ประเด็นข้อพิพาทในน่านน้ำทะเลจีนใต้กลับมาร้อนแรงและเป็นที่จับตามองจากทั่วโลกอีกครั้ง เมื่อกลุ่มประเทศพันธมิตรนำโดยสหรัฐฯ ญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์ และสหภาพยุโรป (EU) ออกแถลงการณ์กดดันให้รัฐบาลปักกิ่งปฏิบัติตามกฎหมายระหว่างประเทศ เนื่องในโอกาสครบรอบ 10 ปีของคำตัดสินศาลอนุญาโตตุลาการว่าด้วยทะเลจีนใต้ ขณะที่จีนออกมาตอบโต้ โดยยืนยันไม่ยอมรับคำชี้ขาดดังกล่าว พร้อมระบุว่าเป็นเพียง “เศษกระดาษ” และกล่าวหาชาตินอกภูมิภาคว่ากำลังแทรกแซงและเพิ่มความตึงเครียดในพื้นที่
ประเด็นสำคัญ
ย้อนรอยคำตัดสินประวัติศาสตร์
ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2016 ศาลอนุญาโตตุลาการ (Arbitral Tribunal) ซึ่งจัดตั้งขึ้นภายใต้ภาคผนวกที่ 7 ของอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS) มีคำตัดสินให้ฟิลิปปินส์เป็นฝ่ายชนะในคดีที่ยื่นฟ้องคัดค้านการอ้างสิทธิ์เหนืออธิปไตยของจีนในทะเลจีนใต้
ผลการตัดสินชี้ขาดระบุว่า การอ้างสิทธิ์ของจีนเหนือพื้นที่ส่วนใหญ่ในทะเลจีนใต้ “ไม่มีกฎหมายระหว่างประเทศรองรับ”
อย่างไรก็ดี รัฐบาลปักกิ่งปฏิเสธที่จะยอมรับและเพิกเฉยต่อคำตัดสินดังกล่าวมาโดยตลอด ส่งผลให้ฟิลิปปินส์และจีนยังคงเผชิญหน้ากันในทะเลหลายครั้ง โดยเฉพาะในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ซึ่งรัฐบาลฟิลิปปินส์กล่าวหาจีนว่าดำเนินกิจกรรมที่เป็นอันตรายภายในเขตเศรษฐกิจจำเพาะ (EEZ) ของตน
14 ชาติพันธมิตรประสานเสียง “คำตัดสินเป็นที่สุดและมีผลผูกพัน”
เมื่อวันอาทิตย์ที่ 12 กรกฎาคม 2026 กลุ่มประเทศพันธมิตรรวม 14 ประเทศ ได้แก่ ญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์ สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย สหราชอาณาจักร แคนาดา เอสโตเนีย เยอรมนี อิตาลี ลัตเวีย ลิทัวเนีย นิวซีแลนด์ โรมาเนีย และสโลวีเนีย ได้ออกแถลงการณ์ร่วมเนื่องในโอกาสครบรอบ 10 ปีของคำตัดสินดังกล่าว โดยมีใจความสำคัญระบุว่า:
- การอ้างสิทธิ์ของจีนไม่มีผลทางกฎหมาย: แถลงการณ์ย้ำว่าการอ้างสิทธิ์ทางทะเลของจีนในทะเลจีนใต้ไม่มีกฎหมายรองรับ
- คำตัดสินมีผลผูกพัน: 14 ชาติยืนยันร่วมกันว่า คำตัดสินของศาลอนุญาโตตุลาการเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ถือเป็นหมุดหมายสำคัญ เป็นคำตัดสินขั้นสุดท้าย และมีผลผูกพันทางกฎหมายต่อทั้งจีนและฟิลิปปินส์
EU ย้ำจุดยืน “สนับสนุนเสรีภาพการเดินเรือและกฎหมายระหว่างประเทศ”
ในวันเดียวกัน สหภาพยุโรป (EU) ได้ออกแถลงการณ์แยกอีกฉบับผ่านผู้แทนระดับสูงด้านการต่างประเทศและนโยบายความมั่นคง เพื่อย้ำจุดยืนต่อสถานการณ์ในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก โดยมีประเด็นสำคัญ ดังนี้
- เรียกร้องให้ปฏิบัติตามคำตัดสิน: EU ระบุว่าคำตัดสินชี้ขาดปี 2016 เป็นกลไกการระงับข้อพิพาทโดยสันติวิธีที่เป็นกลางและเป็นอิสระ ดังนั้น คู่กรณีทั้งสองฝ่ายต้องเคารพและนำไปปฏิบัติอย่างครบถ้วน
- ปกป้องเสรีภาพการเดินเรือ: สหภาพยุโรปยืนหยัดในหลักการของ UNCLOS ซึ่งเป็นกรอบกฎหมายสากลในการดำเนินกิจกรรมทางทะเล พร้อมเน้นย้ำความสำคัญของเสรีภาพในการเดินเรือและการบินผ่าน ซึ่งจำเป็นต่อเสถียรภาพของภูมิภาคและความมั่นคงของเส้นทางเดินเรือโลก
- กังวลสถานการณ์ที่ตึงเครียดมากขึ้น: EU แสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อเหตุการณ์เผชิญหน้าทางทะเลที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และขอคัดค้านอย่างหนักแน่นต่อการดำเนินการฝ่ายเดียวที่อาจบ่อนทำลายเสถียรภาพของภูมิภาค รวมถึงระเบียบระหว่างประเทศ พร้อมย้ำว่า ความตึงเครียดและข้อพิพาททั้งหมดต้องได้รับการแก้ไขผ่านการเจรจาและสันติวิธี ตามกฎหมายระหว่างประเทศ โดยมีกฎบัตรสหประชาชาติและอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเลเป็นหลักสำคัญ
- สนับสนุนการจัดทำแนวปฏิบัติในทะเลจีนใต้: ขณะเดียวกัน EU ได้ยืนยันการสนับสนุนความพยายามร่วมกันระหว่างอาเซียนและจีน ในการจัดทำประมวลการปฏิบัติในทะเลจีนใต้ (Code of Conduct in the South China Sea) ที่มีประสิทธิภาพ มีสาระสำคัญ และมีผลผูกพันทางกฎหมาย สอดคล้องกับ UNCLOS
จีนประกาศกร้าวไม่รับคำตัดสินศาล ชี้เป็นแค่ “เศษกระดาษ”
ฝ่ายจีนออกมาตอบโต้แถลงการณ์ของกลุ่มประเทศพันธมิตรและสหภาพยุโรปในทันที โดยกระทรวงการต่างประเทศจีนออกแถลงการณ์เมื่อวันอาทิตย์ (13 กรกฎาคม) ยืนยันว่า คำชี้ขาดของศาลอนุญาโตตุลาการเมื่อปี 2016 “เป็นเพียงเศษกระดาษที่ผิดกฎหมาย เป็นโมฆะ และไม่มีผลผูกพัน” พร้อมทั้งเรียกร้องให้ประเทศที่เกี่ยวข้องเคารพสิทธิด้านดินแดนและสิทธิทางทะเลของจีน และยุติการดำเนินการที่บ่อนทำลายเสถียรภาพของภูมิภาค
นอกจากนี้ จีนยังได้ยื่นประท้วงต่อหลายประเทศที่ร่วมออกแถลงการณ์ โดยเรียกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำกรุงปักกิ่ง รวมถึงผู้แทนสหภาพยุโรปและประเทศยุโรปที่เกี่ยวข้องเข้าพบ เพื่อแสดงความไม่พอใจ พร้อมกล่าวหาว่าชาตินอกภูมิภาค โดยเฉพาะสหรัฐฯ และพันธมิตร กำลังแทรกแซงกิจการในทะเลจีนใต้และเป็นปัจจัยที่ทำให้สถานการณ์ยิ่งตึงเครียดมากขึ้น
ด้าน หลินเจี้ยน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน ได้แถลงตอบโต้ยุโรป โดยระบุว่า ยุโรปไม่ใช่ภาคีในทะเลจีนใต้ จึงไม่มีสถานะที่จะมาแสดงความเห็นที่ไม่รับผิดชอบ อีกทั้งยังใช้ “สองมาตรฐาน” ซึ่งมีแต่จะทำลายความน่าเชื่อถือของตัวเอง พร้อมเตือนให้ยุโรปวางตัวอย่างรอบคอบเพื่อไม่ให้กระทบความสัมพันธ์และความร่วมมือกับจีน
ขณะที่ในวันจันทร์ (14 กรกฎาคม) สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทยได้เผยแพร่แถลงการณ์อย่างเป็นทางการของกระทรวงการต่างประเทศจีน “เกี่ยวกับการปลุกปั่นกระแสของบางประเทศในโอกาสครบรอบ 10 ปี คำตัดสินของศาลอนุญาโตตุลาการว่าด้วยทะเลจีนใต้” ซึ่งสรุปจุดยืนของจีนไว้ 5 ประเด็นสำคัญ ดังนี้
- ยืนยันอำนาจอธิปไตยเหนือทะเลจีนใต้: จีนมีอำนาจอธิปไตยเหนือหมู่เกาะตงซา ซีซา จงซา และหนานซา รวมถึงน่านน้ำที่เกี่ยวข้อง เขตเศรษฐกิจจำเพาะ และไหล่ทวีป พร้อมอ้างว่าสิทธิและผลประโยชน์ของจีนในทะเลจีนใต้มีพื้นฐานจากประวัติศาสตร์อันยาวนาน และได้รับการยอมรับจากประชาคมระหว่างประเทศมาโดยตลอด
- ชี้สหรัฐฯ และชาตินอกภูมิภาคเป็นต้นเหตุความตึงเครียด: จีนยืนยันว่าเสรีภาพในการเดินเรือและการบินในทะเลจีนใต้ไม่เคยเป็นปัญหา พร้อมระบุว่าการเพิ่มกำลังทางทหารและการยั่วยุของสหรัฐฯ และประเทศนอกภูมิภาคเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้สถานการณ์ตึงเครียด ขณะที่มาตรการของจีนเป็นการปกป้องอธิปไตยและสิทธิทางทะเลโดยชอบด้วยกฎหมาย
- ไม่ยอมรับกระบวนการอนุญาโตตุลาการภายใต้ UNCLOS: จีนระบุว่าข้อพิพาทด้านอาณาเขตไม่อยู่ในขอบเขตของ UNCLOS และจีนได้ใช้สิทธิยกเว้นกระบวนการระงับข้อพิพาทภาคบังคับตามมาตรา 298 ตั้งแต่ปี 2006 พร้อมยืนยันว่าข้อพิพาทควรได้รับการแก้ไขผ่านการเจรจาโดยตรงกับคู่กรณี
- ยืนยันไม่รับรองคำชี้ขาดปี 2016: จีนเห็นว่ากระบวนการพิจารณาคดีและคำชี้ขาดของศาลละเมิดหลักกฎหมายระหว่างประเทศและขัดต่อ UNCLOS จึงไม่ยอมรับหรือรับรองคำวินิจฉัย รวมถึงปฏิเสธข้อเรียกร้องใดๆ ที่อ้างอิงจากคำชี้ขาดดังกล่าว พร้อมยืนยันว่าจะปกป้องอำนาจอธิปไตยและสิทธิทางทะเลของจีนต่อไป
- กล่าวหาว่าคำชี้ขาดถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง: จีนระบุว่าในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา คำชี้ขาดไม่ได้ช่วยคลี่คลายข้อพิพาทระหว่างจีนกับฟิลิปปินส์ แต่กลับถูกใช้เพื่อสนับสนุนการอ้างสิทธิ์ของฟิลิปปินส์ เปิดทางให้ชาตินอกภูมิภาคเข้ามาแทรกแซง และเพิ่มความตึงเครียดในทะเลจีนใต้ พร้อมเรียกร้องให้ประเทศที่เกี่ยวข้องเคารพอำนาจอธิปไตยและสิทธิทางทะเลของจีน และยุติการกระทำที่บ่อนทำลายสันติภาพและเสถียรภาพในทะเลจีนใต้
น่าจับตาต่อว่าพัฒนาการในเรื่องนี้จะนำไปสู่อะไร เมื่อฝ่ายจีนยังคงอ้างกรรมสิทธิ์เหนือพื้นที่ส่วนใหญ่ในทะเลจีนใต้แบบไม่ลดราวาศอก ในขณะที่ฟิลิปปินส์และพันธมิตรนำโดยสหรัฐฯ ญี่ปุ่น และสหภาพยุโรปต่างยืนยันให้ยึดกติกาตามกฎหมายระหว่างประเทศที่มีคำตัดสินออกมาเมื่อสิบปีก่อน ท่ามกลางความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้น ขณะที่กิจกรรมทางทหารในบริเวณดังกล่าวทำให้เสี่ยงเกิดการเผชิญหน้าและบานปลายเป็นสงคราม
ภาพ: Tomasz Makowski via ShutterStock
อ้างอิง:
- https://www.reuters.com/world/china/south-china-sea-joint-statement-says-chinas-maritime-claims-have-no-basis-2026-07-12/
- https://www.consilium.europa.eu/en/press/press-releases/2026/07/11/south-china-sea-statement-by-the-high-representative-on-behalf-of-the-eu-on-the-tenth-anniversary-of-the-arbitral-award-between-the-philippines-and-china/
- https://www.chinadailyasia.com/hk/article/636424
- https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=1450234740467868&id=100064440681953&mibextid=wwXIfr&rdid=kdw1vPXODxW2eOva#


