วันนี้ (17 กรกฎาคม) เซีย จำปาทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ออกมาแสดงความกังวลและเรียกร้องให้มีการทบทวน กรณีที่รัฐสภามีมติยกเลิกการปรับขึ้นเงินเดือนของผู้ช่วยดำเนินงาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) และสมาชิกวุฒิสภา (สว.) โดยระบุว่าฐานเงินเดือนปัจจุบันที่เริ่มต้น 15,000 บาท ไม่สอดคล้องกับภาระงานที่หนักหน่วงและค่าครองชีพในปัจจุบัน อีกทั้งยังขาดสวัสดิการพื้นฐานในการดำรงชีวิต
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังจากที่เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ประกาศเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 เรื่อง ระเบียบรัฐสภาว่าด้วยการยกเลิกระเบียบรัฐสภาว่าด้วยการแต่งตั้งบุคคลเพื่อปฏิบัติหน้าที่อันจะเป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติงานของรัฐสภาฯ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2568 พ.ศ. 2569 ซึ่งลงนามโดย โสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2569
โดยก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2569 โสภณได้แถลงข่าวถึงการลงนามยกเลิกระเบียบการปรับเพิ่มเงินเดือนดังกล่าว พร้อมระบุว่าได้ตั้งคณะกรรมการอิสระขึ้นมาเพื่อศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับจำนวนผู้ช่วยทำงานและสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ภายในกรอบเวลา 90 วัน ซึ่งการตัดสินใจนี้สืบเนื่องมาจากการอภิปรายและข้อเสนอของ สส. บางท่าน ที่ต้องการลดสวัสดิการและค่าใช้จ่ายของรัฐสภา รวมถึงข้อเสนอให้ลดจำนวนผู้ช่วย สส. จาก 8 คน เหลือเพียง 3 คนต่อคน
สำหรับอัตราค่าตอบแทนผู้ช่วย สส. และ สว. ปัจจุบัน 1 ท่าน มีสิทธิแต่งตั้งผู้ช่วยทำงานได้จำนวน 8 คน แบ่งเป็น 3 ตำแหน่งหลัก ซึ่งใช้ฐานเงินเดือนที่ถูกกำหนดไว้ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2555 หรือกว่า 14 ปีที่แล้ว ได้แก่ ผู้เชี่ยวชาญประจำตัว จำนวน 1 คน อัตราเงินเดือน 24,000 บาท, ผู้ชำนาญการประจำตัว จำนวน 2 คน อัตราเงินเดือน 15,000 บาท และ ผู้ช่วยดำเนินงาน จำนวน 5 คน อัตราเงินเดือน 15,000 บาท
ขณะที่ระเบียบฉบับที่ถูกยกเลิกไปนั้น เคยได้รับการอนุมัติจากวันมูหะมัดนอร์ มะทา อดีตประธานรัฐสภา ซึ่งมีกำหนดจะเริ่มบังคับใช้อัตราใหม่ในเดือนตุลาคม 2569 โดยจะปรับเพิ่มเงินเดือนผู้เชี่ยวชาญประจำตัวเป็น 28,800 บาท ส่วนผู้ชำนาญการประจำตัวและผู้ช่วยดำเนินงานจะปรับเพิ่มเป็น 18,000 บาท
เซีย ได้เน้นย้ำถึงสภาพความเป็นจริงในการปฏิบัติงานของทีมผู้ช่วย สส. และ สว. ว่าเป็นกลุ่มคนทำงานที่ต้องเผชิญกับความยากลำบากในหลายมิติ ต้องปฏิบัติงาน 6-7 วันต่อสัปดาห์ แต่ไม่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายแรงงาน ไม่มีประกันสังคม ไม่มีสิทธิเบิกค่ารักษาพยาบาล และสามารถถูกเลิกจ้างได้ทันทีหากมีการยุบสภาหรือ สส./สว. ต้องการเปลี่ยนตัวบุคคล
ในขณะที่ทีมผู้ช่วยมีหน้าที่สำคัญทั้งการติดตามการบริหารราชการ วิจัยข้อมูลเพื่อจัดทำญัตติ สื่อสารผลการประชุม และลงพื้นที่เพื่อรวบรวมข้อร้องเรียนของประชาชนนำมาผลักดันการแก้ไขปัญหาในสภาฯ
เซีย ทิ้งท้ายด้วยการขอให้ประธานรัฐสภาและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องพิจารณาประเด็นนี้อย่างรอบคอบ โดยขอให้มองในมุมของคนทำงาน อย่างแท้จริง การระงับการปรับเพิ่มเงินเดือนถือเป็นการซ้ำเติมผู้ช่วยทำงานในยุคที่เศรษฐกิจฝืดเคือง
นอกจากนี้ หากค่าตอบแทนไม่สามารถหล่อเลี้ยงชีพได้ อาจส่งผลให้งานการเมืองกลายเป็นพื้นที่เฉพาะสำหรับผู้ที่มีฐานะหรือทรัพยากรเพียงพอเท่านั้น เป็นการตัดโอกาสประชาชนคนธรรมดา หรือลูกหลานผู้ใช้แรงงาน ที่มีเจตจำนงอยากเข้ามาทำงานนิติบัญญัติเพื่อเป็นปากเสียงให้กับสังคมอย่างแท้จริง


