ไฟป่ามากกว่า 800 จุด ยังคงลุกไหม้ทั่วแคนาดา ส่งผลให้หลายเมืองถูกปกคลุมด้วยควันหนาทึบจนท้องฟ้ากลายเป็นสีเหลืองส้มและทัศนวิสัยลดลงอย่างมาก ขณะที่ควันไฟยังลอยข้ามพรมแดนเข้าสู่สหรัฐอเมริกา ทำให้หลายเมืองประกาศเตือนว่า คุณภาพอากาศอยู่ในระดับ ‘อันตราย’
วันนี้ (17 กรกฎาคม) หน่วยงาน Canadian Wildland Fire Information System รายงานว่า ขณะนี้มีไฟป่าลุกไหม้อยู่ 858 จุด ทั่วประเทศ และเกิดไฟป่าใหม่อีก 30 จุด ภายในวันเดียว โดยส่วนใหญ่ยังไม่สามารถควบคุมได้
ทั้งนี้ มีรายงานว่า กลุ่มไฟป่าขนาดใหญ่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของรัฐออนแทรีโอ กลายเป็นต้นตอของควันไฟที่ปกคลุมเมืองธันเดอร์เบย์และโทรอนโต ก่อนเคลื่อนตัวเหนือเกรตเลกส์และลอยเข้าสู่สหรัฐฯ ส่งผลให้ดัชนีมลพิษทางอากาศในเมืองดีทรอยต์พุ่งแตะ 600 ขณะที่หลายเมืองตั้งแต่แถบมิดเวสต์ไปจนถึงภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ต้องออกประกาศเตือนให้ประชาชนหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง
นอกจากปัญหาหมอกควันแล้ว ไฟป่าทางตอนเหนือของรัฐออนแทรีโอยังบังคับให้ชุมชนชนพื้นเมือง (First Nations) หลายแห่งต้องอพยพ โดย เฮเลน พาวโวลา หัวหน้าชุมชน Namaygoosisagagun First Nation เปิดเผยว่า จากการสำรวจทางอากาศพบว่าชุมชนของเธอ ถูกเผาจนเหลือแต่เถ้าถ่าน และบ้านเรือนทุกหลังถูกไฟทำลายจนไม่เหลือสิ่งใด
อนึ่ง ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า แม้ไฟป่าจะเป็นส่วนหนึ่งของวัฏจักรธรรมชาติของป่าบอเรียลในแคนาดา แต่การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทำให้อุณหภูมิสูงขึ้นและสภาพอากาศแห้งแล้งมากขึ้น ส่งผลให้ไฟป่าเกิดบ่อยและรุนแรงขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา รวมถึงทำให้ควันไฟสามารถเดินทางไกลและส่งผลกระทบต่อพื้นที่ห่างจากจุดเกิดเหตุหลายพันกิโลเมตร
ภาพ: Carlos Osorio, Kyaw Soe Oo, David Peinado / Reuters
อ้างอิง:
- https://www.reuters.com/business/healthcare-pharmaceuticals/canada-wildfire-smoke-blankets-us-midwest-northeast-with-dangerous-orange-haze-2026-07-16/
- https://www.bbc.com/news/articles/c0m7n427xd8o







