ศึกกองทรัสต์ GROREIT ส่อเค้าเดือดต่อเนื่องและอาจกลายเป็นหนังคนละม้วน หลังจากที่ บลจ.วรรณ ในฐานะผู้จัดการกองทรัสต์ ออกมาเปิดเผยว่า บริษัท โรงแรมรอยัล ออคิด (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ ROH ผิดนัดสัญญาไม่ยอมซื้อคืนทรัพย์สินโรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน โฮเทล แอนด์ ทาวเวอร์ส มูลค่ากว่า 4,873 ล้านบาท เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา
ประเด็นสำคัญ
ล่าสุดในวันนี้ (15 กรกฎาคม 2569) วิทวัส วิภากุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท โรงแรมรอยัล ออคิด (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ได้ร่อนหนังสือด่วนชี้แจงต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพื่อตอบโต้ฝั่งกองทรัสต์ โดยระบุว่า บริษัทฯ มิได้มีเจตนาที่จะผิดนัดสัญญา หรือมีข้อขัดข้องในการซื้อคืนทรัพย์สินดังกล่าวแต่อย่างใด ยืนยันว่ายังมีเจตนาอย่างแรงกล้าที่จะซื้อคืนตามข้อตกลงเดิม
ระบุ ทรัสตีเปลี่ยนวิธีชำระราคา ไม่เป็นไปตามสัญญา
ROH ชี้แจงว่า สาเหตุที่ไม่สามารถดำเนินการรับโอนกรรมสิทธิ์และชำระเงินในวันที่ 14 กรกฎาคมที่ผ่านมาได้นั้น เกิดจากการที่ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน) หรือ MFC ในฐานะทรัสตีของกองทรัสต์ ได้ส่งหนังสือแจ้ง ‘วิธีการชำระราคารับซื้อคืนทรัพย์สิน’ มายังบริษัทฯ ซึ่งเงื่อนไขและวิธีการดังกล่าว ไม่ได้เป็นไปตามข้อตกลงที่กำหนดไว้ในสัญญาเดิม
ฝั่ง ROH มองว่า การเปลี่ยนวิธีชำระราคาของฝั่งทรัสตีถือเป็นการปฏิบัติที่ผิดสัญญา ซึ่งที่ผ่านมา ROH ได้ทำหนังสือแจ้งให้ MFC แก้ไขการปฏิบัติที่ผิดสัญญาดังกล่าวไปแล้วเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 พร้อมทั้งส่งผู้รับมอบอำนาจของบริษัทฯ ไปยังสำนักงานที่ดินที่เกี่ยวข้องเพื่อชี้แจงและบันทึกการปฏิบัติที่ผิดสัญญาของฝั่งทรัสตีไว้เป็นหลักฐานแล้วเช่นกัน
ยันเดินหน้ากระบวนการซื้อคืน พร้อมสู้สิทธิ์บริหารโรงแรมต่อ
ROH ย้ำว่า ปัจจุบันเรื่องนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนและกระบวนการจัดการซื้อคืนให้ลุล่วงไปตามข้อสัญญา และในระหว่างที่ความเห็นเกี่ยวกับการปฏิบัติตามสัญญาระหว่าง ‘บริษัท’ และ ‘กองทรัสต์’ ยังไม่ตรงกันนี้ ROH ยืนยันว่าบริษัทยังคงมีสิทธิ์ชอบธรรมในการบริหารจัดการโรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน ต่อไป
ทั้งนี้ จุดยืนของ ROH นั้น สวนทางกับแผนฉุกเฉินของ บลจ.วรรณ ที่ระบุว่าจะดึง Starwood เข้ามาบริหารชั่วคราวแทนทันที
“บริษัทมีเจตนาที่จะซื้อคืนทรัพย์สินตามสัญญา แต่ไม่สามารถปฏิบัติตามวิธีการชำระราคาที่ MFC แจ้งได้เพราะมิได้เป็นไปตามข้อตกลงในสัญญา ทั้งนี้ บริษัทยังคงมีสิทธิในการบริหารโรงแรมต่อไป” ROH ระบุในแถลงการณ์
ทาง ROH ทิ้งท้ายว่าจะเร่งรายงานข้อเท็จจริงเพิ่มเติมให้แก่ผู้ถือหุ้น นักลงทุน และผู้ที่เกี่ยวข้องทราบทันทีเมื่อบริษัทมีข้อสรุปที่ชัดเจนร่วมกับทางกองทรัสต์ เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนต่อสาธารณชนต่อไป


