ส.อ.ท. เผยดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมเดือน มิถุนายน 2569 ฟื้นตัวแตะ 88.2 พลิกเป็นบวกครั้งแรกในรอบ 4 เดือน ชี้ปัจจัยบวกจากมาตรการเศรษฐกิจของภาครัฐ จากนโยบาย ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ กระตุ้นกำลังซื้อ ‘Thailand Fastpass’ เร่งรัดการลงทุนจริง
เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคมที่ผ่านมา สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) แถลงผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมเดือนมิถุนายน 2569 พบว่าปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 88.2 จากระดับ 84.7 ในเดือนพฤษภาคม ซึ่งถือเป็นการปรับตัวเพิ่มขึ้นครั้งแรกในรอบ 4 เดือน โดยปัจจัยสำคัญมาจากแรงหนุนของมาตรการเศรษฐกิจของรัฐบาล ที่กระทรวงการคลังนำโดยนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้เร่งผลักดันออกมาอย่างต่อเนื่อง
ส.อ.ท. ระบุว่าในการแถลงข่าวตอนหนึ่งว่านโยบายสำคัญที่มีส่วนช่วยฟื้นฟูความเชื่อมั่นของภาคเอกชน ประกอบด้วย 2 ส่วนหลัก ได้แก่ มาตรการกระตุ้นการบริโภค และกำลังซื้อ ผ่านนโยบาย ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ ซึ่งเป็นกลไกช่วยลดค่าครองชีพและกระตุ้นกำลังซื้อในประเทศ โดยสามารถสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจได้กว่า 43,200 ล้านบาท ส่งผลดีโดยตรงต่อยอดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค อาหาร เครื่องดื่ม และกลุ่มแฟชั่นไลฟ์สไตล์ ช่วยให้ผู้ประกอบการโดยเฉพาะกลุ่มรายย่อย (SMEs) มีสภาพคล่องและกลับมามีความเชื่อมั่นอีกครั้ง
อีกมาตรการ คือมาตรการกระตุ้นการลงทุน ผ่านนโยบาย ‘Thailand Fastpass’ ซึ่งช่วยลดขั้นตอนและเร่งรัดคำขอส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ให้เกิดการลงทุนจริงอย่างรวดเร็ว ปัจจุบันสามารถเร่งรัดให้เกิดการลงทุนจริงแล้ว 25 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 223,000 ล้านบาท
นอกจากนี้ในฐานะประธานบอร์ดบีโอไอ นายเอกนิติยังได้ตั้งเป้าหมายผลักดันการลงทุนจริงผ่าน Thailand Fastpass ให้แตะระดับ 1 ล้านล้านบาทภายในปีนี้ ควบคู่ไปกับการกำหนดเงื่อนไขให้โครงการที่เข้าร่วมต้องมีการถ่ายทอดเทคโนโลยีและทักษะให้กับแรงงานไทย ผ่านโครงการ ‘Skill Bridge’ เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาวด้วย
ปัจจัยบวกอื่นๆ ที่สนับสนุนความเชื่อมั่นของภาคเอกชน ยังรวมถึงการที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 1% ต่อปี ตลอดจนการบริหารจัดการด้านพลังงานที่ส่งผลให้ต้นทุนพลังงานและค่าขนส่งในประเทศปรับตัวลดลง
สำหรับดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมคาดการณ์ในช่วง 3 เดือนข้างหน้า ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 94.5 จากระดับ 91.8 ในเดือนพฤษภาคม โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากมาตรการโซลาร์ภาคประชาชน และแผนปรับโครงสร้างพลังงานวงเงิน 200,000 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะช่วยกระตุ้นอุปสงค์ในห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมพลังงานสะอาด เช่น แผงเซลล์แสงอาทิตย์ อุปกรณ์ไฟฟ้า และระบบกักเก็บพลังงาน
แม้ภาวะเศรษฐกิจในครึ่งปีหลังยังคงเผชิญกับความไม่แน่นอนจากปัจจัยภายนอก แต่ตัวเลขที่ฟื้นตัวในครั้งนี้ ถือเป็นผลจากการผลักดันนโยบายเศรษฐกิจที่สำคัญของรัฐบาลออกมาอย่างต่อเนื่องช่วยสร้างทิศทางที่ชัดเจน และเป็นแรงส่งสำคัญในการประคองและขับเคลื่อนความเชื่อมั่นของภาคอุตสาหกรรมไทยในช่วงครึ่งปีหลังต่อไป


