตประหารทางการเมืองกลับประเทศ พร้อมย้ำว่า ไทยต้องปฏิบัติตามพันธกรณีทั้งภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศและกฎหมายภายในประเทศว่าด้วยการห้ามทรมาน
ขณะที่ สุนัย ผาสุก ที่ปรึกษาอาวุโสประจำประเทศไทยของ Human Rights Watch กล่าวว่า ไทยกำลังทำลายชื่อเสียงของตนเอง ด้วยการปฏิบัติตามคำขอของรัฐบาลจีนและส่งตัวผู้เห็นต่างชาวจีนกลับประเทศโดยมิชอบด้วยกฎหมาย แทนที่จะอนุญาตให้พวกเขาเดินทางไปยังประเทศที่สามที่ปลอดภัย
อนึ่ง RSF ระบุว่า จีนเป็นประเทศที่คุมขังนักข่าวมากที่สุดในโลก โดยมีนักข่าวถูกจำคุก 120 คน ขณะที่ดัชนีเสรีภาพสื่อโลกปี 2026 อยู่ในอันดับที่ 178 จากทั้งหมด 180 ประเทศและดินแดนขององค์กรผู้สื่อข่าวไร้พรมแดนทั้งหมด
ภาพ: Tingshu Wang / Reuters
อ้างอิง:
- https://www.reuters.com/world/china/rights-groups-urge-thailand-not-deport-chinese-journalist-china-2026-07-16/
- https://www.hrw.org/news/2026/07/13/thailand-dont-forcibly-return-chinese-dissidents
- https://rsf.org/sites/default/files/medias/file/2026/07/Joint%20Statement%20from%20Civil%20Society%20Organisations%20%20Calling%20on%20the%20Thai%20Government%20to%20Halt%20the%20Forcible%20Return%20%20of%20Journalist%20Bai%20Zhaodong%20to%20China.pdf


