วันนี้ (17 กรกฎาคม) ประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เปิดเผยถึงความคืบหน้าการเตรียมจัดตั้ง ‘กระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว’ หลังคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบในหลักการปรับโครงสร้างกระทรวงวัฒนธรรมและกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 โดยจะรวมภารกิจด้านวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวไว้ในกระทรวงเดียวกัน พร้อมแยกภารกิจด้านกีฬาออกไปจัดตั้งเป็น ‘กระทรวงการกีฬา’
ประสพระบุว่า การปรับโครงสร้างครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการโอนภารกิจหรือย้ายหน่วยงานระหว่างกระทรวง แต่เป็นการออกแบบระบบบริหารราชการใหม่ เพื่อเชื่อมโยงวัฒนธรรม การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจสร้างสรรค์เข้าด้วยกัน โดยมีเป้าหมายเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน สร้างมูลค่าเพิ่มจากทุนทางวัฒนธรรม และผลักดันประเทศไทยไปสู่เศรษฐกิจแห่งประสบการณ์ หรือ Experience Economy
สำหรับภารกิจด้านการท่องเที่ยวที่จะโอนมาอยู่ภายใต้กระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว ประกอบด้วย 5 กลุ่มหลัก ได้แก่
- ภารกิจด้านนโยบาย ยุทธศาสตร์ และแผนการท่องเที่ยว รวมถึงงานเลขานุการคณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ งานเศรษฐกิจการท่องเที่ยว สารสนเทศ สถิติ การประเมินผล มาตรฐานและความปลอดภัย ตลอดจนกองทุนเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย
- ภารกิจของกรมการท่องเที่ยวและกองทุนคุ้มครองธุรกิจนำเที่ยว
- ภารกิจด้านการท่องเที่ยวของสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดทั่วประเทศ
- หน่วยงานด้านการท่องเที่ยว ได้แก่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือ ททท. และองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน หรือ อพท.
- การบูรณาการความร่วมมือกับกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว เพื่อดูแลความปลอดภัยและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักท่องเที่ยว
ประสพกล่าวว่า กระทรวงวัฒนธรรมอยู่ระหว่างจัดทำข้อเสนอปรับโครงสร้างและบทบาทของหน่วยงานในสังกัดเพื่อรองรับภารกิจใหม่ โดยเตรียมเสนอรัฐบาลพิจารณา เช่น การปรับโครงสร้างสำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรมและสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด การปรับบทบาทกรมการศาสนาให้รองรับภารกิจด้านศาสนพิธีและพิธีการศพที่ได้รับพระราชทาน และการพัฒนากรมส่งเสริมวัฒนธรรมให้รองรับงานด้านมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม ภาพยนตร์ และวีดิทัศน์
นอกจากนี้ ยังมีข้อเสนอให้ยกระดับสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัยขึ้นเป็น ‘กรมศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย’ เพื่อรับผิดชอบงานด้านศิลปะร่วมสมัย วัฒนธรรมสร้างสรรค์ อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ การทูตทางวัฒนธรรม และความร่วมมือระหว่างประเทศ
ภายใต้โครงสร้างใหม่ กระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวจะมีกลุ่มภารกิจหลัก 2 ด้าน ได้แก่ กลุ่มภารกิจด้านมรดก อัตลักษณ์ และทุนทางวัฒนธรรม กับกลุ่มภารกิจด้านเศรษฐกิจวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว เพื่อให้การอนุรักษ์วัฒนธรรมและการพัฒนาเศรษฐกิจดำเนินไปควบคู่กัน โดยใช้วัฒนธรรมเป็นรากฐานและใช้การท่องเที่ยวเป็นกลไกสร้างมูลค่าเพิ่มให้ประเทศและชุมชน
ประสพกล่าวว่า จากการศึกษารูปแบบการบริหารจัดการของหลายประเทศ เช่น ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ฝรั่งเศส สเปน และอิตาลี พบว่า หลายประเทศใช้ทุนทางวัฒนธรรมร่วมกับการท่องเที่ยวเป็นกลไกสร้างรายได้ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และยกระดับภาพลักษณ์ประเทศ ขณะเดียวกันยังสามารถรักษาคุณค่าและอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมไว้ได้
“การสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจจากวัฒนธรรม ไม่ได้หมายถึงการลดทอนคุณค่าของวัฒนธรรม แต่เป็นการต่อยอดทุนทางวัฒนธรรมบนพื้นฐานของการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และสืบสาน พร้อมส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชนเจ้าของวัฒนธรรม ให้เป็นผู้มีบทบาทสำคัญและได้รับประโยชน์จากการพัฒนาอย่างแท้จริง” ประสพกล่าว
สำหรับแผนการปรับโครงสร้าง กระทรวงวัฒนธรรมแบ่งการดำเนินงานออกเป็น 3 ระยะ ได้แก่
ระยะที่ 1 เตรียมความพร้อมและรับโอนภารกิจภายใน 6 เดือนแรก
ระยะที่ 2 ศึกษากรณีต่างประเทศในเชิงลึก พร้อมพัฒนาระบบบริหาร กฎหมาย โครงสร้าง และบุคลากรภายใน 2 ปี
ระยะที่ 3 ปฏิรูปกระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวอย่างสมบูรณ์ภายใน 4 ปี
ประสพกล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และหน่วยงานกลางที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สำนักงาน ก.พ.ร. สำนักงาน ก.พ. สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สำนักงบประมาณ กรมบัญชีกลาง และสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ได้ร่วมกันตั้งคณะทำงานเพื่อศึกษารายละเอียดและเตรียมความพร้อมในทุกมิติ
คณะทำงานจะประชุมติดตามความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง และเปิดรับฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานและภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างความเข้าใจ ลดข้อกังวลของผู้ที่อาจได้รับผลกระทบ และทำให้การเปลี่ยนผ่านเป็นไปอย่างราบรื่นและโปร่งใส
“หัวใจสำคัญของการปรับโครงสร้างครั้งนี้ คือการสร้างสมดุลระหว่างการอนุรักษ์คุณค่าทางวัฒนธรรมกับการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ เราไม่ได้เปลี่ยนวัฒนธรรมให้เป็นสินค้า แต่ใช้วัฒนธรรมเป็นพลังในการพัฒนาประเทศ สร้างรายได้ให้ประชาชน ยกระดับคุณภาพชีวิต และเสริมสร้างภาพลักษณ์ของประเทศไทยบนเวทีโลก ภายใต้หลักการพัฒนาอย่างยั่งยืน” ประสพกล่าว


