×

ฝ่ายค้านเปิดตัวพยาน-แสดงหลักฐานคดีฮั้ว สว. ครบ 2 ปี ห่วง DSI ชะลอทำคดีเพื่อรอดูมติ กกต. ชุดใหญ่

โดย THE STANDARD TEAM
12.07.2026
  • LOADING...
ภาพวิปฝ่ายค้านแถลงข่าวเปิดหลักฐานคดีฮั้ว สว.

วิปฝ่ายค้านได้เปิดเผยหลักฐานและตั้งข้อสังเกตถึงความคืบหน้าของกระบวนการสืบสวนสอบสวนที่ดำเนินมาครบ 2 ปี พร้อมแสดงความกังวลว่าคดีอาจไม่ถึงกระบวนการพิจารณาของศาล ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อกลไกการตรวจสอบอำนาจรัฐและการแต่งตั้งบุคคลในองค์กรอิสระ โดยมีผู้ติดตามคดีฮั้ว สว. จากหลากหลายวงการเข้าร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูล

ดูภาพข่าว 

 
 

คณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน หรือวิปฝ่ายค้าน จัดการแถลงข่าวและเสวนาหัวข้อ ‘ครบรอบ 2 ปี เลือก สว. คดีถึงไหนแล้ว’ พริษฐ์ วัชรสินธุ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน ระบุว่าคดีนี้มีความสำคัญต่ออนาคตระบบการเมืองไทย เนื่องจากการเข้าสู่อำนาจรัฐโดยมิชอบย่อมนำไปสู่การใช้อำนาจมิชอบ ทั้งในการพิจารณากฎหมาย รัฐธรรมนูญ และการรับรองตำแหน่งในองค์กรอิสระ

 

ห่วง DSI ชะลอคดีฮั้ว สว. เพื่อรอดูมติ กกต. ตั้งแง่โยกย้ายปลัด ยธ.

 

พริษฐ์กล่าวว่า การทุจริตเลือก สว. เป็นความพยายามสร้างระบบการเมืองที่สามารถจัดการผลประโยชน์และทำให้กลไกการตรวจสอบอ่อนแอลง ผ่านการแทรกแซงกระบวนการเลือกเพื่อนำบุคคลที่สามารถกำกับทิศทางการลงมติได้เข้าไปทำหน้าที่ ซึ่งหากสำเร็จจะเทียบเท่ากับการอนุญาตให้กลุ่มการเมืองสร้างระบบการจัดสรรผลประโยชน์ทางการเมืองขึ้น

 

อย่างไรก็ตาม พริษฐ์แสดงความกังวลว่าหน่วยงานทั้งสองอาจไม่ดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา โดยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ซึ่งมีกรรมการ 7 คนและต้องวินิจฉัยคดีภายในต้นเดือนกันยายนนี้ มีกรรมการ 4 คนที่เข้าสู่ตำแหน่งผ่านการรับรองจาก สว. ที่อยู่ในสำนวนคดี นอกจากนี้ การตั้งคณะอนุวินิจฉัยชุดที่ 36 ซึ่งมีมติขัดแย้งกับคณะไต่สวนชุดที่ 26 ว่าไม่มีผู้ใดกระทำผิดในกลุ่ม 229 คน ได้สร้างข้อกังขาต่อสังคม

 

สำหรับกระบวนการของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) พริษฐ์เปิดเผยว่า แม้จะมีการรับเป็นคดีพิเศษและสอบปากคำพยานกว่า 700 คนตั้งแต่ต้นปี 2568 แต่เมื่อปลายปี 2568 กลับมีมติให้อัยการสั่งฟ้องเพียง 8 คน เมื่ออัยการส่งเรื่องกลับมาในช่วงต้นปี 2569 เพื่อให้สอบสวนขยายผลเพิ่มเติม มีข้อมูลว่า DSI กำลังชะลอการดำเนินการเพื่อรอดูมติของ กกต. รวมถึงมีการโยกย้ายปลัดกระทรวงยุติธรรมที่มีอำนาจแต่งตั้งข้าราชการระดับสูงใน DSI

 

พริษฐ์ระบุว่า ช่วงเวลานี้เป็นจุดสำคัญที่จะทราบว่าคดีจะเข้าสู่ศาลหรือไม่ หากหน่วยงานตรวจสอบไม่ดำเนินการตามกระบวนการ สังคมจะพลาดโอกาสรับรู้หลักฐานที่มีอยู่

 

ทั้งนี้ ภายในงานมีการจัดกิจกรรมจำลองระบบการเลือก สว. ที่มีลักษณะการใช้โพย โดยอ้างอิงจากเทปบันทึกภาพในวันเลือกตั้งจริง ซึ่งแสดงให้เห็นว่าหมายเลขที่ปรากฏมีความสอดคล้องกับโพย และมีพยาน 4 รายเปิดเผยข้อมูลเบื้องหลังว่า เครือข่ายของพรรคการเมืองหนึ่งได้ติดต่อผู้สมัครที่ผ่านการเลือกระดับจังหวัด ให้มารวมตัวกันที่โรงแรม โดยมีการสนับสนุนค่าที่พัก ค่าเดินทาง และค่าสมนาคุณ ก่อนจะนำไปสู่การสร้างและแจกโพยเพื่อใช้ในการเลือก สว. ระดับประเทศ

 

จี้ กกต. ส่งเรื่องถึงศาลฎีกา เหตุพยานหลักฐานหนาแน่น

 

ในช่วงเสวนา พ.ต.อ. ทวี สอดส่อง สส. แบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชาติ และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ระบุว่า กระบวนการฮั้ว สว. มีการเตรียมการและศึกษาระเบียบ กกต. ไว้ล่วงหน้า พร้อมเสนอให้ กกต. เปิดหีบบัตรและนำนักคณิตศาสตร์หรือนักวิทยาศาสตร์มาร่วมตรวจสอบความน่าจะเป็นของการเรียงหมายเลขที่ตรงกันถึง 5 ตัว ซึ่งไม่อาจเป็นความบังเอิญ โดยกระบวนการพิสูจน์สามารถทำได้ในเวลาไม่ถึง 2 สัปดาห์ และเน้นย้ำความสำคัญของการนำเรื่องนี้เข้าสู่การพิจารณาของศาลยุติธรรม

 

ด้าน สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. ชี้แจงถึงกรณีความผิดที่พบเห็นจำนวน 8 กรณี ประกอบด้วย 1. การจ้างให้สมัครหรือออกค่าสมัคร 2. การจัดเลี้ยงจัดหาที่พักและค่าเดินทาง 3. การเจรจาเสนอแลกเปลี่ยนคะแนน 4. การเสนอประโยชน์ตอบแทน เช่น การให้เป็นผู้ช่วย สว. 5. การจัดตั้งคณะบุคคลเพื่อจัดการคะแนนเสียง 6. การทำโพยสำเร็จรูป 7. การตรวจสอบความเกี่ยวข้องของผู้ที่ได้คะแนนตามโพย และ 8. ความเกี่ยวข้องของ สส. หรือพรรคการเมือง หาก กกต. พิจารณาหลักฐานเหล่านี้แล้วสรุปว่าไม่มีความผิด ถือเป็นการดำเนินการที่ไม่เหมาะสม

 

เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง อดีต สว. ระบุว่า มูลเหตุจูงใจในการฮั้ว สว. คือการควบคุมองค์กรอิสระ การรวบรวมกลุ่มการเมืองเพื่อจัดตั้งรัฐบาล และการแทรกแซงการรับรองบุคคลสำคัญในกระบวนการยุติธรรม ซึ่งเป็นลักษณะของการรวบอำนาจโดยระบบทุนที่มีความซับซ้อน

 

ขณะที่ ปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อธิบายว่า กกต. มีหน้าที่ตรวจสอบความสุจริตและเที่ยงธรรมของการเลือกตั้ง และหากพบความไม่โปร่งใสจะต้องส่งเรื่องไปยังศาลฎีกา ซึ่งเป็นขั้นตอนปัจจุบันของ กกต. ในขณะที่ DSI รับผิดชอบในส่วนของคดีอาญาเรื่องการใช้เงินจูงใจ แม้โพยในตัวเองจะไม่ใช่ความผิด แต่เมื่อเกี่ยวข้องกับประเด็นอื่น จะถือเป็นหลักฐานประกอบการกระทำความผิด

 

ปริญญากล่าวเพิ่มเติมว่า หากครบกำหนดระยะเวลาพิจารณาแล้ว กกต. ไม่ดำเนินการส่งเรื่องให้ศาลฎีกาตามหลักฐานที่มี ผู้ร้องจะมีฐานะเป็นผู้เสียหายและสามารถใช้สิทธิฟ้องร้อง กกต. ในข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ได้ อย่างไรก็ตาม เป้าหมายหลักในปัจจุบันคือการผลักดันให้เรื่องนี้เข้าสู่การพิจารณาของศาลฎีกา

 

 

ภาพวิปฝ่ายค้านแถลงข่าวเปิดหลักฐานคดีฮั้ว สว. 1

ภาพวิปฝ่ายค้านแถลงข่าวเปิดหลักฐานคดีฮั้ว สว. 2

ภาพวิปฝ่ายค้านแถลงข่าวเปิดหลักฐานคดีฮั้ว สว. 3

ภาพวิปฝ่ายค้านแถลงข่าวเปิดหลักฐานคดีฮั้ว สว. 4

ภาพวิปฝ่ายค้านแถลงข่าวเปิดหลักฐานคดีฮั้ว สว. 5

ภาพวิปฝ่ายค้านแถลงข่าวเปิดหลักฐานคดีฮั้ว สว. 6

ภาพวิปฝ่ายค้านแถลงข่าวเปิดหลักฐานคดีฮั้ว สว. 7

  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories

Close Advertising